เลือกเครื่อง
ช่วงนี้มีโอกาสต้องได้ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุคให้น้าสาว เธอไม่ต้องการเครื่องเล็ก ๆ แบบ เนตบุคเพราะว่าอยากจะใช้ให้สบายตา และเธอไม่ต้องการ Macbook เพราะจะต้องเรียนรู้ระบบการใช้งานใหม่ เธอไม่ได้เล่นเกมส์หรือตัดต่อวิดีโอ จึงไม่ต้องการเครื่องความเร็วสูง หรือมีพื้นที่ความจุสูงแต่อย่างใด
ผมไม่อยากแนะนำให้เธอซื้อเครื่องใหม่ สเปคดี ราคาถูกมาใช้งาน ด้วยเห็นผลสองสามประการ คือเครื่องราคาถูกเหล่านี้ไม่ทน โน้ตบุคนั้นไม่เหมือนเครื่องตั้งโต๊ะ เพราะจะถูกเคลื่อนย้ายใส่เข้าใส่ออก วางและเก็บเป็นประจำ จึงมีโอกาศที่จะได้รับความกระทบกระเทือนและเสียได้ง่ายกว่ามาก อีกประการหนึ่ีงก็คือเครื่องเหล่านี้มีน้ำหนักมาก และมีรูปร่างเทอะทะ เครื่องราคาถูกเหล่านี้บางรุ่นจะมีปัญหาเรื่องความร้อนสูงด้วย คียบอร์ดก็อาจจะพิมพ์ได้ไม่สะดวกแต่นั่นเป็นเรื่องรอง ๆ ลงไป
ผมจึงแนะนำให้เธอซื้อเครื่องของบริษัท HP ที่มีขายอยู่ในร้านค้าปลีกทั่วไปในอเมริกา รุ่น DV5t โดยเฉพาะที่ Costco ในราคาประมาณ $700-800 เหรียญ หรือถ้าเธอไม่รังเกียจเครื่องมือสอง ผมก็ยินดีจะหาซื้อเครื่องรุ่นใกล้เคียงกับที่ผมใช้งานอยู่ในราคา สองสามร้อยเหรียญให้ เนื่องจากโน้ตบุคเครื่องนี้จะเป็นเครื่องแรกที่เธอจะมี เธอจึงตกลงให้ผมหาให้ในราคาไม่แพงตามที่แนะนำ เมื่อเธอใช้งานเก่งแล้วจึงค่อยซื้อเครื่องใหม่ที่ดีกว่า
เครื่องรุ่นที่ผมใช้อยูเป็น (IBM) Lenovo Thinkpad T40 แต่ภายในเปลี่ยนเป็น T42. ผมพยายามประมูล T42 ที่อีเบย์อยู่สามสี่วัีนก็ไม่ได้ ตอนหลังจึงเลือกเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า และมีสภาพดูใหม่ ที่ราคาแพงขึ้นมานิดนึง ท้ายสุดจึงได้เครื่อง Thinkpad T43 มาเครื่องนึงที่ราคา $265+$20 shipping เบ็ดเสร็จจ่ายไป $285. ต้องยอมรับว่าไม่ได้ซื้อที่ราคาถูกที่สุดที่เป็นไปได้ แต่น้ารอเครื่องมาหลายวันแล้ว และเครื่องที่ได้ก็ดูเป็นเครื่องที่สภาพดี มีสเปคตามที่ผมต้องการทุกอย่างไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ใด ๆ มาเปลี่ยนซึ่งทำให้สะดวกกับผมมากขึ้นที่ไม่ต้องซื้อกับคนขายหลายเจ้าและไม่ต้องรอของหลายชิ้น นอกจากนี้ T43 ใช้ memory DDR2 ซึ่งมีราคาถูก ถ้าต้องการจะเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมในภาพหลังก็ทำได้ง่าย
เหตุผลที่ผมเลือกใช้ Thinkpad T series นั้นก็เพราะว่า IBM Thinkpad (หรือ Lenovo Thinkpad ในปัจจุบัน) เป็นเครื่องที่ขึ้นชื่อเรื่องความคงทน น้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับขนาด เป็นจุดสมดล ระหว่างขนาด กับความเบา สำหรับคนที่ไม่เดินทางบ่อย ๆ (สำหรับท่านที่ต้องพกพาเครื่องขึ้นรถเมล์หรือ รถไฟฟ้าทุกวัน ผมขอแนะนำ Thinkpad X series, หรือ Netbook เนื่องจากมีน้ำหนักเบากว่า) จากการสำรวจของนิตยสาร Consumer Report ในบรรดาเครื่องคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้วด้วยกัน Thinkpad โน้ตบุคจะเป็นรองก็แค่เครื่องจาก Apple เท่านั้น (จริงจริงแล้วมียี่ห้อไม่ดัง อีกหลายยี่ห้อที่อาจจะทำเครื่องได้ดี เช่น Sager, MPC แต่เครื่องเหล่านั้นไม่แผ่หลาย หาซื้ออะไหล่และความรู้เพิ่มได้ยาก) เรียกได้ว่าการใช้ Thinkpad มือสองนั้นก็เหมือนกับเลือกซื้อรถเบนซ์มือสอง แล้วนำมาซ่อม แทนที่จะซื้อรถมือหนึ่งนั่นเอง
Memory แค่ไหนถึงพอ
จากประสบการณ์ของผม 1GB นั่นเพียงพอ สำหรับ window XP จาก 256MB มาเป็น 512MB นั่นต่างมาก จาก 512MB มาเป็น 1GB นั่นต้องสังเกตุจึงรู้สึกว่าต่าง ผู้ที่ใช้งานเครื่องอย่างหนักอาจมีความจำเป็นต้องใช้ 2GB
คุณสามารถดูได้ว่าคุณต้องการ memory มากแค่ไหนได้โดยดูจาก Task Managers เลือก Performance แล้วดูด้านล่างที่เขียนว่า Commit Charge (K) แล้วอ่านค่า Total ช่วงนี้มีหน่วยเป็น KiloByte ดังนั้นสามแสนกว่า จะเท่ากับประมาณสามร้อยว่า MB ให้ลองอ่านค่านี้ตอนที่คุณใช้งานเครื่องหนักที่สุด คนทั่วไปจะได้ค่าที่ช่องนี้ประมาณสามแสนถึงห้าแสนบน window XP ดังนั้น 1GB (1024MB) จึงเพียงพอ สำหรับการใช้งานปรกติ
สำหรับ Window Vista เขาแนะนำว่า 2GB จึงจะพอเพียง ผมไม่มีประสบการณ์ตรงแต่ก็เห็นด้วยตามนั้น
อัพเดด Bios และ Driver
เครื่องคอมเวลาใช้งาน Hardware ดีแล้ว Software ต้องดีด้วยจึงจะได้ผลเต็มประสิทธิภาพ เวลาที่ hardware ออกมาใหม่ ๆ software นั้นเขียนไม่ทัน ตัวแรก ๆ ที่ออกมาจะแค่พอใช้งานได้เท่านั้น ตัวหลัง ๆ จึงเขียนอย่างกระชับ รีดเอาความสามารถของอุุปกรณ์ ออกมาได้หมด
ฺฺDrivers นั้นก็คือ software ที่เขียนเพื่อใช้งาน hardware นั่นเอง ตัวที่แถมมากับเครื่องนั้นออกมานานแล้ว เมื่อผ่านไปปีสองปีควรจะใส่ตัวใหม่ที่เต็มประสิทธิภาพลงไป กับเครื่อง T43 นี้ driver ไม่ได้อัพเดดมาสองปีแล้วผมจึงเอาตัวล่าสุดใส่เข้าไป ไม่น่าเชื่อว่าเครื่องเก่าสองปีแบบนี้ driver ตัวล่าสุดบางตัวพึ่งออกมาไม่กี่วัน แปลว่าเขายังพัฒนากันอยู่ อาจจะยังไม่ใช่จุดสูงสุดก็ได้
Driver ที่ใส่แล้วเห็นผลชัดเจนที่สุดบนเครื่อง T43 ตัวนี้ driver ของ การ์ดจอ ดูเหมือนว่า Intel จะไม่ค่อยถนัดการเขียน graphic driver ซักเท่าไหร่ ตัวที่ใส่เข้าไปใหม่ดีกว่าตัวเดิมอย่างเห็นได้ชัด
Bios และ driver ตัวอื่น ๆ นั้นดูเหมือนจะไม่มีความจำเป็นต้อง update เท่าไหร่ แต่ผมก็ทำไปทีเดียวเลย เพราะถ้ามีความจำเป็นขึ้นมาก ผมไม่อยากให้น้าเขาลำบากกับเครื่องซับซ้อนพวกนี้
เพิ่มเติม เดือนสิงหาคม 2009, ปรากฎว่า driver ของ wireless card ผ่านไปสี่ห้าเดือนเริ่มมีปัญหากับ window XP. จากประสบการณ์กับเครื่องอื่น ๆ ในช่วงนี้ผมเชื่อว่า Microsoft ออก update บางตัว (โดยเฉพาะ SP3) ที่มารวนการใช้งาน wirelss แบบเดิม ๆ ทำให้ผมขาดความเชื่อถือ update ของ Microsoft และแนะนำให้ ทุกท่านปิด automatic update จาก microsoft ถ้าเครื่องของท่านใช้งานได้ดีไ่ม่มีปัญหาอะไรในขณะนี้ เพราะ update ตัวใหม่ ๆ อาจจะทำให้เครื่องมีปัญหาก็ได้ (สงสัย Microsoft แกล้งทำให้มีปัญหาคนจะได้ไปซื้อ Windows 7 หรือเปล่าเนี่ย)
คำแนะนำทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ ถ้าไม่มีัปัญหาอะไร ไม่ต้องไปยุ่งกับ Bios สำหรับ Driver นั้นถ้าอยากจะอัพเดด ก็ลองดู ไม่จำเป็นว่าอันที่ใหม่ที่สุดจะคืออันที่ดีที่สุด นอกจากว่าห่างกันปีครึ่งสองปี อันใหม่ว่าจะดีกว่าถ้าห่างกันขนาดนั้น
การปรับแต่ง CPU
ที่ผมกล้าแนะนำเครื่องมือสองที่ยังใช้ CPU รุ่นเก่าอย่าง Pentium M มาใช้งานก็เพราะผมรู้จักการปรับแต่งพอสมควร ผมยอมรับว่า Core2Duo เป็น chip ที่น่าทึ่งมาก (DualCore รุ่นแรก ๆ นั้นร้อนเกินไป แต่รุ่นใหม่ ๆ ในตระกูล T3xxx นั่นคุ้มค่ามาก) Pentium M โดยเฉพาะรุ่น Dothan ที่ยังใช้ Front side bus ที่ 400MHz และ L2 Cache 2M นั้นเป็นความจุดสูงสุดในการสร้างของประสิทธิภาพจาก CPU จุดหนึ่ง เนื่องจาก chip รุ่นนี้มีความเร็วพอสมควร มีcache ที่ใหญ่ แต่่กินไฟน้อย โดยเฉพาะเมื่อนำมาปรับแต่งให้กินไฟน้อยลงกว่าปรกติ (undervolt) เครื่องที่ผมใช้เขียนอยู่นี้กินไฟทั้งเครื่องรวมกันแค่ 15 Watts เท่านั้นเอง CPU รุ่นนี้จึงแทบไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนเลย ใช้งานบนแบตเตอรรี่ได้นาน มีความสามารถสูงกว่า CPU รุ่น Atom ในเนตบุคทั้งหลาย แต่กินไฟเยอะกว่าหน่อย ในขณะที่มีราคาพอ ๆ กันเนื่องจากตกรุ่นมาแล้ว
การปรับแต่งอันดับแรกที่ผมทำ ก็คือติดตั้งโปรแกรมที่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้ากับ CPU ให้น้อยที่สุดเท่าที่ CPU แต่ละตัวจะทนได้ โดยการใช้โปรแกรม NHC Notebook Hardware Control เครื่่อง T43 ที่ผมซื้อให้น้าเครื่องนี้ผมทดลองปรับหลายครั้งจนมาเสถียรที่ 0.732 volt @ 800 MHz และ 1.132 volt @ 1.8 MHz ก็ลดการใช้ไฟลงจากเดิมประมาณ .2 volt เหมือนจะไม่มากอะไรแต่ก็ช่วยยืดเวลาบนแบตเตอรี่ และลดความร้อนลงไปพอสมควร
เลือกและปรับแต่งระบบปฎิบัติการ
อันดับถัดไปก็คือ การปรับแต่งระบบปฎิบัติการ Window XP จริง ๆ แล้วโดยส่วนตัวผมไม่ชอบ XP เลย ผมรู้สึกว่ามันเทอะทะ อืด ๆ อย่างไรไม่รู้ เมื่อเทียบกับ Windows 2000 แต่ win 2000 ก็เก่าเกินไปเสียแล้วโปรแกรมใหม่ ๆ อย่าง Internet Exploer 7 นั้นไม่ยอมวิ่งบน 2000. ช่วงปีที่ผ่านมานี้ผมมาติดใจกับ Windows 2003 ซึ่งผมคิดว่าเป็นระบบปฎิบัติการที่ดีที่สุดจากไมโครซอฟ ณ ขณะนี้ แต่ Window 2003 นั้นรากฐานเป็นระบบปฎิบัตการแบบ server และคนทั่วไปไม่รู้จักผมคิดว่าคนอื่นที่อาจจะต้องช่วยน้าแก้ไขเครื่ีองจะทำอะไรไม่ถูก ท้ายสุดแล้ว Window XP จึงเป็นการประณีประณอมที่ดีสุด น้าผมเขาได้ยินว่าคนอื่นนั้นใช้ Window Vista กันหมดแล้วจึงอยากได้บ้าง ผมศึกษาแล้วพบว่า Vista นั้นใหญ่ สวยงาม แต่ใช้ทรัพยากรมาก ซ้ำยังพึ่งออกมาใหม่ ยังมีปัญหาจุกจิกยังแก้ไขไม่หมด ไม่เหมาะสมที่จะใช้งานในขณะนี้ และบนเครื่องรุ่นนี้
แรก ๆ ผมก็แก้ไขและลบโปรแกรมที่ไม่จำเป็นออกเองทีละส่วน แต่พบว่าต้องใช้เวลามาก และเครื่องก็ยังไม่เร็วอย่างที่ควรจะเป็น ตอนหลังจึงไปพบ Register file ที่มือเก่ง ๆ เขาใช้ปรับแต่งแก้ไขกัน แม้ว่าจะไม่ตรงใจเราทั้งหมด แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขารู้ลึกและปรับแต่งลงไปได้ถึงแก่นกว่าเรา จึงไล่อ่านดูทีละส่วน และลบทิ้งส่วนที่ไม่เหมาะสมออกไปบ้าง เพราะเขาปรับแต่งสำหรับคนใช้คอมเล่นเกมส์ สไตล์ออกมาวัยรุ่นมาก ผมแก้เท่าที่รู้ ตรงไหนสงสัยก็ไม่เอาบ้างท้ายสุด ก็ได้ file ปรับแต่งนี้ ไม่ได้ดังใจเต็มร้อยแต่ก็ทำให้เครื่องวิ่งปรื๋อขึ้นมาเชียว ผมคิดว่าน้าของผมคงรับกับความสวยงามที่น้อยลง แลกกับประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และเสถียรภาพได้ เพราะนั่นก็หมายถึงการปวดหัวสำหรับผมน้อยลงไปด้วย
ดูผลงานตัวเองแล้วก็ ชื่นชม ยังรู้สึกว่าทำไมเขาไม่ทำเครื่องออกมาขายตั้งแต่แรกแบบนี้เลย จะลดปัญหาเครื่องช้าเครื่องถูกบุกด้วยโปรแกรมพาลไปได้เยอะ
ปรับค่า Internet Explorer (IE)
IE7 นั้นตั้งแค่เริ่มแรกเป็น โซน Medium ซึ่งผมมองว่าละหลวมเกินไป ผมเปลี่ยนเป็น Medium-High แต่ก็พบว่าเวบบางเวบมีปัญหาในการแสดง ผมจึงเข้าไปแก้ไข โซนนี้ให้ยอมให้ Java Script รันได้ ก็รัดกุมกว่าแบบดั้งเดิมนิด แต่ใช้งานได้เป็นปรกติ
โปรแกรมรักษาความปลอดภัย
นอกจากเราจะปิดช่องโหว่โดยการหยุด Services ที่ไม่จำเป็นจากการใช้ Register file ปรับแต่งแล้ว โปรแกรมป้องกัน ไวรัส และ กำจัดสปายแวร์ ก็ยังเป็นสิ่งสำเป็นสำหรับผู้ใช้ทั่วไปอยู่ดี ผมติดตั้งโปรแกรมสองสามตัวเพื่อการนี้
ตัวแรกคือ AVG Free เป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสที่เราใช้งานได้ฟรี สามารถอัดเดดตัวเองได้ และอยู่ในระบบเพื่อตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมตลอดเวลา ผมประทับใจกับโปรแกรมนี้มากกว่า พวก Norton หรือ Mcafee ซึ่งมักจะลงมาให้สำเร็จตอนซื้อเครื่องแล้วเรียกเก็บเงินเราแบบรายปี
Adaware โปรแกรมตัวนี้จำเป็นในการกำจัดพวกสปายแวร์ที่เข้ามาอยู่ในระบบแล้ว แต่สำหรับเครื่องของน้าอันนี้ผมติดตั้งไว้เผื่อต้องใช้งานเท่านั้น เพราะผมไม่คิดว่าเครื่องจะมีปัญหาอะไรง่าย ๆ
Spybot Search and Destroy ตัวนี้กับ Adaware เป็นโปรแกรมกำจัด สปายแวร์ที่น่าไว้ใจที่สุด มีมานานแล้ว รู้จักหนอนและขยะต่าง ๆ ดี
มีโปรแกรมอีกมากที่มักอ้างตัวว่าเป็นโปรแกรมจัดการกับสปายแวร์และไวรัส แต่แท้ที่จริงตัวเองเป็นขยะ โดยเฉพาะพวกที่ Pop-up ขึ้นมาเสนอตัว ถ้าไม่รู้จักมันกรุณาอย่าติดตั้งบนเครื่องของท่านเลยนะครับ ใช้แต่อันที่คนใช้มาก ๆ หรือไปหามาเองจะปลอดภัยกว่า
โปรแกรมเสริมเพื่อประสิทธิภาพและความสะดวกสบาย
CClean เป็นโปรแกรมทำความสะอาดเครื่องแบบภายใน โดยจะช่วยลบ file and register entries ต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้งานออกไป อธิบายอีกอย่างก็คือจะทำความสะอาดขยะที่สร้่างจากโปรแกรมที่เราใช้งานอยู่บ้าง โปรแกรมที่เราลบไปแล้วแต่ยังเหลือซากอยู่บ้าง ส่วนเกินที่โปรแกรมติดตั้งด้วยความหวังดีเกินไปบ้าง
เรื่องอึดอัดในการใช้คอมพิวเตอร์ หลัก ๆ สำหรับผมคือตอนเปิดเครื่องครั้งแรกแล้วต้องใช้เวลานานมากกว่าจะใช้งานได้ เราสามารถลดเวลาเิริ่มต้นนี้ลงบางส่วนด้วยการปิด Services ที่ไม่จำเป็น และลดชุดของโปรแกรมที่วิ่งเองทุกครั้งที่เริ่มต้น (Startup) ให้ลดลงเหลือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น พวกโปรแกรมหวังดีที่คอยเช็คโปรแกรมใหม่ ๆ ให้นั้นไม่ต้องก็ได้ แค่ update จากไมโครซอฟ เองก็พอแล้ว
อีกเทคนิคนึงที่ทำให้เปิดเครื่องขึ้นมาได้เร็วขึ้นก็คือแทนที่จะปิดเครื่องตามปรกติ ก็ให้เครื่องจำศึล (hybernated) แทน วิธีนี้ทำให้เครื่องขึ้นมาได้เร็วมาก แต่ไม่ควรทำตลอดเวลา เพราะเครื่องจำเป็นต้อง shutdown อย่างสมบูรณ์เรื่อย ๆ ด้วย
Foxit Reader ผมใช้โปรแกรมตัวนี้อ่าน pdf file แทน Adobe Acrobat reader เพราะว่า Foxit นั้นตัวเล็กและเรียกขึ้นไวกว่า
FSViewer แต่ก่อนผมก็เป็นแฟน Acdsee แต่ผมพบแล้วว่าตัีวนี้เร็วและใช้งานได้ง่ายกว่า ตัวนี้เอาไว้ใช้ดูรูปที่อยู่ในเครื่ีอง อีกตัวที่ผมว่าเยี่ยมมาก ๆ ก็คือ Picasa มันสวยแล้วก็ใช้งานได้ง่าย แต่กินทรัพยากรค่อนข้่างมาก
FireFox Browser แม้ว่า IE รุ่นใหม่ ๆ มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีขึ้นแล้วก็ตาม การมี Broswer อีกตัวสองตัวไว้เป็นตัวเลือก ก็ยังเป็นความคิดที่ดี
GOM Player ตัวนี้เอาไว้ใช้ดูหนัง เจ้าตัว Media Player นั้นไม่รู้จักการเข้ารหัสของ DVD และหา Codec ไม่เจออีกต่างหาก GOM ใช้งานง่ายกว่า
JKDefrag สาเหตุที่ทำให้เครื่องใช้ไปนาน ๆ แล้วช้าลงเรื่อย ๆ อีกอย่างนึงก็คือการจัดเรียงตัวกันของไฟล์บนฮาร์ดดิส นั้นกระจัดกระจาย เราจึงควรให้โอกาสเครื่องจัดเรียงไฟล์บ้างทุกสองสามเดือน โปรแกรมนี้ฟรี มีเสถียรภาพสูง และมีกลยุทธที่น่าสนใจ ถ้าอยากจะใช้ที่ดีกว่านี้ให้หา PerfectDisk มาใช้งาน
เรื่องอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาในการเลือกโน้ตบุค
เรื่องกวนใจอีกอย่างที่ีผมพบกับ T43 ตัวนี้คือเรื่องพัดลมเสียงดัง ตอนเปิดเครื่องครั้งแรกพัดลมจะวิ่งที่ความแรงสูงสุดเพื่อตรวจสอบตัวเองว่ายังวิ่งได้ดีอยู่ โชคดีที่เสียงกวนใจนั้นแทบจะไม่มีเวลาที่เครื่องทำงานตามปรกติ
เรื่องอีกเรื่องหนึ่งที่หลาย ๆ ท่านควรพิจารณาในการเลือกโน้ตบุค ก็คือหน่วยประมวลพลเพื่อการแสดงภาพ GPU หรือการ์ดจอ ที่เราเรียกกัน เจ้าตัวนี้ใช้พล้งงานและความร้อนสูงไม่แพ้ CPU โดยเฉพาะตัวที่แยกออกมาต่างหาก และมีความเร็วสูง สำหรัีบคนทั่วไปที่แค่ต้องการใช้ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเวบ การด์จอแบบรวมมา (Intergrated) นั้นเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเพราะใช้ไฟน้อยกว่า ไม่ร้อน และก็เร็วพอเพียง T43 ตัวนี้เป็นรุ่นประหลาดที่ใช้การ์ดจอของ Intel แทนที่จะใช้ของ ATI ซึ่งมีปัญหามากใน Thinkpad T4X series นี้ เรียกได้ว่าเป็นความสมดุลที่ลงตัว
ขนาดและความละเอียดของจอเป็นอีกเรื่องที่ผมพิจารณา ผมพบว่าเครื่องที่มีความละเอียดสูง ๆ เกิน 1024×768 นั้นจะทำให้ตัวหนังสือเล็กลงไปด้วย ผมเลือกเป็นพิเศษว่าจอที่ได้นั้นไม่ความละเอียดจนเกินไป จริง ๆ แล้วจอของโน้ตบุคยี่ห้ออื่นสีจะสวยกว่านี้ แต่ก็เป็นข้อจำกัดที่ผมยินยอม
สรุป
ถึงวันนึงเครื่องคอมเครื่องไหน ก็ต้องเก่าตกรุ่นเป็นธรรมดา แม้ว่าจะยังใช้งานได้ดีเป็นปรกติทุกอย่าง แต่ผู้ขายก็ต้องทำให้เรารู้สึกว่ามันล้าหลัง เพื่อว่าเขาจะได้ขายของใหม่ได้ แต่เราไม่จำเป็นต้องใช้ของรุ่นใหม่ที่สุดเพื่อทำงานง่าย ๆ ที่คน 90 เปอร์เซ็นต์ใช้งานกันก็ตาม
การรู้จักปรับแต่ง เพื่อใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าให้เกิดประสิทธภาพสุงสุดจึงเป็นการใช้ทรัพยากรที่ดี เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม และทรัพย์ในกระเป๋าของเราได้ดี
วันนึง Window Vista ก็จะเติบโตเต็มที่น่าใช้งานเหมือนกัน Window XP ถึงตอนนั้นเครื่องรุ่น Core2Duo ก็จะมีราคาถูกลงมา เพราะก็คงจะมีเครื่องรุ่นใหม่กว่านี้อีก ปลายปีนี้ Window ตัวใหม่ที่ชื่อว่า Window 7 ก็จะออกแล้วครับได้ยินมาว่าดีกว่า Window Vista ซะด้วย ถ้ามันดีจริง ข้าม วินต้าไปเล่นวินโดว์ เซเว่นเลยก็ยังได้ครับ ถึงตอนนั้นถ้าเรามีเงินจะซื้อเครื่องรุ่นใหม่ก็จะได้ดีกว่าเครืื่องตอนนี้เสียอีก แต่ถ้าเจ้าเครื่องตัวเดิมมันยังใช้งานได้ดี ก็ใช้มันไปเรื่อย ๆ ก็ได้ครับ
Miang wrote,
วันก่อนต้องไปช่วยเพื่อนเลือกซื้อ laptop แบบสด ๆ ที่ร้าน เลยได้มีโอกาสดูตัวจริงของเครื่องหลาย ๆ รุ่น แล้วก็เลยเจอเครื่องอีกรุ่นที่อยากจะแนะนำสำหรับคนที่ต้อนการซื้อเครื่องใหม่ นั่นก็คือ Sony NS series. รุ่นนี้เป็นจอ 15 นิ้ว ตัวไม่หนา สวยงาม แล้วก็มีกล้องด้วย ราคาประมาณ $700-$950 ตอนที่ยังไม่ลดราคา ถ้าเจอสัก $600 ละก็ซื้อได้เลยครับ
| Link | February 17th, 2009 at 11:23 AM
วินโดว์วิสต้า (Window Vista) ต่อเข้าอินเตอร์เนตไม่ได้ | นายเมี่ยงขอบอก wrote,
[...] พึ่งเล่าว่าวินโดว์วิสต้าไม่น่าใช้เมื่อตอนเลือกโน้ตบุคให้น้าอยู่ไม่กี่วันที่แล้ว เมื่อวันก่อนก็เจอพิษสงของ Vista เข้าไปเต็ม ๆ เสียเวลาไปสองสามชั่วโมง ก็ยังแก้ไม่ได้ท้ายสุดก็ต้องใส่ fixed IP address ให้เครื่องใช้ไปพลาง ๆ [...]
| Link | February 21st, 2009 at 7:10 AM
วินโดว์ที่ดีที่สุดสำหรับผม Window 2003 ดัดแปลง | นายเมี่ยงขอบอก wrote,
[...] เมื่อตอนก่อนโน้นเคยบอกไปว่า โดยส่วนตัวของผมแล้ว วินโดว์ที่ดีที่สุดในขณะนี้คือ window 2003 ที่เขาตั้งใจเอาไว้เป็น server นั่นแหละ ไม่รู้ว่าเป็นยังไง ไมโครซอฟพัฒนา window ตัวนี้ได้ดีมาก มีความปลอดภัยสูง เสถียร เร็ว กระทัดรัด กินทรัพยากรน้อย ใช้แล้วติดใจ แต่จะเอามาใช้งานก็ไม่หมู [...]
| Link | October 16th, 2009 at 11:33 AM