<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นายเมี่ยงขอบอก &#187; ความรู้</title>
	<atom:link href="http://www.naimiang.com/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.naimiang.com</link>
	<description>เท่าทันโลกทุนนิยม เพิ่มพูนภูมิปัญญาไทย</description>
	<lastBuildDate>Sun, 05 Feb 2012 15:31:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
	<div id='fb-root'></div>
					<script>
						window.fbAsyncInit = function()
						{
							FB.init({appId: null, status: true, cookie: true, xfbml: true});
						};
						(function()
						{
							var e = document.createElement('script'); e.async = true;
							e.src = document.location.protocol + '//connect.facebook.net/en_US/all.js';
							document.getElementById('fb-root').appendChild(e);
						}());
					</script>	
						<item>
		<title>เทคนิคจัดฝึกอบรมให้ไม่เกิดความรู้</title>
		<link>http://www.naimiang.com/informacialseminar/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/informacialseminar/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2009 00:11:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[สัมนา]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[อบรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=481</guid>
		<description><![CDATA[บางครั้งองค์กรบางแห่งอาจจะจำเป็นต้องจัดอบรมเพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือขององค์กร แต่ไม่ได้มีตั้งใจให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้ความรู้กลับไป แต่เพื่อให้เขารู้สึกว่าองค์กรของเรารู้เรื่องนี้จริงและหันมาใช้บริการกับเรา <a href="http://www.naimiang.com/informacialseminar/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บางครั้งองค์กรบางแห่งอาจจะจำเป็นต้องจัดอบรมเพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ขององค์กร แต่ไม่ได้มีตั้งใจให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้ความรู้กลับไป แต่เพื่อให้เขารู้สึกว่าองค์กรของเรารู้เรื่องนี้จริงและหันมาใช้บริการกับเรา  (มีแบบนี้จริง ๆ )</p>
<p>- ถ้าี่องค์กรมีสถานที่ดูดีน่าเชื่อถือ ให้จัดในสถานที่ขององค์กร ถ้าไม่มีให้เช่าห้องจัดอบรมที่อื่น เช่นโรงแรม หรือในสถานที่ราชการ และหน่วยงานสำคัญ</p>
<p>- จัดรูปแบบการอบรมให้ดูขลังที่สุด เช่นแต่งตัวภูมิฐาน ใส่สูท วางตัวสงบ มีเวที คอมพิวเตอร์ โปรเจคเตอร์ หาหรือจัดเชิญคนพูดที่มีตำแหน่งดูรู้จริง ทำป้ายชื่อ บริการน้ำดื่ม และขนมเล็กน้อย</p>
<p>- ต้องฟรี จะให้ดีให้จัดเป็นประจำแน่นอน ทุกไตรมาส ทุกเดือน ทุกปี แล้วแต่เหมาะสม ในเวลาและทำเลที่สะดวกแก่ผู้เข้าร่วมที่สุด แม้จะต้องเป็นตอนเย็นค่ำวันธรรมดา หรือเสาร์อาทิตย์ก็ต้องทำ</p>
<p>- ตั้งห้วข้อให้น่าสนใจ ใหญ่ครอบคลุม ไม่ตั้งหัวข้อใช้ชื่อที่เป็นสินค้า หรือการบริการที่พยายามจะขาย</p>
<p>- เริ่มตรงเวลา ถ้าจะเริ่มสายต้องมีเหตุผลว่าผู้ถูกเชิญมาบรรยาย เป็นคนสำคัญจึงมาสายเท่านั้น</p>
<p><strong> &#8211; พูดถึงเรื่องในหัวข้อที่รู้ ๆ กันทั่วไป เมื่อถึงสาระที่เป็นความรู้ให้บอกว่าตรงนี้เป็นเรื่องยาก และซับซ้อน ต้องศึกษากับผู้รู้อย่างจริงจังเท่านั้น ทำเองอาจเป็นอันตรายได้ พูดถึงอย่างคร่าว ๆ  แล้วผ่านไปอย่างรวดเร็ว</strong></p>
<p>- ถามผู้ร่วมสัมนาว่าปัจจุบันเขาทำอะไรอยู่กับปัญหา ชื่นชมกับวิธีการที่ใช้อยู่ จากนั้นพูดถึง solution ที่องค์กรของเราใช้อยู่ หรือพึ่งคิดค้นได้ กำลังนำมากออกจำหน่าย แล้วโฆษณาบอกว่าดีอย่างไร แก้ปัญหาแบบเดิมที่มีอยู่ได้อย่างไร</p>
<!-- AdSense Now! V1.98 -->
<!-- Post[count: 1] -->
<div class="adsense adsense-midtext" style="float:right;margin: 12px;"><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-2144844040954776";
/* 250x250, created 12/15/09 */
google_ad_slot = "7649212944";
google_ad_width = 250;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><p>- ไม่โจมตี สินค้าคู่แข่ง ไม่บอกว่าเขาต้องใช้สินค้าเรา บอกว่าเหมือน ๆ กัน แต่เรารู้จักสินค้าของเราดีกว่า เราไม่แน่ใจว่าสินค้าคู่แข่งเป็นอย่างไร  ตอบคำถามผู้เข้าร่วมสัมนา โดยบอกระบุรุ่นเฉพาะเจาะจง ว่าจะเหมาะสมกับการแก้ปัญหาของเขาที่สุดเพราะมี feature ดังนี้ บอกให้เขาลองหาซื้อดู ไม่ขายให้เขาโดยตรง (เพราะจะลดความเป็นกลาง และความน่าเชื่อถือของวิทยากรลงไปทันทึี)</p>
<p>- แจกของ ถ้าเป็นไปได้ให้แจกผลิตภัณฑ์ขององค์กรโดยการจับฉลาก หรือแจกของชำร่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มีชื่อ สัญลักษณ์ เบอร์โทรศัทพ์ หรือเวบไซด์ขององต์กร</p>
<p>- ไม่มีการฝึกอบรมภาคปฎิบัติ ผู้เข้าร่วมจะได้รับเอกสาร และของแจกกลับไปเท่านั้น ยกเว้นว่ากิจกรรมนั้นเป็นเพื่อบริชุมชนเสริมภาพลักษณ์ขององค์กรจึงยอมให้มีการภาคปฎิบัติได้  เช่นการแข่งกีฬา วิ่งการกุศล ฯลฯ</p>
<p>-ต้องได้ชื่อและที่ติดต่อจากผู้เข้าร่วมสัมนาทุกคน โดยให้ลงทะเบียนร่วมสัมนา จับฉลากชิงรางวัล หรือแจกประกาศณียบัตร ใบรับรอง</p>
<p>- มีการถ่ายรูป เพื่อใช้ประชาสัมพันธ์องค์กร ต่อ ๆ ไป โดยพยายามเลือกรูปของคนที่หน้าตาสะอาดสะอ้าน หรือมีคนรู้จักมากถ้าเป็นไปได้</p>
<p>- ส่งจดหมายแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กรไปยังผู้ที่เคยเข้าร่วมสัมนาเรื่อย ๆ</p>
<p>อ่านดูแล้วก็ขำแต่เชื่อว่าชีวิตนี้ของคนในเมืองคงเคยเจอสัมนาอบรมแบบนี้มาแล้ว เป็นเทคนิคที่ดี <strong>ถ้าเราอยากให้คนมาอบรมได้ความรู้จริง เปลี่ยนแค่นิดเดียวคือ ให้ีมีการทำภาคปฎิบัติ โดยจะทำเป็นกลุ่ม ทดลองจริงในห้องเรียน หรือให้เป็นการบ้านก็ได้ แล้วจัดให้ไปเจอกับของจริงนอกห้องเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ อีกที คนพวกนี้ก็จะได้ความรู้จริง ๆ กลับไปต่อยอดได้</strong></p>
<p>ต้องรู้จักศึกษาวิธีการของพวกชั้นเซียนเหล่านี้มาปรับปรุง องค์กรจริงใจ ไม่หวังผลกำไร(เกินควร)ถึงจะแข่งกับเขาได้</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/informacialseminar/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/informacialseminar/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความรู้สามระดับ</title>
		<link>http://www.naimiang.com/three-level-of-knowledge/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/three-level-of-knowledge/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Mar 2009 18:52:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=388</guid>
		<description><![CDATA[คนที่ประสบความสำเร็จสูง ๆ มักจะมีอะไรบางอย่างที่เขาบอก เขาสอนคุณไม่ได้ เขาจะบอกว่าเห็นแล้วก็จะรู้เอง มันมาจากประสบการณ์ เจอเรื่อย ๆ แล้วมันก็จะรู้ ทุกคนมีความสามารถอันนี้แต่ใช้บ้างได้มากน้อยแล้วแต่่บุคคลคว <a href="http://www.naimiang.com/three-level-of-knowledge/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ความรู้สามระดับ</p>
<p>คนเรานั้นมีศักยภาพที่จะมีความรู้อยู่สามระดับ ระดับแรกคือจำได้ เป็นความรู้แบบท่องจำ เป็นกากของความรู้ในอดีต หรือคนอื่นบอก ๆ กันมา จำแบบไม่รู้ที่มาที่ไป รู้แต่ว่าถ้าแบบนี้ต้องอันนี้ เป็นความรู้แบบนกแก้วนกขุนทอง อย่างเช่น เขาบอกกันมากว่า ถ้าจะซื้อทีวีนะต้องยี่ห้อนี้เลย แต่ไม่รู้หรอกว่าทำไม<br />
ระดับที่สองคือความรู้แบบ คิดวิเคราะห์ สังเคาะห์เอาทางตรรกะ เป็นความรู้แบบใช้สมอง อาศัยการฝึกฝน เรียนมาจากตำรา หรืออาจารย์ แล้วมาต่อยอด สามารถแตกแยก ศึกษา ค้นหา และดัดแปลงได้ นี่เป็นความรู้หลัก ๆ ที่คนใช้กันทั่วไปอยู่ทุกวัน<br />
ระดับที่สามคือความรู้ระะดับวิญญาณ จะเรียกว่า ปรีชาญาณก็ได้ ชาญก็ได้ ใช้กึ๋น, ใช้ sense, พระเจ้าบอก, เทวดามาเตือน, สันชาติญาณ ก็เรียกกัน ตัวรู้ก็เรียกกัน เป็นความรู้แบบที่รู้จริง ๆ เห็นจริง แน่ใจ มั่นใจโดยที่ไม่ต้องมีข้อพิสูจน์ บ้างก็ว่ามันปิ๊งแวบ เข้ามาเอง บ้างก็ว่ามีอะไรมากบอก ทางพุทธเรียกว่าปัญญา คนที่ประสบความสำเร็จสูง ๆ มักจะมีตัวนี้ เป็นอะไรบางอย่างที่เขาบอก เขาสอนคุณไม่ได้ เขาจะบอกว่าเห็นแล้วก็จะรู้เอง มันมาจากประสบการณ์ ลองผิดลองถูก เจอเรื่อย ๆ แล้วมันก็จะรู้ ทุกคนมีความสามารถอันนี้แต่ใช้บ้างได้มากน้อยแล้วแต่่บุคคล ตัวอย่างเช่น ชาวนาเขาบอกได้ว่าดินอย่างไหนที่เรียกว่าดินมันดี ไม่ใช่ว่าดินมันสีดำ แต่ดูแล้วรู้ว่ามันเป็นดินดี  คนขายของบอกได้ว่าลูกค้าหน้าตาท่าทางแบบนี้ต้องชอบของแบบนี้แนวนี้ ก็แนะนำขายของได้ตรงใจ หรือคนทำกับข้าวเก่ง ๆ เขาไม่ต้องเปิดตำรา ก็ค้น ๆ ดูในตู้ว่ามีอะไร ใ่ส่อะไรมากน้อยก็กะเอา แต่ก็ออกมาอร่อย</p>
<!-- AdSense Now! V1.98 -->
<!-- Post[count: 2] -->
<div class="adsense adsense-midtext" style="float:right;margin: 12px;"><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-2144844040954776";
/* 250x250, created 12/15/09 */
google_ad_slot = "7649212944";
google_ad_width = 250;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><p>ทุกคนมีความรู้ในสามระดับนี้ตามแต่เรื่องที่ตนสนใจ ถ้าเรามีความรู้ตัวมาก และช่างสังเกตุ ความรู้ในระดับที่สามก็จะมากขึ้นมาเอง</p>
<p>ความรู้แบบอื่น ๆ ก็มีอย่างเช่นแบบ <em>อ๋อรู้แล้ว</em> หรือ แบบ <em>คุ้น ๆ นะ</em> เป็นความรู้แบบรู้มาก่อน แล้วจำได้ ก็ต้องแล้วแต่ว่าตอนที่รู้มาก่อนนะรู้แบบไหน</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/three-level-of-knowledge/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/three-level-of-knowledge/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

