ผมมานั่งนึกย้อนหลังถึงภาวะจิตที่เคยสงบสบายว่าตอนนั้นเป็นยังไง จำได้ว่ามีชีิวิตที่เรียบง่าย มีเสื้อผ้าอยู่ไม่กี่ชุด ตื่นเช้ามาก็มาซักผ้าในกะละมังแล้วก็ตากบนราวไม้ไผ่ตรงนั้นเลย อาบแดดอุ่นไปพลาง ออกกำลังกายขยี้เสื้อผ้าไปพลาง เหมือนเล่นน้ำไปในตัวเย็นสบายดี แป๊บเดียวก็เสร็จเพราะใส่ชุดง่าย ๆ ไม่ต้องรีด วัน ๆ อยู่กับกัลยาณมิตร กับบัณฑิต จะคิดจะทำอะไรก็ไม่หัวเดียวกระเทียมลีบตัวคนเดียวแบบนี้ มีพี่มีน้องมีเพื่อนมีอาจารย์ช่วยคิดช่วยเกลาช่วยดูแล ใครถนัดอะไรมากหน่อยก็ทำอันนั้น เรามีคนเก่ง ๆ เต็มไปหมดเลย รวมทั้งเราด้วย เป็นชีวิตที่ดี แต่ก็ธรรมดา มีท้อใจบ้าง มีทำไม่สำเร็จบ้าง มีกระทบกระทั่งกันบ้าง คนพาลก็มี แต่เราก็จัดการเรื่องเหล่านั้น แล้วก็ไปทำอย่างอื่นต่อไป
นั่นแหละครับหัวใจมันอยู่ตรงนั้น ชีวิตนั้นดีอยู่แล้ว ทุก ๆ อย่างที่ผ่านเข้ามานั้นมันแค่ชั่วคราว คิด แบบนี้ครับชีวิตมันเบา มันสู้ได้กับสถานะการณ์หลากหลาย เราคิดให้ดีที่สุดตามที่ออกมาจากใจเราจริง ๆ ถามหาความเห็นจากคนที่เราเชื่อถือและมีข้อมูลมากกว่าเราได้เพื่อเป็นแนวทาง แต่ท้ายสุดแล้วมันก็เป็นเราที่จะเป็นคนทำ คนอยู่ คนรับผิดชอบ ดังนั้นเราต้องคิดเองครับ จะให้ดีก็ให้คิดตอนสมองโล่ง ๆ หน่อย เช่นตอนเช้าตรู่ เงียบสงัด อากาศเย็น ๆ หรือหลังอาบน้ำใหม่ ๆ คิดได้แล้วจด ๆ ไว้ก็ดีครับกันลืม
อีกอย่างที่คิดได้ตอนนั้นก็คือการที่เราไม่ต้องเป็นเจ้าของ แต่มีคนให้ยืม หรือทำให้นี่มันสบายดีจัง อย่างเช่นเราไม่ต้องเป็นเจ้าของบ้าน แต่มีคนให้เรายืมบ้านอยู่ตอนที่ไประแวกนั้น เราไม่ต้องเป็นเจ้าของรถ แต่พอดีมีคนจะไปทางนั้นพอดีก็ติดรถกันไป หรือมีรถส่วนกลางจัดให้ หรือยอมจ่ายค่ารถเมล์ รถแท๊กซี่ รถตู้ก็สบายดี ไม่ต้องคิดห่วงเรื่องล้างรถ ซ่อมบำรุง หาที่จอด ทำความสะอาด ต่อทะเบียน ฯลฯ
จริง แล้วชีวิตธรรมชาติเขาก็ให้มาแบบนั้นนะครับ ทั้งหมดนี่ยืมเขามาทั้งนั้นเลย อยู่กันไม่กี่ปีบนโลกนี้ก็ต้องคืนเขาไป บ้านที่อยู่นี่เรานึกว่าเป็นของเรา (หรือของธนาคารร่วมกันเรา) ก็มีโฉนดเป็นชื่อเรา เงินเราก็จ่ายแล้วนิ ทำไมไม่ใช่ของเรา ครับเป็นของเราจริง ๆ ครับ แต่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ตอนเราตายไปมันก็ไม่ใช่ของเราแล้ว เป็นของลูกของหลานก็แล้วแต่ว่าเขาจะขายใครต่อไป พอเห็นแบบนี้แล้วก็คิดได้เลยนะครับว่า ทั้งหมดทุกอย่างบนโลกเป็นของเราแค่ชั่วคราวแค่นั้น จะเรียกว่ายืมโลกนี้มาก็ได้ จะนึกว่าจ่ายค่าเช่าก็ได้ คิดได้แบบนี้แล้วก็ทำตัวเป็นผู้เช่าที่ดีซะ อะไรที่พอจะทำให้ได้ก็ทำ ดูแลดี ๆ คราวหน้าจะมาเช่ายืมใหม่ เจ้าของเขาจะได้ไว้ใจให้ยืมของดี ๆ เพราะรู้่ว่าเราดูแล บางอย่างทำไปเราอาจจะไม่ได้อยู่ใช้ ก็ไม่เป็นไร ก็ทำไว้ให้เขาดี ๆ ใครจะไปรู้เราอาจจะกลับมาเช่าที่เดิมก็ได้
ตอนที่ผมไปอยู่ในเมืองที่อากาศแปรปรวนมาก คนในเมืองบอกว่าถ้าเธอไม่ชอบอากาศ รอสักสิบห้านาที (If you don’t like the weather, just wait fifteen minutes) เขาหมายถึงว่าแค่สิบห้านาทีเดี๋ยวอากาศก็เปลี่ยนอีกแล้ว ถ้าไม่ชอบฝนตกก็รอสักสิบห้านาที อาจจะมีแดดออกให้เห็นก็ได้ ชีวิตก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ไม่ชอบชีวิตตอนนี้รออีกนิดมันก็อาจจะเปลี่ยนได้ (แต่มันอาจจะเปลี่ยนไม่มากก็ได้) คืออะไร ๆ มันก็ชั่วคราวทั้งนั้น ตอนนี้โดนคนด่า อีกสิบนาทีเขาก็คงเลิกด่าเพราะด่าจบแล้ว อีกแป๊บมันก็จบแล้ว ชีวิตมันมีใหม่ตลอด ไม่กี่วินาทีก็ลมหายใจใหม่แล้ว อะไร ๆ ที่ดีกว่าก็ยังเป็นไปได้
ไม่กังวลกับอดีต ไม่ห่วงอนาคต ทำตรงหน้าให้แจ่ม คิดดี ทำดี ไม่ไปถือสาอะไร ถ้าทำได้ผมคงกลับไปสู่สภาวะจิตนี้ได้อีกครั้ง
ชีวิตนั้นดีอยุ่แล้ว ทุก ๆ อย่างที่่ผ่านเข้ามาแค่ชั่วคราวเท่านั้น (Life is already blessed. All that passing through is only temporary)
ขอให้พระเจ้าโปรดประทานพร ขอให้ล่วงทุกข์ได้ทุกคนครับ