ผมชอบนอนกลางวันมาแต่เด็ก ตอนเรียนมัธยมยังเคยถูกครูบางคนขว้างชอร์คใส่ตอนเริ่มวิชาใหม่ นี่ผมอุตส่าห์งีบระหว่างคาบเรียนแล้วนะ ไม่รู้จะแค้นอะไรกันนักกันหนาก็คนมันง่วง การบ้านก็เยอะ อากาศก็ร้อน รถก็ติด ควันพิษก็มาก โรงเรียนก็ไกล จะไม่ให้ง่วงได้ไง
พอเข้ามหาวิทยาลัยผมไม่เลือกเรียนวิชาก่อน ๙ โมงเช้าเลย จะได้ไม่ต้องตื่นเช้าไปฝ่าฟันรถติด เรามันมีทางเลือก คนทำงานไม่มีืทางเลือกให้เขาไปก่อน เรียนจบมาทำงานผมก็แย่งเตียงพับกันเพื่อนร่วมงานหลังกินเข้าเที่ยง เรานอนตอนพักเที่ยงหลังกินเข้า ตื่นบ่ายโมงทำงานต่อ ผมยังคิดเล่น ๆ เลยว่าวันนึงมีบริษัทของตัวเองจะให้สวัสดิการพนักงานนอนกลางวัน ทีตอนเราเป็นเด็กอนุบาลนะ บังคับให้เรานอนกลางวัน ทำไมเราโตแล้วทำไมถึงไม่ได้นอน
มาตอนไปค่ายธรรมชาติบำบัดนี่แหละถึงได้ยินจากเพื่อนชาวค่าย คุณเอกแห่งบ้านสวนสายลมจอย ว่าการนอนกลางวันเป็นสิ่งดี คุณเอกเล่าถึงหนังสือชื่อ เต๋าแห่งสุขภาพ แนะนำให้นอนช่วงสิบเอ็ดโมงเช้าถึงบ่ายโมงเพื่อถนอมหยินทารก ผมฟังแล้วก็งง ๆ จนต้องหาซื้อมาอ่านเองถึงเข้าใจว่า ในตอนราวเที่ยงวันที่เป็นหยางที่สุดเนี่ย หยินน้อย ๆ กำลังเริ่มเกิด แล้วก็จะไปโตที่สุดราวเที่ยงคืน ถ้าเรานอนตอนกลางวันเสียหน่อยเนี่ย หยินน้อย ๆ นี้ก็จะแข็งแรงทำให้เรานอนตอนกลางคืนได้เต็มที่ขึ้น รู้แล้วดีใจมากครับ ว่าเราทำถูกมาตลอด (ฮ่า ฮ่า) นี่แหละครับนอนกลางวันเพื่อสุขภาพ
ปล ถ้าตั้งใจนอนมาก ๆ อาจจะนอนไม่หลับครับ ให้บอกตัวเองว่าเราจะแค่เอนหลังเฉย ๆ แล้วก็ถือโอกาสตามลมหายใจไปเรื่อย ๆ ถึงจะไม่หลับก็ได้พักผ่อน