เท่าทันโลกทุนนิยม เพิ่มพูนภูมิปัญญาไทย

ชีิวิตนั้นดีอยู่แล้ว

ผมมานั่งนึกย้อนหลังถึงภาวะจิตที่เคยสงบสบายว่าตอนนั้นเป็นยังไง จำได้ว่ามีชีิวิตที่เรียบง่าย มีเสื้อผ้าอยู่ไม่กี่ชุด ตื่นเช้ามาก็มาซักผ้าในกะละมังแล้วก็ตากบนราวไม้ไผ่ตรงนั้นเลย อาบแดดอุ่นไปพลาง ออกกำลังกายขยี้เสื้อผ้าไปพลาง เหมือนเล่นน้ำไปในตัวเย็นสบายดี แป๊บเดียวก็เสร็จเพราะใส่ชุดง่าย ๆ ไม่ต้องรีด วัน ๆ อยู่กับกัลยาณมิตร กับบัณฑิต จะคิดจะทำอะไรก็ไม่หัวเดียวกระเทียมลีบตัวคนเดียวแบบนี้ มีพี่มีน้องมีเพื่อนมีอาจารย์ช่วยคิดช่วยเกลาช่วยดูแล ใครถนัดอะไรมากหน่อยก็ทำอันนั้น เรามีคนเก่ง ๆ เต็มไปหมดเลย รวมทั้งเราด้วย เป็นชีวิตที่ดี แต่ก็ธรรมดา มีท้อใจบ้าง มีทำไม่สำเร็จบ้าง มีกระทบกระทั่งกันบ้าง คนพาลก็มี แต่เราก็จัดการเรื่องเหล่านั้น แล้วก็ไปทำอย่างอื่นต่อไป

นั่นแหละครับหัวใจมันอยู่ตรงนั้น ชีวิตนั้นดีอยู่แล้ว ทุก ๆ อย่างที่ผ่านเข้ามานั้นมันแค่ชั่วคราว คิด แบบนี้ครับชีวิตมันเบา มันสู้ได้กับสถานะการณ์หลากหลาย เราคิดให้ดีที่สุดตามที่ออกมาจากใจเราจริง ๆ ถามหาความเห็นจากคนที่เราเชื่อถือและมีข้อมูลมากกว่าเราได้เพื่อเป็นแนวทาง แต่ท้ายสุดแล้วมันก็เป็นเราที่จะเป็นคนทำ คนอยู่ คนรับผิดชอบ ดังนั้นเราต้องคิดเองครับ จะให้ดีก็ให้คิดตอนสมองโล่ง ๆ หน่อย เช่นตอนเช้าตรู่ เงียบสงัด อากาศเย็น ๆ หรือหลังอาบน้ำใหม่ ๆ คิดได้แล้วจด ๆ ไว้ก็ดีครับกันลืม

อีกอย่างที่คิดได้ตอนนั้นก็คือการที่เราไม่ต้องเป็นเจ้าของ แต่มีคนให้ยืม หรือทำให้นี่มันสบายดีจัง อย่างเช่นเราไม่ต้องเป็นเจ้าของบ้าน แต่มีคนให้เรายืมบ้านอยู่ตอนที่ไประแวกนั้น เราไม่ต้องเป็นเจ้าของรถ แต่พอดีมีคนจะไปทางนั้นพอดีก็ติดรถกันไป หรือมีรถส่วนกลางจัดให้ หรือยอมจ่ายค่ารถเมล์ รถแท๊กซี่ รถตู้ก็สบายดี ไม่ต้องคิดห่วงเรื่องล้างรถ ซ่อมบำรุง หาที่จอด ทำความสะอาด ต่อทะเบียน ฯลฯ

จริง แล้วชีวิตธรรมชาติเขาก็ให้มาแบบนั้นนะครับ ทั้งหมดนี่ยืมเขามาทั้งนั้นเลย อยู่กันไม่กี่ปีบนโลกนี้ก็ต้องคืนเขาไป บ้านที่อยู่นี่เรานึกว่าเป็นของเรา (หรือของธนาคารร่วมกันเรา) ก็มีโฉนดเป็นชื่อเรา เงินเราก็จ่ายแล้วนิ ทำไมไม่ใช่ของเรา ครับเป็นของเราจริง ๆ ครับ แต่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ตอนเราตายไปมันก็ไม่ใช่ของเราแล้ว เป็นของลูกของหลานก็แล้วแต่ว่าเขาจะขายใครต่อไป พอเห็นแบบนี้แล้วก็คิดได้เลยนะครับว่า ทั้งหมดทุกอย่างบนโลกเป็นของเราแค่ชั่วคราวแค่นั้น จะเรียกว่ายืมโลกนี้มาก็ได้ จะนึกว่าจ่ายค่าเช่าก็ได้ คิดได้แบบนี้แล้วก็ทำตัวเป็นผู้เช่าที่ดีซะ อะไรที่พอจะทำให้ได้ก็ทำ ดูแลดี ๆ คราวหน้าจะมาเช่ายืมใหม่ เจ้าของเขาจะได้ไว้ใจให้ยืมของดี ๆ เพราะรู้่ว่าเราดูแล บางอย่างทำไปเราอาจจะไม่ได้อยู่ใช้ ก็ไม่เป็นไร ก็ทำไว้ให้เขาดี ๆ ใครจะไปรู้เราอาจจะกลับมาเช่าที่เดิมก็ได้

ตอนที่ผมไปอยู่ในเมืองที่อากาศแปรปรวนมาก คนในเมืองบอกว่าถ้าเธอไม่ชอบอากาศ รอสักสิบห้านาที (If you don’t like the weather, just wait fifteen minutes) เขาหมายถึงว่าแค่สิบห้านาทีเดี๋ยวอากาศก็เปลี่ยนอีกแล้ว ถ้าไม่ชอบฝนตกก็รอสักสิบห้านาที อาจจะมีแดดออกให้เห็นก็ได้ ชีวิตก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ไม่ชอบชีวิตตอนนี้รออีกนิดมันก็อาจจะเปลี่ยนได้ (แต่มันอาจจะเปลี่ยนไม่มากก็ได้) คืออะไร ๆ มันก็ชั่วคราวทั้งนั้น ตอนนี้โดนคนด่า อีกสิบนาทีเขาก็คงเลิกด่าเพราะด่าจบแล้ว อีกแป๊บมันก็จบแล้ว ชีวิตมันมีใหม่ตลอด ไม่กี่วินาทีก็ลมหายใจใหม่แล้ว อะไร ๆ ที่ดีกว่าก็ยังเป็นไปได้

ไม่กังวลกับอดีต ไม่ห่วงอนาคต ทำตรงหน้าให้แจ่ม คิดดี ทำดี ไม่ไปถือสาอะไร ถ้าทำได้ผมคงกลับไปสู่สภาวะจิตนี้ได้อีกครั้ง

ชีวิตนั้นดีอยุ่แล้ว ทุก ๆ อย่างที่่ผ่านเข้ามาแค่ชั่วคราวเท่านั้น (Life is already blessed. All that passing through is only temporary)

ขอให้พระเจ้าโปรดประทานพร ขอให้ล่วงทุกข์ได้ทุกคนครับ

"ชีิวิตนั้นดีอยู่แล้ว" was published on September 4th, 2009 and is listed in ข้อคิด, ธรรมชาติ.

Follow comments via the RSS Feed | Leave a comment | Trackback URL

    None Found

Leave Your Comment

You must be logged in to post a comment.

  • อ่านตามหัวข้อ

  • อ่านตามที่อ้างอิงถึง

  • เข้าแฟ้ม

  • ใช้งาน

  • พูดถึงล่าสุด

  • หน้าหลัก ๆ

  • donate

  • NaiMiang.com is powered by WordPress. YUI-Mainstream 750 Theme from Buzzdroid has been modded by นายเมี่ยง

    Valid xhtml