เผลอแป๊บเดียว เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็มี เนตความเร็วสูง (highspeed internet) แล้ว แล้วเราก็อยากจะใช้เนตโดยไม่ต้องต่อสายให้พะรุงพะรังซะด้วย การเชื่อมต่อแบบไร้สาย( wireless networking)ก็เลยตามมาด้วยโดยปริยาย
หัวใจของการต่อคอมฯให้ใช้อินเตอร์เนตแบบไร้สายตามบ้านนั้นก็คือ wireless router ซึ่งทำงานเป็นทั้ง router และ wireless Access Point (AP) พร้อม ๆ กัน บางรุ่นก็เบิ้น ทำหน้าที่เป็น modem, เป็น printer server, หรือแม้กระทั่ง NAS (Network Attached Storage)/ File server ได้เสียอีกต่างหาก แต่วันนี้เรามาเน้น ๆ ตัวที่คนใช้กันมากที่สุดก็คือ wireless router ธรรมดา ที่มีรูให้จิ้ม สี่บวกหนึ่ง รวมเป็นห้ารู แล้วก็จะมีเสาอากาศ หรือไม่มีก็แล้วแต่ แต่ว่าต่อแบบไร้สายได้ด้วย
ตัวที่นิยมที่สุดในตอนนี้ (กลางปี 2009) ก็คงหนีไม่พ้น Linksys WRT54GL เพราะว่าลงตัว เร็วพอควร กำลังแข็งแรง ขยับขยายไปใช้ open source firmware พวก DD-WRT หรือ tomato ได้ด้วย ก็ถ้าไม่อยากคิดอะไรมาก ก็ซื้อ Linksys ตัวนี้ Buffalo WHR-HP-G54 , ASUS WL-520gU หรือ ASUS WL-500g Premium (32/8) ตัวใดตัวหนึ่งแล้วมาเปลี่ยน firmware เป็น Tomato ละก็รับรองไม่ผิดหวัง แต่ถ้าไม่อยากยุ่งเรื่อง firmware ก็ใช้พวก Netgear นี่แหละดี เพราะใช้ง่ายติดตั้งสบาย ๆ
ปัญหาที่คนมักจะเจอกับ wireless router ก็คือ สัญญาไม่แรง (weak signal) ต่อแล้วติด ๆ หลุด ๆ เล่นเวบได้บ้างไม่ได้บ้าง (packages drop) หรือ เครื่องค้างต้องถอดปลั๊กแล้วเสียบใหม่ ถ้าเลือกเครื่องดีตั้งแต่ต้นปัญหาพวกนี้ก็ไม่รุนแรง เครื่องดี ๆ นั้นเราติดตั้งหนเดียวแล้วก็ลืมไปเลยว่ามันทำงานยังไง รู้แต่ว่าเปิดเครื่องก็ใช้ได้
ปัญหาเรื่อง ติด ๆ หลุด ๆ นั้นบางทีไม่รุ่นแรงมากแค่เปลี่ยน firmware ก็แก้ได้แล้ว แต่บางรุ่นก็ออกแบบมาไม่ดีแต่ต้นมี memory จำกัดมาก (แค่ 8 megabytes) พอต่อหลาย ๆ เครื่อง download เยอะ ๆ โดยเฉพาะพวด bittorrent เครื่องทำงานไม่ทัน ข้อมูลก็หล่น ๆ หาย ๆ ไปเป็นธรรมดา บางทีทำงานไม่ทันเครื่องก็ประท้วงหยุดงานเสียอีกต่างหาก ค้างไปเสียเฉย ๆ ต้องไปถอดปลั๊กให้มัน reboot เริ่มทำงานใหม่ เครื่องถูก ๆ นั้นก็ใช้อุปกรณ์ราคาถูก ๆ เป็นธรรมดา การต่อเชื่อมสัญญาบางรุ่นจึงอ่อน ใช้รับส่งไกล ๆ ไม่ได้ ทำเอาหลายคนหงุดหงิด
เอ แล้วเราควรจะเลือกเครื่อง ยังไงเพื่อจะไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ ก่อนอื่นเราต้องมากเข้าใจส่วนประกอบของ wireless router กันก่อน
Wireless router นั้นมีส่วนประกอบหลัก ๆ สองส่วน ส่วนหนึ่งคือ mainboard หรือ routerboard ที่ทำหน้าที่เป็น router ที่คิดส่งข้อมูลว่าควรจะไปทางไหนต่อ กับอีกส่วนหนึ่งคือ Wireless module ที่ทำหน้าที่รับส่งสัญญาณวิทยุและถอดรหัส (WEP, WPA)
ตัว router นั้นเป็นตัวคิดว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้นต้องส่งต่อไปไหน เช่นไปเครื่องอีกเครื่องหนึ่งในบ้าน หรือส่งต่อไป internet. ถ้ารับข้อมูลมาจาก net ต้องส่งต่อไปเครื่องไหน เครื่อง router นั้นเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องหนี่ง จะทำงานได้เร็วก็ต้องมี CPU เร็ว ๆ และทำงานได้มากถ้ามี memory เยอะ ๆ เครื่องรุ่นที่ขายให้ใช้ตามบ้านนั้นมักจะมี memory 8-32 megabytes. และ CPU ความเร็วประมาณ 125-240 MHz เครื่องระดับกลาง ๆ ที่ผมแนะนำข้างต้นมี memory 16 Meg และมี CPU 200 MHz. ก็เร็วประมาณเครื่อง 80386, 80486 ในสมัยโน้นได้ ซึ่งเท่านั้นพอเพียงกับการใช้งานตามบ้านทั่วไป แต่ถ้าเป็นตาม office ต่อเชื่อมเครื่องมากกว่า 5 เครื่อง อาจจะต้องการสเปกที่สูงกว่านี้ ถ้าใช้เครื่องความเร็วต่ำหน่วยความจำน้อยมาต่อเชื่อมกับเครื่องหลาย ๆ เครื่องพร้อมกันมันก็ทำงานไม่ทันส่งข้อมูลตก ๆ หล่น ๆ หยุด ๆ ค้าง ๆ อย่างที่เป็นปัญหาข้างต้นนั่นแหละ (อีกประการหนึ่งคือโปรแกรม Firmware เขียนมาไม่ดีบริหารทรัพยกรไม่เต็มที่ก็มีปัญหาได้)
ตัว wireless module หรือ Acess Point นั้นกำหนดความเร็วในการต่อเชื่อมแบบไร้สายจากเครื่องคอมฯ มาที่ router ตัวนี้จะกำหนดว่าเราเชื่อมต่อด้วยมาตรฐานแบบไหน เช่น b, g หรือ N (802.11b, 802.11g, 802.11n) สามารถเข้ารหัสถอดรหัสจำพวกไหนได้บ้างอย่างเบสิค WEP 64 bit, 128 bit หรือแข็งหน่อย WPA-PSK หรือแข็งสุดอย่าง WPA2 (WPA-AES) การเข้ารหัสนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เพื่อนบ้านดี ๆ หรือกลุ่มผู้ร้ายเข้ามาร่วมการใช้งานเนตกับเรา
มาตรฐานการเชื่อมต่อนี้ ก็จะกำหนดความเร็วไว้ด้วยว่าเราต่อกับ router ได้เร็วแค่ไหน (เป็นความเร็วคนละตัวว่าต่อเข้าอินเตอร์เนตได้เร็วแค่ไหน) มาตรฐาน 802.11b นั้นเร็วสุดที่ 11 Mb/s, 802.11g นั้น 54 Mb/s ส่วนมาตรฐาน N ที่พึ่งมาใหม่นั้นให้ไปลองเปิดหาดูเป็นการบ้านว่าเร็วแค่ไหน บางรุ่นแม้จะเป็น g แต่ก็โฆษณาว่าเร็ว 108 Mb/s ได้ถ้าใช้อุปกรณ์ยี่ห้อของเขา รุ่นบางรุ่นบอกว่าใช้ MIMO technology ก็อย่าพึ่งเข้าใช้ผิดว่าเป็นปลาการ์ตูน Nemo. MIMO นั้นหมายถึงว่าเขาใช้สัญญาณวิทยุสื่อสารสองช่อง รับช่อง ส่งช่อง เพื่อให้มันเร็วขึ้น แล้วก็รับส่งได้ไกลขึ้น บางรุ่น ก็บอกว่าเป็น pre N หรือ Draft N แล้วก็บอกว่าเร็วเท่านั้นเท่านี้ ก็เป็น technology ที่ยังไม่ลงตัว ผมไม่สนใจมันเท่าไหร่เพราะอีกแปีปเดียวก็เปลี่ยนอีก รอตอนมาตรฐานออกแท้ ๆ เลยจะดีกว่า โดยส่วนตัวผมใช้แค่ b กับ g เพราะแค่ b ก็เร็วเกินกว่า highspeed internet ที่ผมซื้อจาก ISP แล้ว
แต่ก็นั่นแหละถึง wireless เร็วแค่ไหนถ้า router ช้ามันก็ติดขัดอยู่ดี ก็ต้องเลือกที่มันสมดุลกัน ถ้ารู้ลักษณะการใช้งานของเราด้วยจะดีมากเช่นถ้าใช้อยู่คนเดียวเครื่องเดียว ต่อเนตความเร็วไม่สูงมาก (ช้ากว่า 1 Mb/s) รุ่นถูก ๆ ก็ทำงานทัน แต่ถ้าเป็นพวกเล่นเกมส์ออนลาย หรือ ดาวโลดกระจุย อาจต้องลงทุนซื้อเครื่องหรูหน่อย อาจต้องหารุ่นที่ CPU เร็วหน่อย มี memory มากหน่อยแต่ก็นั่นแหละ spec พวกนี้เขาไม่ค่อยจะบอกกัน
พูดถึง spec แล้วก็มาดูกันว่า spec แท้ ๆ ที่เราควรจะดูตอนเลือกซื้อนั้นมีอะไรบ้าง
Spec ของ router
ก็เหมือนเลือกเครื่องคอมเลย ก็ดูว่าเป็น CPU หรือ chipset ของใคร ดูเหมือนว่าที่นิยมที่สุดตอนนี้คือ Broadcom กับ Atheros ความเร็วไม่หนีกันมากประมาณ 200 MHz
Memory – memory นั้นมาสองส่วน ส่วนที่เป็น Dynamic RAM หรือ SDRAM นั้นควรจะมี16 Mbytes ขึ้นไป ส่วน Flash memory ที่ใช้เก็บ firmware นั้นไม่เกี่ยวข้องกับความเร็วแค่กำหนดว่าบรรจุ firmware มี feature ได้แค่ไหน ถ้าเปรียบเทียบกับเครื่องคอมก็มองว่า Flash memory นั้นเหมือนเป็น Harddisk เก็บโปรแกรมก็แล้วกัน ใช้งานตามบ้านเรือนนั้น 4 M ก็พอ แต่ถ้าเป็นบริษัทมี VPN หรืออะไรอย่างอื่นซับซ้อน 8 M หรือมากกว่าจะปลอดภัยกว่า
Spec ของ wireless
โดยทั่วไปคนก็จะรู้ว่าเป็นมาตรฐานอะไร รับส่งได้เร็วแค่ไหน และเข้ารหัสแบบใดได้บ้าง แต่ spec ที่จะบอกว่ามันรับส่งสัญญาณได้ดีนั้นมักจะบอกแค่ว่ามีความแรงสัญญาณเท่าไหร่ เช่น 18 Db หรือใช้ไฟเท่าไหร่ เช่น 200mW เสปคที่มักจะถูกมองข้ามไปคือความไวในการรับสัญญาณ (RX sensitivity) ซึ่งสำคัญมากสำหรับ AP เพราะตัว AP นั้นมักจะส่งแรงเพียงพอแต่ laptop นั้นมักจะส่งไม่ค่อยแรง สเปกของ Sensitity จะเป็นค่าติดลบ ยิ่งมากยิ่งดี เช่น -93 db
เครื่อง Wireless router ที่จะใช้งานแบบการค้า เช่นตามโรงแรมหรือ หอพักนั้น Spec ต้องสูงกว่าที่ใช้ตามบ้าน ถ้าอยากเห็น Spec แบบ Commercial ให้ลองดู Mikro Tik Ubiquiti หรือ Engenius (ตัว EOC1650 กำลังขายดี)
ข้อคิดเพิ่มเติม
Netgear Prosafe, หรือ Cisco small business นั้นดูดีเหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก แต่มันดีเฉพาะบางรุ่น แล้วก็ราคาค่อนข้างสูงแลกกับการบริการหลังการขายที่น่าจะดีกว่าปรกติ
ยิ่ง Internet เร็วแค่ไหนยิ่งต้องการ CPU เร็ว ๆ ยิ่งโหลดบิดเยอะแค่ไหนยิ่งต้องการ memory เยอะ ๆ
สัญญาณการต่อเชื่อมแบบไร้สายจะดีต้องดูทั้งสองอย่าง คือพลังในการส่งต้องแรง ความไวในการรับต้องรับสัญญานอ่อน ๆ ได้
Firmware ของ router ก็เหมือน software ทั้งหลายถ้าเขียนดี ๆ การทำงานก็จะเสถียรใช้ทรัพยกรประหยัดคุ้มค่า
ถ้าอยากให้มันอยู่ทนมาก ๆ เลือกตัวถังที่เป็นโลหะน่าจะดีกว่าเพราะระบายความร้อนได้ดี
รุ่นที่ใช้งานจริงจังบางรุ่น สามารถรับไฟได้สองทาง จะเสียบผ่านหม้อแปลงเหมือนปรกติก็ได้ จะส่งกระแสไฟฟ้าผ่านสายสัญญาณ ethernet (CAT5, RJ45) ก็ได้ เขาเรียกว่า POE มีประโยชน์มากกับเครื่องที่ติดตั้งนอกอาคาร
จะติดตั้งให้ได้สัญญาณดีที่สุดให้ติดสูงกลางห้อง ติดเป็นแบบเครื่องตรวจจับควันไฟอย่างนั้นเลยก็เท่ดี
Access Point สองตัวไม่ควรอยู่ใกล้กัน สัญญาณมันจะตีกันได้ ทำให้ตัวนึงใช้ได้ อีกตัวนึงใช้ไม่ได้