ตั้งแต่มาอยู่แดนไกล เจอค่าแรงแพง ๆ ช่างซ่อมที่ไม่มีฝีมือ ทำงานเร่ง ๆ ให้เสร็จไม่มีความละเอียด ไปหลายครั้ง ก็ต้องหันมาพึ่งตนเอง ก็คือซื้อเครื่องไม้เครื่องมือ เปิดหนังสือ ใส่ถุงมือ หาชุดเก่า ๆ มาใส่แล้วก็ลงมือซ่อมเอง เปลี่ยนเอง จากแค่เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนหัวเทียน เปลี่ยนใ้ส้กรองต่าง ๆ ในรถยนต์ จนมาถึงวันนี้แม้แต่เครื่องซักผ้า หรือตู้เย็น ก็เปิดเวบไซค์ หาซื้ออะไหล่มาเปลี่ยนเองได้ แม้ว่าจะไม่ชอบงานเปื้อนตัวเหล่านี้ แต่พอเจอทางเลือกซื่งมีแต่ที่แย่กว่าแล้วก็อดกลับมาทำเองไม่ได้จนได้ ทำไปจนจากที่กลัวว่าซ่อมแล้วมันจะเสียมากกว่าเดิม ทำอย่างระวังมาก ๆ มาเป็นมั่นใจว่าถ้ามันกล้าเสียเราก็กล้าซ่อม ไม่กลัวมันแล้ว พอมีความมั่นใจแบบนี้ ก็รู้สึกตัวว่าของใช้ที่เราซื้อมาจะอยู่กับเราไปอีกนาน ดีใจที่ไม่ต้องซื้อของใหม่เรื่อย ๆ และถ้าจะเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือรถยนต์คันใหม่แล้วละก็ ผมก็จะเลือกว่ามันมีระบบไม่ยุ่งยาก เปิดออกมาเปลี่ยนและซ่อมเองได้ง่าย ไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษโดยไม่จำเป็น อยากจะได้รถยนต์คันถัดไปเป็นรถไฟฟ้าที่ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เหมือนกลับว่าทำให้เราคิดถึงการใช้ทรัพยากรตั้งแต่ต้นจนจบมากขึ้น ไม่ใช่คิดแค่ว่าจะใช้แค่ห้าปีสิบปี แต่จะใช้ไปจนกระทั่งตายคามือ เสียมากจนซ่อมไม่คุ้มเลยทีเดียว คิดแล้วก็เห็นภาพอีกสิบยี่สิบปี คนหนุ่มสาวมาเยี่ยมบ้านผมคงจะงงว่าทำไมมีแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า ๆ และก็คงแปลกใจว่ายังใช้งานอยู่ได้เสียอีก ไม่ใช่ว่าไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์แล้วหรือนี่ ผมคงยิ้มน้อย ๆ ด้วยความภูมิใจ