เท่าทันโลกทุนนิยม เพิ่มพูนภูมิปัญญาไทย

มะเร็งเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้

คนป่วยเป็นมะเร็งโดยมากเป็นคนที่หวังดี ทำงานหนัก รับภาระมาก ให้ความสำคัญกับงาน มากกว่าจะดูแลตัวเอง มักจะเก็บปัญหาของตัวเองไว้ ทั้งที่เป็นอารมณ์ ความคิด นานเข้า มากเข้า ก็จะเกิดเป็นธาตุขึ้น อยู่ตรงนั้นในร่างกายเพราะเราฝังเขาเอาไว้ พูดง่าย ๆ ว่าความเครียดทำให้เกิดมะเร็ง

ทีนี้วิธีแ้ก้ก็แค่ทำกลับกัน คือคลายอารมณ์และความคิดนั้นออกมา เอามาให้เวลากับมัน ฟังร่างกาย ย่อยอารมณ์ตรงนั้น ช้า ๆ ไม่ต้องเร่ง ให้เวลา ให้พื้นที่เขาโดยการไม่เติมความคิดอย่างอื่นเข้ามา ตัดเรื่องวุ่น ๆ ในชีวิตประจำวันออกไป หยุดดูหนัง ดูทีวี อ่านหนังสือ อ่านข่าว ออกไปซักระยะนึง ให้อยู่กับตัวเอง ให้อยู่กับความคิดที่โผล่ขึ้นมา โดยอาศัยธรรมชาติมาช่วยรักษา อยู่บนดิน อาบแดดอ่อน ๆ ตอนเช้าและเย็น ดูนก ฟังเสียงน้ำ แล้วก็ย่อยมันไป ให้ธรรมชาติช่วยเราเยียวยากับความคิดนั้น ๆ อารมณ์ทั้งหลายเหล่านั้นที่เราพยายามปฎิเสธมัน ปล่อยให้เขาโผล่ขึ้นมา แล้วก็ดูเขาค่อย ๆ หมดไป คิดอะไรตรงนั้นให้ตกให้จบ จะเขียนเก็บเอาไว้ก็ได้ ให้เขาระบายออกมา

ระหว่างนี้ก็ควรจะทำความสะอาดร่างกายไปด้วยเพื่อให้การเยียวยาเป็นได้ด้วยความสะดวก ให้ชำระล้างร่างกายด้วยธรรมชาติ ใช้ผลิตภัณฑ์จากภูเขาลำเนาไพร ใช้น้ำตก น้ำฝน ไม่ใช้สารเคมีทุกชนิด โดยเฉพาะพวกทีมีกลิ่นหอม งดทาลิปสติก แปรงฟันด้วยใบไม้ หรือเกลือกับมะนาว งดอาหารคาวพวกเนื้อสัตว์ งดอาหารหวานที่มีน้ำตาล ดื่มน้ำผลไม้คั้นสด งดของทอด ของหมักดองทุกชนิด ทานอาหารที่สดทีสุด ปลอดจากสารเคมี ทานอาหารที่อุณหภูมิห้อง ไม่ทานอาหารร้อนจัดเย็นจัด ง่ายที่สุดคือทานแต่ผลไม้ทั้งวัน จากนั้นเพื่อให้ร่างกายรักษาตัวได้เร็วขึ้น เปลี่ยนมาเป็นดื่มแต่น้ำผลไม้ จนถ้าไม่รู้สึกหิวให้งดอาหารไปเลยก็ได้ สองสามวัน หรือจนกว่าร่างกายจะเริ่มอ่อนแอ

ลดการรบกวนจากโลกภายนอกให้มากที่สุด ปิดมือถือ งดการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ลดการพูดคุยเรื่องเครียด หรือธุระของคนอื่น เพราะจะเป็นการเพิ่มความคิดใหม่ ๆ เข้ามา เราจะต้องให้เวลากันความคิดที่คั่งค้างในตัว อะไรเครียดให้ห่างออกมา แม้แต่หนังสือธรรมะที่หนักเกินไปก็ไม่ต้องอ่านในช่วงนี้ ให้อยู่กับตัวเอง สังเกตุดูกาย ดูอารมณ์ ดูอาการปวดเมื่อย ดูลมหายใจ นั่งสมาธิ นอนกลางวัน ออกกำลังกายเบา ๆ เช่นโยคะ ไทเก็ก เดินเล่น เพื่อช่วยให้คงสติ และคลายตัว คลายความคิดออกมา เน้นกิจกรรมที่ผ่อนคลาย จะนอนกลางวันก็ได้ ให้หาคนแจ่มใส มาอยู่ใกล้ ๆ ตัว

ความคิดหรือมะเร็งนี้สะสมมาในร่างกายเรานาน โดยมากจะเป็นปีขึ้นไป เราให้เวลาเขาออกมาแค่ไม่กี่วัน เมื่อเขามีโอกาสที่จะออกเขาจะออกมาเร็วและแรง ไม่ต้องตกใจไปอาการทางกายจะมีทั้ง รู้สึกมีเรียวแรงมากผิดปรกติ หมดเรี่ยวแรง มึนงง หน้ามือ ปวดท้อง ฝันร้าย อาเจียน หัวใจเต้นแรง ปวดหัว ผื่นขึ้น ปวดตามตัว ขับถ่ายสีเข้ม ท้องร้อง ฯลฯ ไม่ต้องวิตกกังวลไป ปล่อยให้เขาออกมาไม่ต้องกดให้เขาหาย เรากดเขามานานแล้วเขาถึงฝังอยู่ในกายของเรา ปล่อยให้เขาสำแดงอา่การออกมาให้หมด ให้เอาผ้าชุบน้ำประคบเพื่อบรรเทาอาการปวด จะทำดีทอกซ์เพื่อช่วยด้วยก็ได้ ใช้อากาศที่บริสุทธิ์ ความคิดดี ๆ ผ่อนคลาย แสงแดด และกำลังใจจากคนรอบตัวเป็นเครื่องรักษา อาการเหล่านี้พอหมดแรงแล้วจะหายไปในที่สุด

เวลาป่วยเป็นโอกาสทองในชีวิตที่จะมาคิดทบทวน ว่าเราอยากใช้ชีวิตอย่างไร ที่ผ่านมาเรารอที่จะใช้ชีวิตด้วยข้ออ้างอะไรบ้าง อะไรบ้างทีอยากจะทำให้เสร็จ อะไรบ้างที่ไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว เรื่องสำคัญคือวิถีชีวิตต่อไป วิถีชีิวิตใหม่นี้ อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ การตัดสินใจที่มีผลกระทบกับคนรอบข้าง การหยุดรับภาระบางอย่าง แต่ก็ต้องทำ เพราะถ้าุเราไม่สลัดหลุดพ้นจากวิถีชีวิตแบบเดิม เราอาจจะกลับไปป่วยอีก ทางที่ดี อะไรที่คิดไว้ว่าจะทำเมื่อตอนที่ป่วยหนัก ๆ หายป่วยแล้ว ให้กล้าทำเหมือนที่ตั้งใจไว้

เพิ่มเติม

  • อวัยวะที่เป็นมะเร็งนั้นร่างกายจะเลือกอวัยวะที่ใช้งานน้อย หรือแข็งแรงที่สุด โดยจะเลือกเอาอวัยวะที่ไปฝากมะเร็งเอาไว้แล้วเป็นปัญหากับร่างกายน้อยที่สุด เป็นระบบป้องกันตัวเองที่ชาญฉลาดของร่างกาย อวัยวะนั้นคือผู้เสียสละ แผ่เมตตาให้ส่วนนั้นบ่อย ๆ
  • มะเร็งไม่ใช่เนื้อร้าย เป็นเนื้อดีที่ร่างกายเอาของเสียมากฝากเอาไว้ โดยพิจารณาแล้วว่ามีผลเสียน้อยที่สุดกับระบบโดยรวม
  • ร่างกายของเรานั้นซ่อมแซม รักษาตัวเองได้ ไม่ใช่หมอหรือยาที่ไหน สิ่งภายนอกนั้นส่งเสริมให้ร่างกายรักษาตัวเองเท่านั้น
  • พึงปฎิบัติตัวให้สมกับเป็นคนป่วย ภาระกิจใด ๆ ที่เคยปฎิบัติอย่างหนักควรงดเว้น ให้วาระแก่ตัวเองที่จะรับ การบริการจากคนอื่นบ้าง เป็นผู้รับที่ดี หายป่วยแล้ว ก็จะกลับไปเป็นผู้ให้ได้อีก
  • สำหรับท่านที่สนใจอยากปฎิบัติธรรม เวลาของการเจ็บป่วยนั้นเหมาะมากที่จะทำ เพราะเราไปไหนทำอย่างอื่นไม่ได้อยู่แล้ว เวทนาของการป่วยนั้นก็ชัดเจน ให้ดูเวทนา แล้วแผ่เมตตาให้ส่วนที่ปวด เวทนาอ่อนลงก็รู้ เวทนาหมดไปก็รู้ (แถวดีใจนิด ๆ ก็รู้) เวทนามาใหม่ก็ทำใหม่อีก จะภาวนาได้สติกำลังมาก
  • เทคนิคอีกอย่างที่จะทำให้หายป่วยได้เร็วคือการหยุดคิด เราไม่สามารถ”คิด”บังคับให้ร่างกายหายป่วยได้ แต่เราแก้ใจเราให้เลิกป่วยได้ เมื่อเรามอบความไว้วางใจอย่างเต็มที่กับร่างกายเราที่จะดูแลตัวเอง ปล่อยให้เขาทำหน้าที่ด้วยความมั่นใจ จะช่วยให้ร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ถ้าพูดในแง่วิทยาศาสตร์ ก็บอกว่าเมื่อเราคิดน้อยลง เลือดไม่ต้องไปเลี้ยงสมองมาก ก็จะสามารถส่งไปหล่อเลี้ยงส่วนอื่นได้มาก ทำให้การทำงานของส่วนอื่นดีขึ้น พูดอีกอย่างก็คือ กาย และจิตนั้นเป็นคนละส่วนกัน เมื่่อเราปล่อยให้จิตพัก ไม่ต้องเป็นห่วงกาย กายก็ทำหน้าที่ได้เต็มที่ เพราะกายนั้นรู้ตัวเองดีอยู่แล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง เราสังเกตุได้ว่าหัวใจของเรานั้นเต้นเอง ไม่ต้องไปบังคับเลย ถ้าพูดในทางพุทธก็คือ เมื่อเราเห็นความจริงว่า กายนี้บังคับให้อยู่ได้ยาก จิตจะคลาย ไม่ยึดติดกับกาย กายนั้นอยากเป็นปรกติ ก็หายดีเองได้
  • กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญมากสุดในการรักษา ขอให้เชื่อมั่นว่าร่างกายนั้นแข็งแรง ชาญฉลาด มีพลังมหาศาลที่จะกลับมาเป็นปรกติ “สิ่งมหัศจรรย์” นั้นเิกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ

ขอให้พบกับทางเดินที่เป็นสุข และหายป่วยจากโรคมะเร็ง

"มะเร็งเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้" was published on February 27th, 2009 and is listed in สุขภาพ.

Follow comments via the RSS Feed | Leave a comment | Trackback URL

    None Found

Leave Your Comment

You must be logged in to post a comment.

  • อ่านตามหัวข้อ

  • อ่านตามที่อ้างอิงถึง

    Priceline wireless กฎหมาย การย่อย การสอน การเมือง การ์ตูน กำลังใจ กิน ของหวาน ข้าวเย็น ความฝัน ความรู้ ความสุข คอมพิวเตอร์ งานอาสาสมัคร ชีวิต ดอกไม้ ทำนาย ทำเอง ท่องเที่ยว ธรรม ธรรมชาติบำบัด นอน น้ำดื่ม น้ำตาล บ้าน ประหยัดตังค์ ผลไม้ มือถือ ยาจีน รถ สายตา สุขภาพ สุนทรียภาพ หุ้น อาหาร เกลือ เดินทาง เลี้ยงลูก เวบ เวลา โรงเรียน โรงแรม ไขมัน
  • เข้าแฟ้ม

  • ใช้งาน

  • พูดถึงล่าสุด

  • หน้าหลัก ๆ

  • donate

  • NaiMiang.com is powered by WordPress. YUI-Mainstream 750 Theme from Buzzdroid has been modded by นายเมี่ยง

    Valid xhtml