ต้นไม้นั้นจะโตเท่าราก ต้นที่มีรากใหญ่ถึงเราจะตัดลำต้นไป เขาก็งอกต่อได้
ชีวิตคนนั้นก็เหมือนต้นไม้ เราก็โตได้เท่าที่รากฐานที่มีมาในชีวิตของเรา คนที่มีความสามารถหลาย ๆ อย่างก็ทำอะไรได้หลาย ๆ อย่าง
จึงสำคัญมากในตอนที่เราเลี้ยงเด็ก ขึ้นมา ที่เราจะวางรากฐานให้กับชีวิตของเขา ตอนที่ยังเด็กมาก ๆ นั้นเราก็ให้เขาทดลองสิ่งต่าง ๆ จนกว่าจะพบสิ่งที่เขาชอบและถนัด ถ้าเป็นสิ่งดีงามเราก็ส่งเสริมให้เขาโตขึ้นมาในแขนงนั้น ๆ เด็กบางคนชอบกีฬา เด็กบางคนถนัดงานศิลปะ บางคนเข้ากับคนได้ดีช่างพูดช่างคุย เด็กบางคนชอบอยู่เงียบ ๆ ขีด ๆ เขียน ๆ อะไรของตัวเอง
พอโตขึ้นมาหน่อยเราก็ให้ปุ๋ยกับเขาได้ เช่นภาษาอังกฤษ การพิมพ์ดีด ทักษะการทำกับข้าว จัดเข้าจัดของ เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้เขาอยู่กับโลกได้ ไปต่อยอดความรู้ได้ด้วยตัวเอง
เมื่อเราวางรากฐานที่ดีให้กับต้นไม้น้อย ๆ ของเราแล้ว ถึงเวลาที่ฟ้าให้ฝน เขา็ก็จะโตเติบใหญ่ แดดและลมที่พอเหมาะ ถึงกาลเวลา ดอกและผลก็เบิกบาน
เหมือนกับเครื่องบินที่วิ่งมาเร็ว ๆ ถึงเวลา ขาก็ลอยออกจากพื้น บินขึ้นไปเอง ได้ในที่สุด
Miang wrote,
เมื่อปีที่ผ่านมาได้มีโอกาสอ่านหนังสือของ วอลดอร์ฟ ท่านกว่าว่า แรกเกิดถึงผลัดฟัน (ราว 7 ขวบ) นั้นเป็นช่วงโลกนี้งาม เป็นเวลาที่ควรจะ ให้เด็กรู้จักความรัก ความฝัีน ความสวยงาม และมีความสุข เมื่อเป็นเด็กโตช่วงผลัดฟันถึงฮอร์โมนเปลี่ยน (ราว 13ขวบ) เป็นช่วงโลกนี้ดี ควรจะสอนระเบียบวินัย นิสัยดี ๆ และจริยธรรม เมื่อเป็นวัยรุ่นจึงเป็นช่วง โลกนี้จริง เริ่มสอนวิทยาศาตร์ ประวัติศาสตร์ และการท่องจำได้
การพยายามเร่งรัดเด็กให้เรียนรู้ก่อนวัย จะทำให้เขามีปัญหาและเจ็บป่วยในเวลาที่เป็นผู้ใหญ่
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้เด็กเีรียนรู้อะไรเลยก่อนวัยรุ่น เด็กยังเรียนรู้ทุกอย่างได้ในลักษณะของสิ่งแวดล้อม และการซึมซับ เช่นดูการ์ตูนจนรู้ภาษาอังกฤษ อยู่กับพ่อแม่ที่พูดภาษาต่างประเทศก็พูดภาษาต่างประเทศ
| Link | January 4th, 2012 at 5:04 AM