ช่วงนี้ผมได้อ่านหนังสือของคุณนิโคลัส ดาวาส (Nicolas Darvas) โดยเฉพาะเล่ม How I made $2,000,000 in the stock market ซึ่งทุกวันนี้เป็นคลาสสิกไปแล้ว ผมชอบที่เขาเล่าประสบการณ์การเล่นหุ้น ลองผิดลองถูก จนเกือบหมดตัว แล้วมาค้นพบวิธีการโดยใช้การสังเกตุจากประสบการณ์จริง จากนั้นลองและประเมินผล มีปรัชญาหลายอย่างพ้องกับแนวพุทธของเรา เรียบง่าย ไม่ยึดติด แต่จริงจัง ไม่ใช้อารมณ์ ลดความกังวล ทำได้จากทุกแห่งบนโลกที่มีการสื่อสาร (สมัยคุณนิโคลัสใช้โทรเลข) ดูแล้วชั่งเป็นหนทางสู่อิสรภาพทางการเงินซะจริง ผมเลยลองเลยในตลาด mini-bull ที่จะหมดเมื่อไหร่ก็ไม่รู้อันนี้ เสี่ยงหน่อย ไม่ค่อยตรงตำราแต่เราก็ลองได้ แล้วก็พัฒนาต่อเป็นวิธีของเรา
การซื้อขายสไตล์นี้ตรงกันข้ามกับการซื้อขายจากการแกว่ง (swing trade) ที่ผมใข้อยู่ ผมพบว่าแม้ swing trade จะใช้ได้ผลก็จริง แต่ก็หมดค่านายหน้าไปมาก แล้วก็เสียเวลาศึกษาอ่านค่าค่อนข้างมาก แล้วส่วนใหญ่กำไรที่ได้เป็นกอบเป็นกำนั้นเกิดการการสวิงของทั้งตลาด ที่เปลี่ยนแนวโน้มจากขาลงเป็นขาขึ้น ดันราคาขึ้นมาทั้งกระดานต่างหาก ผมอยากจะปลีกตัวจากตลาดไปทำอย่างอื่นบ้าง โดยไม่ต้องกังวล และดัดนิสัยตัวเองให้ไม่เฝ้าหน้าจอนาน ๆ ในขณะที่ตลาดเปิดอยู่ จึงลองวิธีนี้ดู ด้านล่างเป็นการสรุปวิธีการซื้อขายหุ้นแบบคุณนิโคลัส
คืออะไร
การเล่นหุ้นแบบง่าย ๆ ที่คุณนิโคลัสใช้ทำเงินมาแล้วสองล้านเหรียญเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว วิธีนี้ยังใช้ได้อยู่อีกยี่สิบปีถัดมา และน่าจะใช้ได้ตราบที่ยังมีตลาดหุ้นและคนยังเป็นคน มีความหวังและความกลัว
แนวคิด
คุณนิโคลัสบอกว่า หุ้นที่มีคนสนใจและเชื่อว่ามีอะไรดี จะฟ้องออกมาในตลาด โดยจะมีราคาขึ้นและปริมาณการซื้อขายที่คึกคักผิดปรกติ เราเพียงแค่ตามคนเหล่านี้ที่เขาคิด(หรือรู้จากวงใน) ว่าหุ้นนี้จะขึ้น ซื้อตามแล้วถือตราบหุ้นนี้ยังขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะความนิยม เราพร้อมที่จะขายตลอดเวลาโดยตั้งคำสั่งขายไว้ล่วงหน้า และขายทันทีเมื่อคนเริ่มเปลี่ยนใจไม่อยากได้หุ้นตัวนี้อีกแล้ว
เป็นการซื้อขายโดยยอมรับว่าเราจะถูกบ้างผิดบ้าง โดยตลาดจะเป็นตัวตัดสินว่าเราถูกหรือผิด แต่เราจะผิดให้สั้นที่สุด และถูกให้ยาวที่สุด
เล่นยังไง
- ใช้คำสั่งซื้อขายอัตโนมัติ ซื้อให้เรา ขายแทนเรา เพื่อที่การกระทำจะเกิดขึ้นทันทีเมื่อสถานะการณ์มาถึง และลดความเสี่ยงไปในตัว ทำให้เราไม่ต้องเฝ้าหุ้น ไม่ไปมีอารมณ์กับมัน ไม่เกิดอาการสองจิตสองใจ ลังเล
- ซื้อเมื่อราคาหุ้นทะลุแนวต้าน เพื่อยืนยันว่ามันอยากจะขึ้นจริง ๆ ไม่ซื้อหุ้นที่วิ่งอยู่ในกรอบราคา
- ใส่คำสั่งขายอัตโนมัติ (stop loss) ทันทีเมื่อซื้อหุ้น โดยตั้งให้ต่ำกว่าแนวรับที่พึ่งทะลุขึ้นมา
- ถ้าหุ้นขึ้น ให้ปรับราคาคำสั่งขายอัตโนมัติขึ้นตามแนวรับใหม่
- ถ้าหุ้นลง เราจะได้เงินกลับมาทันที (อาจจะขายขาดทุน หรือได้กำไร) ไม่มีหุ้นในมือ เพราะถูกคำสั่งขายอัตโนมัติขายให้เรา
- ถ้าตั้งคำสั่งขายใกล้กับราคาเกินไป เราอาจจะถูกขายจากการแกว่งขึ้นลงของราคาหุ้นให้เผื่อออกมาหน่อย
- เลือกหุ้นจากกลุ่มเติบโต หรือมีข่าวว่าจะเติบโต เช็คว่ามีผลประกอบดี มีปริมาณการซื้อขายมากผิดปรกติ และราคาขึ้นมาเรื่อย ๆ
ข้อปฎิบัติ
- ไม่ฟังข่าวจริง ข่าวลือ เอาตัวออกห่างจากตลาดหุ้นให้มากที่สุด ไม่คุยเรื่องหุ้นกับโบรคเกอร์(มาร์) ดูแต่ราคาขึ้นลง และปริมาณการซื้อขายหลังจากตลาดปิด เท่านั้น
- ไม่ขายหุ้นที่ขึ้น ไม่ตั้งเป้า (แต่ตั้ง stop loss) ปล่อยให้ตลาดและ stop loss เป็นตัวตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ควรจะออกจากหุ้นตัวนั้น
- ดูนิสัยตัวเองว่าเหมาะกับหุ้นตัวไหน ถ้าขาดทุนกับหุ้นตัวเดิม ๆ อย่าไม่ยุ่งกับหุ้นตัวนั้นอีก
- ใช้สภาวะตลาดโดยรวม และปัจจัยพื้นฐานของหุ้น เป็นตัวหนุน หุ้นที่ขึ้น ยิ่งปัจจัยพื้นฐานแน่น ยิ่งอยู่ในตลาดกระทิง แรง ๆ ยิ่งดี
- ไม่ซื้อในตลาดหมีเพราะขาดตัวหนุน ยอมถือเงินสดกินดอกเบี้ยปีสองปีก็รอได้ แต่ถ้าเล่นเก่งแล้วจะใช้วิธีเดียวกันมา sell short (ขายก่อนซื้อ) ก็ได้
- ถือหุ้นพร้อมกันไม่เกินห้าตัว ปรกติสามตัวหรือน้อยกว่า รู้จักประวัติและนิสัยการขึ้นลงของทุกตัวที่มีอย่างดี รู้ช่วงราคาอย่างขึ้นใจ
- ไม่ซื้อขายบ่อย ๆ สิ้นเปลืองค่านายหน้า และได้กำไรน้อยกว่าการถือยาว
- ไม่ซื้อถูก ขายแพง ยอมซื้อของแพง แล้วขายแพงกว่า หรือไม่ซื้อเลย
- เช็คราคาปิด และช่วงราคาทุกวัน เพื่อดูแนวโน้ม ปรับราคาคำสั่งขายอัตโนมัติ และค้นพบหุ้นใหม่ที่น่าสนใจ
เทคนิค
- ถ้าเริ่มรู้สึกว่าหุ้นตัวนั้นหมดแรงแล้ว ให้ตั้งราคา stop loss ให้กระชับขึ้นเตรียมตัวออกเต็มที่
- เราจะรู้จักกับหุ้นดีขึ้นถ้าเรามีเงินลงไปกับมัน อาจจะเริ่มจากการลองซื้อเล็ก ๆ ในหุ้นตัวที่สนใจ
- ถ้าซื้อตอนที่หุ้นทะลุแนวต้านขึ้นมาไม่ทัน จะตั้งซื้อไว้ที่ตรงนั้นก็ได้ แต่ต้องทำใจว่าอาจจะซื้อไม่ได้ เพราะหุ้นแบบนี้ร้อนแรง บางทีไปแล้วไม่กลับมาเลย
- แม้ว่าคุณจะถูกเพียงครึ่งเดียว แต่ถ้าคุณถูกยาว (ปล่อยให้วิ่งไปเรื่อย ๆ) แต่ผิดสั้น (ตัดขาดทุนออกมาทันที) ก็มีกำไรได้
- หุ้นยิ่งแกว่งยิ่งแปลว่าจะขึ้นแรง อย่าพึ่งขายตราบที่ยังไม่หลุดกล่อง
หนังสือเล่มนี้อ่านสนุก เป็นเรื่องจริงแบบที่คนเล่นหุ้นทุก ๆ คนในตลาดเจอ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเรียนรู้และพลิกผัน มาจนพอจะบอกได้ว่าฉันทำเงินล้านจากตลาดหุ้นนะ
ปล. ถ้าอยากอ่านโหลดบิดได้ เป็นภาษาอังกฤษ ไม่รู้มีแปลเป็นภาษาไทยหรือยัง