หน้าที่ในที่นี้ผมหมายถึงจุดมุ่งหมายในชีวิต แต่ไม่ได้หมายถึงจุดหมายที่เป็นที่สิ้นสุด ภาษาอังกฤษใช้คำว่า purpose จะแปลให้ใกล้ที่สุดก็คือ จุดมุ่งหมายของความเป็นอยู่
ผมถามตัวเองมานานแล้วครับ ตอนเด็กก็อ่านหนังสือของพุทธทาส เรื่องเกิดมาทำไม แล้วท่านก็บอกว่า เพื่อพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อใช้กรรม อะไรอย่างนี้ ก็งง ๆ รับรู้แต่ไม่เข้าใจ
พอตอนหลัง ๆ นี้มาคิดได้เองเพราะรู้สึกว่าการเขียนนี่ก็เป็นหน้าที่ในชีวิตของผมเหมือนกัน
เคยไปคุยกับนักดูนก เขาบอกว่า นกนั้นทำหน้าที่ของตัวเองก็คือกินผลไม้แล้วก็ถ่ายเมล็ดตามที่ต่าง ๆ เพื่อให้ต้นไม้ต้นใหม่เกิดได้ แต่นกนั้นทำงานอย่างมีความสุขร้องเพลงไปพลาง ทะเลาะกันแย่งอาหารไปพลาง ไม่ต้องมาเคร่งเครียดกับหน้าที่ของมัน ก็ทำไปตามธรรมชาติอย่างนั้น
ผมก็เลยมาคิดได้ว่าหน้าี่ที่ของเรา (จุดหมายในชีวิต เกิดมาทำไม) ก็คือ การได้ทำงานที่ใช้ความสามารถที่ถนัดเป็นพิเศษของเรา สร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ เพื่อประโยชน์โดยรวมอย่างมีความสุข ใช้ภาษาแบบคริสต์ ว่า เมื่อเราได้ใช้พรที่พระเจ้าได้ทรงประทานให้แก่เรานั้นเพื่อพระนามของพระเจ้า นั้นพระเจ้าจะทรงพอพระทัย และอวยพรให้แก่เรา
ก็คือถ้าเราได้ใช้ความสามารถพิเศษ ที่เป็นเฉพาะเจาะจงของเรา เพื่อให้ความสุขหรือ เป็นประโยชน์แก่ตัวเองหรือสิ่งและคนทั้งหลาย เรานั้นก็ได้ทำตามจุดประสงค์ของการมีอยู่ของเราแล้ว อย่างเช่นแม่ ที่ใส่ใจเลี้ยงลูก (มีความรักที่เป็นพิเศษจากแม่สู่ลูก) คนผ่าผืน (รู้ป่า รู้ไม้ ร่างกายกำยำ) นักร้อง (เสียงดี รูปร่างงาม) คนขับรถเมล์ (อดทน ขับเก่ง รู้ทาง) แต่ทั้งนี้ก็ต้องเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์หรือความสุขกับคนอื่นด้วย ดังนั้น แม้ว่าคนขายของลอกลวง (พูดเก่ง รู้จักเอาใจคน บุคลิกดี) จะได้ทำตามสิ่งที่เขาถนัด แต่สิ่งที่เขาทำนั้นไม่ได้เป็นเพื่อประโยชน์และความสุขของคนที่ซื้อของ เขานั้นก็ไม่ได้ใช้ชีวิตที่เป็นทางเดียวกับที่เขาควรจะเป็น ชีวิตนั้นก็ว่างเปล่า ไร้ความสุข (อาจจะมีความสุขแบบผิวเผิน ยังไงก็ไม่อาจแทนความสุขที่แท้ได้) ผมเองเคยทำงานเขียนโปรแกรม แรก ๆ ก็ทำเพื่อให้ระบบทำงานได้ดี หลัง ๆ ระบบมันลงตัวมากแล้ว งานมันก็กลายเป็นเพื่อหน้าตาของคนข้างบนมั่ง เพื่อสนองความต้องการทางอำนาจของเจ้านายมั่ง เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทมั่ง ความสุขมันก็หายไป กลายเป็นความว่างเปล่าในชีวิต แล้วก็ต้องมาถามตัวเองว่าชีวิตมันมีอะไรมากไปกว่าการทำงานหาเงินเลี้ยงชีพไหมหนอ
ทุกวันนี้ก็เลยมาเขียน บ๊อค มาทำเวบ เพราะว่าในที่สุดมัีนก็เป็นอะไรที่เราถนัด อยากจะไปเป็นชาวไร่ก็ไม่เก่ง ที่ีสวนเราก็ไม่มี ก็ถ้างานเขียนเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ หรือความสุขแก่คุณคนอ่าน ผมก็ได้ใช้ชีวิตแล้วครับ
แม้ว่างานของเราอาจจะดูไม่สำคัีญ ก็อย่าน้อยใจไป ทุกคนมีหน้าแตกต่างกัน แม้แต่ผู้นำองค์กรก็ยังต้องพึ่งผู้ปรุงอาหารที่ทำงานได้ดี พระพุทธเจ้าไม่ได้เกิดมาชาติเดียวแล้วเป็นสัมมาสัมพุูทธเจ้า ท่านก็เป็นอะไรมาหลายอย่างแม้แต่เกิดเป็นนกแขกเต้า การได้ทำงานที่เรารักจนดื่มด่ำลืมตัวตนไป นั้นเป็นความสุขอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว แม้ว่าวันนี้เราเองยังหางานนั้นไม่เจอหรือไม่เชื่อว่างานนั้นจะทำให้เรายังชีพได้ ก็ขอให้ลองทำ เริ่มต้นแต่วันละน้อย แล้วทำมากขึ้นมากขึ้นเมื่อชำนาญแล้ว ในอนาคตงานที่เราทำอาจจะเปลี่ยนแปลงไปตามจังหวะของชีวิต ก็ขอให้ต้อนรับการเปลี่ยนแปลงนั้นและถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางพัฒนาเพื่อไปสู่จุดหมายที่ดีขึ้นในที่สุด