
พงหญ้าอันใหม่ใต้ร่มเงาไม้ พงหญ้าเก่าโดนแดด
เหลือบไปดูพงหญ้าที่ขึ้นใหม่ ของปีนี้เขียวดีเหลือเกิน ปลูกก็ไม่ได้ปลูก คงจะมีเมล็ดหญ้าจากดงเก่าข้าง ๆ ไปตก เจ้าพงเก่ากลับเหลืองไม่สวยเลย ดูไปก็รู้ว่าเจ้าดงใหม่นั้นได้ดินดีมีร่วมเงาความชื้นสูง ดงเก่านั้นโดยแดดร้อน แล้วก็แวบขึ้นได้ว่าเออนะเราไม่ต้องทำอะไรเลย แค่เหตุปัจจัยมันถึงพร้อม หญ้าดงใหม่เขียวขจีก็เกิดเองได้ นึกได้แล้วก็นึงถึงคำสอนของครูไทชี่ท่านหนึ่งที่บอกว่าเราไม่อาจไปบังคับน้ำให้ไหลตามใจเราได้ แต่ถ้าเราขีิดร่องน้ำให้มัน มันก็ไหลมาตามทางของมันเอง
โอ้โหง่ายแค่นี้เองเอาไปใช้ได้เยอะนะครับ แต่เราก็ลืมเรื่อย ๆ
เราไม่อาจไปบังคับให้ลูกของเราโตเป็นคนดีได้ เราได้แต่สอนและแสดงตัวอย่างให้เห็น ส่งเสริมให้คบเพื่อนดี ๆ ฯลฯ เท่านั้น เมื่อสิ่งแวดล้อมและปัจจัยถึงพร้อมเขาก็จะโตไปเป็นบุคคลที่มีคุณภาพให้กับสังคมเอง
เราไม่อาจแค่คิดฝันว่าเราจะรวยแล้วก็รวยได้เอง ต้องทำปัจจัยให้ถึงพร้อมเช่นขยันทำงาน ทำงานที่ได้ตังค์ อดออม ห่างไกลจากอบายมุข
เราไม่อาจบังคับให้คู่ครองของเราไม่ไปมีอื่น แต่ทำเหตุให้ถึงพร้อมคือเกื้อกูลกันในปัจจุบัน ยังต้องพึ่งกันอยู่ และมีความสุขอยู่ด้วยกัน เขาก็ไม่ไปไหนเอง
เราไม่อาจจะบังคับใจจากกิเลสได้นาน ก็ถือศึลให้ไม่ด่างพร้อย เจริญสติภาวนา เมื่อปัญญาเกิดเห็นความจริงแล้ว ใจก็คลายจากความยึดมั่น หลุดจากกิเลศได้เอง
เมื่อเรารักษาสุขภาพดีแล้ว ไม่เบียดเบียนตัวเองด้วยอาการต่าง ๆ ร่างกายของเราไม่น่าเป็นที่อยู่อาศัยของโรค ภูิมิคุ้มกันเราสูง เราก็สบายดี
ฯลฯ
ประเด็นก็คือเราควรจะมาโฟกัสที่เหตุที่ทำให้มันเกิด และทำให้ดี ให้ครบ ให้พอดี พอถึงเวลาแล้วหญ้ามันก็งอกเองได้ ไม่ต้องไปบังคับ งอน ทำให้รู้สึกผิด โกรธ เครียด หรือน้อยใจกับมันเลย
[ต้องขอออกตัวว่าผู้เขียนยังไม่ได้ยังไม่ได้ทำทุกสิ่งได้ถึงพร้อมแต่อย่างใด มีเพียงพงหญ้าปรากฎขึ้นที่หลังบ้านเท่านั้น]
เพิ่ม 8 กันยายน 09 – ฟังพระอาจารย์ปราโมชย์ท่าบอกว่าธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา สั่งไม่ได้ แต่ฝีึกได้ ให้เกิดความเคยชิน ให้เกิดเป็นนิสัย