คิด ๆ ไปแล้วก็ตลก งาน volunteer ของผมนั้นไม่เหมือนกับเป็นงานอาสาสมัครเลย คือเดือนละครั้ง ผมไปเข้าร่วมสัมนาเพิ่มความรู้สำหรับคนป่วยโรคมะเร็ง จัดที่โรงพยาบาล โดยมีสมาคมโรงมะเร็งเป็นผู้จัด ผมไม่ได้ป่วยเป็นโรคมะเร็งครับ แต่ไปเพื่อแฝงกายเอาข่าวดีเรื่องธรรมชาติบำบัติไปบอกคนป่วยที่นั่น เพราะที่โรงพยาบาลเขาคงไม่พูดถึงการรักษาทางเลือกให้คนป่วยเหล่านั้นทราบ มันไม่ใช่แนวทางของเขา
แต่การไปประกาศอะไรที่ไม่ใช่เรื่องที่คนหมู่มากรู้นั้นก็ไม่ง่ายครับ ทำยังไงเราถึงจะจูงใจคนป่วยให้มาสนใจชื่อถือแนวทางธรรมชาติบำบัตได้ เราไม่ใช่หมอ ได้แต่บอกประสบการณ์ส่วนตัว บอกเขาว่าเขามีทางเลือกที่จะรักษาตัวเองได้ การฉายรังสืไม่ใช่ทางเดียวในการรักษา เราต้องเลือกที่จะพูดกับคนที่มีแนวโน้มว่าจะมาทางนี้ได้ เช่นคนที่ชอบทำอะไรตามแนวทางของตัวเอง ชอบทำอะไรเอง เชื่อตัวเอง หัวแข็งหน่อย ๆ ชอบการประหยัด และยังไม่เริ่มการรักษาแบบฉายรังสี
อีกเรื่องนึงที่ผมต้องระวังตัวเป็นพิเศษก็คือเราจะเปิดเผยจุดประสงค์ที่แท้จริงไม่ได้เสียทีเดียว ทางโรงพยาบาลเขาจะไม่น่าจะพอใจที่เรามาชักจูงคนป่วยของเขาไปสู่การรักษาทางเลือก ตอนนี้เขาเริ่มรู้ตัวแล้วครับ ผมเองจึงต้องทำงานอย่างระมัดระวังมากขึ้น ครั้งสุดท้ายที่ไปผมก็แค่เอาใบปลิวเกี่ยวกับตลาดนัดเกษตรกรไปแจก แล้วก็เอาหนังสือรักษาทางเลือกที่เขียนโดยหมอไปให้คนยืมเท่านั้น
ผมไม่รู้ว่าจะแฝงตัวไปประกาศข่าวดีอย่างนี้ได้อีกนานเท่าไหร่ แต่นี่ก็เป็นแค่งานแรกของผม สวรรค์เลยคงเลือกให้มันไม่ยากเกินไป และไม่นักเกินไป เพียงแค่เดือนละสามสี่ชั่วโมงเท่านั้น คนเราก็ต้องเริ่มต้นสักแห่งนะครับ ไม่งั้นก็ไม่เริ่มสักที เป็นยังไงคืบหน้าแล้วจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะ ๆ นะครับ
boribop wrote,
Good for you; I support you ja.
(^_^)
Too
| Link | May 14th, 2009 at 6:14 PM