รถยี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความอึด ทนทาน และตายยากนั้น คือ ฮอนด้ากับ โตโยต้า แต่ก่อนผมก็ไม่เข้าใจว่ามันจะต่างอะไรกันนักหนา หลังจากใช้มาร่วมสิบปีถึงจะเข้าใจความแตกต่าง
ล่าสุดเราขับรถทางไกลไปต่างรัฐ ฝาครอบหม้อน้ำไม่แน่น จนทำให้น้ำในหม้อน้ำหดหายไปเกือบครึ่งแกลอน แต่รถก็ไม่ overheat เพียงแต่วิ่งไม่ค่อยมีแรง และส่งเสียงแปลก ๆ เวลาวิ่งเร็ว ๆ เปิดแอร์เต็มที่ขึ้นเขาเท่านั้น เราไม่รู้เลยว่าเป็นน้ำใ้นหม้อน้ำี่ที่หกออกมา แต่เราก็รอดกลับบ้านมาได้ไม่ตายกลางทางแต่อย่างได
พอเช็คดูน้ำในหม้อน้ำที่พร่องไป และก็พบด้วยว่า น้ำมันเครื่องก็พร่องไปมากเช่นกัน คงเพราะรถวิ่งด้วยความร้อนสูง น้ำมันเครื่องนั้นพร่องไปหนึ่ง quart ทีเดียว แต่รถก็ไม่ตาย เคยอ่านมาจากผู้ใช้คนอื่นเขาบอกว่ารถฮอนด้านั้นสามารถทนวิ่งทั้งที่น้ำมันเครื่องรั่วหมดไปประมาณสิบไมล์เลยทีเดียว จากประสบการณ์กับรถอเมริกันนั้น เพียงแค่สามสิบวินาทีเครื่องยนต์ก็ไหม้ไปจอดอยู่ข้างทางแล้ว
เจอเหตุการณ์เหล่านี้แล้วจึงทึ่งว่าวิศวกรของรถฮอนด้านั้น คงจะออกแบบมาเตรียมพร้อมสภาวะที่แย่ที่สุดเผื่อเอาไว้ รถเขาจึงทนมือไม้สำหรับผู้ใช้รถทั้งมือเก่ามือใหม่ที่ไม่ได้ดูแลให้รถอยู่ในสภาพสมบูรณ์เสมอ ไม่แปลกใจที่รถซีวิคนั้นเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นอเมริกามาก
อยากออกแบบผลิตภัณฑ์อะไรให้มีชื่อเสียงเชื่อถือไปทั่วโลกก็ให้ลองคิดถึงแนวคิดแบบนี้ไว้ ที่จะออกแบบให้ทนได้แม้ในสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยก็ยังทำงานได้ไม่ขาดตกบกพร่อง รักษาชีวิตและความปลอดภัยของผู้ใช้อย่างสุดความพยายาม เป็นสินค้าที่ไว้วางใจได้อย่างแท้จริง