หลังจากเจอกรณีน้ำเต้าหู้ทำให้ปากขมแล้ว ผมก็คิดได้ว่าความสะดวกสบายสมัยใหม่นำมาซึ่งความเสื่อมโทรมทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พร้อมๆ กัน ย้อนนึกไปตอนโน้นก็เคยปากขมติดกันหลายวันเพราะกินอาหารจีนจานด่วนบรรจุโฟม เหมือน ๆ กับธรรมชาติเขาลงโทษผู้ที่ทำลายธรรมชาติ เราใช้กล่องโฟมเพียงครั้งเดียวก็ทิ้ง ย่อยสลายไม่ได้เป็นร้อยปี ธรรมชาติก็ลงโทษเราโดยทำให้เราได้รับสารปนเปื้อนจากโฟมจะได้เสียสุขภาพ แล้วก็อายุสั้นลงไม่อยู่ทำลายธรรมชาตินาน
ถ้าไม่ใช้พลาสติกหรือโฟมบรรจุอาหารแล้วเราจะมีทางเลือกอย่างไรบ้าง ลองวิธีเหล่านี้ดูเท่าที่ทำได้
๑) นำภาชนะบรรจุที่เป็นกระเบื้อง แก้ว สแตนเลส หรือกระดาษ จากบ้านไปใส่อาหาร เช่นนำถ้วยจากบ้านไปซื้อน้ำเต้าหู้ เอาปิ่นโตจากบ้านไปใส่กับข้าวที่ซื้อในตลาด
๒) เลือกซื้อบรรจุภัณท์ในขวดแก้วแทนขวดพาสติก เมื่อใช้หมดแล้วก็นำขวดแก้วมาใช้ใหม่ นำไปคืนที่ร้าน รีไซเคิลหรือยกให้พวกรับซื้อของชั่งกิโล โอกาสที่เขาจะนำไปใช้ใหม่มีสูง
๓) กินอาหารสำเร็จรูปให้น้อยลง ทำอาหารเองมากขึ้น
๔) กินอาหารที่ร้านแล้วไม่ต้องซื้อกลับบ้าน อาหารหลายอย่างถ้ากินที่ร้านเขาก็จะตักใส่ให้ในจานหรือชามกระเบื้อง กินเสร็จตรงนั้นเลย ไม่ต้องใส่ถุงพลาสติกกลับบ้าน ไม่ต้องซื้อไปเผื่อใคร
นอกจากนี้ถ้าเราสามารถนำถุงผ้าติดตัวไปเวลาซื้อของ ก็จะไม่สิ้นเปลืองถุงพลาสติก ก็จะช่วยให้การบรรเทาปัญหาโลกร้อนได้อีกวิธีหนึ่ง ถุงพลาสติกสภาพดีไม่ต้องทิ้ง สะสมที่บ้านเมื่อได้เยอะแล้ว ก็เอายกไปให้พวกพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย เขามีโอกาสมากกว่าเราที่นำถุงพาสติกเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่ อย่างน้อยก็ให้มันได้ใช้คุ้มที่สุดก่อนจะถูกทิ้งไป