แต่ก่อนผมก็ไม่เชื่อ ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่เห็นชัด ผมอ่านในข่าวเห็นคนไม่ดีขึ้นเป็นใหญ่เป็นโต มีเงินทองมากมายแล้วก็สงสัยว่ากฎแห่งกรรมยังมีจริงหรือ
แต่จากประสบการณ์ด้านอื่่นที่เราสังเกตุรอบรอบตัว ก็ดูเหมือนว่าวงเวียนของกรรมยังมีให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ แต่บางรอบก็นานมากเป็นสามสิบปีกว่าจะกลับมา บางอย่างก็เร็วแค่สองสามวันก็คืนแล้ว ดูไปแล้วจึงคิดได้ว่าผลของกรรมคงจะยังมีอยู่จริงแต่บางอย่างนั้นเราไม่เห็นเพราะเราวัดผิดที่ หรือใช้เครื่องวัดไม่ละเอียดพอต่างหากเราก็เลยไม่เห็น เปรียบเหมือนเอากิโลมาตวงข้าว ถ้าชั่งข้าวเป็นถุง ๆ ก็ได้ แต่ถ้าข้าวห้าเมล็ด สิบเมล็ดนั้นกิโลก็บอกว่าไม่ต่าง เอาข้าวแดงหรือข้าวขาวมาตวงกิโลก็ไม่รู้ คนที่เรามองผิวเผินเหมือนจะมีรายได้มากแต่ในใจที่ว้าวุ่นของเราอาจจะรู้สึกไม่พอก็ได้เพราะมีรายจ่ายมาก วิตกกังวลอยู่ตลอด สู้คนที่มีรายได้คงที่แต่รู้รายจ่ายชัดเจนรู้แน่ว่ามีแค่ไหน อะไรที่เกินก็รู้ชัด ชีวิตมีความมั่นคงกว่าซะอีก รู้ว่าตรงไหนไม่มีก็ไม่ต้องไปใช้มัน อยู่อย่างเรียบง่ายก็มีความสุขอย่างเรียบง่ายได้ ผลของกรรมที่ตามมาในรูปของสภาวะจิตนั้นจึงมองจากภายนอกไม่ได้
หิริโอตัปปะ ที่เราเรียนมาตั้งแต่เด็กที่ดูเหมือนเป็นธรรมะพื้นฐานก็ไม่งั้น ๆ เพราะยังมีคนอีกมากที่จำไม่ได้ หรือเลือกที่จะคิดว่ามันคงไม่เป็นไรในบางเวลา คงจะยกเว้นให้เราบ้างน่า ต้องอาศัยสติที่ตื่นตัวตลอดเวลา และความเชื่อว่าบุญบาปนั้นมีจริง มาเตือนให้เรารู้จึงเกรงและกำกับไว้ได้
ตอนนี้ที่เรายังมีสุขภาพแข็งแรง หูตาแจ่มใส พูดจาชัดเจนมีพลัง เดินเหินสะดวก ความทุกข์หนัก ๆ ยังไม่กล้ำกลาย เราก็อาจจะชะล่าใจ ก็ยังอยากหาความสุขความสบายรื่่นรมย์ไปเรื่อย ๆ แต่วันหนึ่งความทรมาน ความปวดในกายนี้ก็จะมาเยือน บางครั้งก็มาเล็ก ๆ น้อยแค่เตือนแล้วผ่านไป บางครั้งก็แค่มาเตือนในฝัน ให้รู้ว่ากายของเรานี้ยังสามารถนำความเจ็บปวดมาให้ผู้ถือครองอยู่เสมอ ๆ
จะซื้อบ้านก็ให้คิดว่าชีวิตนี้เราก็จะซื้อบ้านย้ายไปอยู่ได้ไม่กี่หลังเท่านั้นแหละ บ้านหลังที่ห้าที่หกนี้อาจจะเป็นบ้านหลังสุดท้ายของเราแล้วนะ เวลานะมีให้สำหรับทุกคน แต่ถ้าไม่ดูเวลา นกหวีดดัง วินาทีสุดท้ายก็มาเยือนตอนที่ยังไม่อยากให้มาถึง ไอ้สิ่งที่เราพยายามสะสมนะ หลายอย่างก็เอาไปติดกระเป๋าไม่ได้ ทั้งบ้านทั้งรถเงินทองมันหนักเกินไป ที่จะเอาไปได้ก็แค่ความรู้ จิตที่ฝึกแล้ว บุญคุณที่ทำไว้กับคนอื่น และความจำบางอย่างเท่านั้น
แต้มคะแนนที่อยากไ้ด้แข่งกับเขาตอนมีชีวิต ตอนจบมันก็งั้น ๆ แฮะ มันต้องทิ้งหมด ไอ้ที่นับกันจริง ๆ มันก็แค่นิดเดียว แต่้ก็สะสมกันทั้งชีวิตเหมือนกัน
ขอให้ผู้เจริญแล้วทั้งหลายจงตระหนักในผลของความดีที่ตนทำไว้แล้วในอดีต ที่กำลังทำในปัจจุบัน หมั่นฝึกฝนจิตให้ทุกข์น้อยลงไปเรื่อย ๆ แม้ในขณะที่ต้องใช้กรรม และเจริญสติปัญญาเพื่อเลี่ยงเว้นจากวิบากกรรมในกาลต่อต่อไปเถิด