<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นายเมี่ยงขอบอก &#187; คอมพิวเตอร์</title>
	<atom:link href="http://www.naimiang.com/tag/%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.naimiang.com</link>
	<description>เท่าทันโลกทุนนิยม เพิ่มพูนภูมิปัญญาไทย</description>
	<lastBuildDate>Sun, 05 Feb 2012 15:31:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
	<div id='fb-root'></div>
					<script>
						window.fbAsyncInit = function()
						{
							FB.init({appId: null, status: true, cookie: true, xfbml: true});
						};
						(function()
						{
							var e = document.createElement('script'); e.async = true;
							e.src = document.location.protocol + '//connect.facebook.net/en_US/all.js';
							document.getElementById('fb-root').appendChild(e);
						}());
					</script>	
						<item>
		<title>แนะนำโปรแกรมต่อต้านคอมพิวเตอร์ไวรัส และ spyware</title>
		<link>http://www.naimiang.com/anti-virus-and-spyware-software/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/anti-virus-and-spyware-software/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Jul 2010 23:50:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[วินโดว์]]></category>
		<category><![CDATA[ไวรัส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=942</guid>
		<description><![CDATA[ผมใช้ Spybot  กับ AVG  เป็นหลัก ฟรีและดีสม่ำเสมอ <a href="http://www.naimiang.com/anti-virus-and-spyware-software/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตราบที่คนยังใช้วินโดว์เล่นเนต ปัญหาเครื่องป่วนเครื่องใช้ไม่ได้ก็คงจะยังอยู่กับเราไปนานเท่านาน วันนี้ผมขอแนะนำโปรแกรมป้องกันและกำจัดคอมพิวเตอร์ไวรัส และ spyware ทั้งหลาย</p>
<p>โปรแกรมพวกนี้มีมากเหลือเกินมีทั้งแบบเสียตังค์และไม่เสียตังค์ ตัวปลอมก็เยอะ ผมขอแนะนำตัวที่ผมไว้ใจมากที่สุดก่อนเลยก็แล้วกัน</p>
<p><a href="http://www.safer-networking.org/en/index.html">Spybot Search &amp; Destroy</a> โปรแกรมตัวนี้มีมานานแล้วแทบจะเรียกได้ว่าเป็นรุ่นปู่เลยก็ว่าได้ ตั้งแต่สมัยคนยังไม่รู้จักว่ามันไม่ใช่ไวรัสแล้วนะ มันเป็น spyware, trojan, etc ทั้งหลายนี่ตั่งหากที่ทำให้เครื่องมีปัญหาในยุคนี้ เนื่องด้วยเป็นโปรแกรมที่มีมานานแล้วคนเขียนก็เขียนแบบแจกฟรีมาตลอด ลักษณะท่าทางจึงข้างค้างจะเป็นแนวอนุรักษ์นิยม ใช้ดีไม่มีปัญหา แต่ปุ่มจะกดอะไรนี่จะงงหน่อย ติดตั้งยาก แลดูไม่ทันสมัย แต่ก็นี่แหละเป็นตัวที่ผมมั่นใจที่สุด</p>
<p>Ad-Aware ตัวนี้ก็นานแล้วเหมือนกันเริ่มต้นค่อนข้างฟรี หลัง ๆ ก็ขายหนักแล้วก็เริ่มอ้วน แม้ว่าจะชอบของเก่ามากกว่าแต่ตัวใหม่ ๆ ก็ยังใช้ได้ แต่ก่อนผมชอบมากกว่า Spybot อีกนะแต่หลัง ๆ เริ่มจะห่างเหินกันแล้ว ก็ถ้าเครื่องเป็นมาก ๆ ก็อาจจะเอามาใช้เป็นตัวซ้ำ</p>
<p><a href="http://download.cnet.com/Malwarebytes-Anti-Malware/3000-8022_4-10804572.html">Malwarebytes</a> ตัวนี้ผมไม่ค่อยได้ใช้ เป็นตัวใหม่ที่มาแรง คนชอบเยอะ เป็นตัวเลือกที่ดี</p>
<p><a href="http://www.superantispyware.com/">Super-Anti-Spyware</a> ตัวนี้ได้ยินชื่อครั้งแรกนี่นึกว่าเป็นตัวปลอม เพราะตั้งชื่อได้โหลมาก แต่มีน้องที่รุ้จักบอกว่ากำจัดให้เครื่องเขามาแล้ว ผมว่าจะลองสักหน่อย เอาไว้รอบหน้า</p>
<p><a href="http://www.microsoft.com/security_essentials/">Microsoft Security Essential</a> บางท่านอาจจะชอบของแท้ ๆ จากต้นตำหรับ แม้ว่าผมจะมีความระแวงกับยี่ห้อนี้โดยทั่วไป แต่ของบางอย่างของเขาดีจริง ก็ต้องลอง อันนี้เพื่อนอินเดียแนะนำมา ฟรี และเงียบ ผมว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่ควรจะติดตั้งมาพร้อมกับวินโดว์เลย เพื่อเป็นการป้องกันก่อนเกิดปัญหา ตัวนี้เป็น two-in-one คือจัดการทั้งไวรัสทั้ง spyware หรือจะเอาเฉพาะ <a href="http://www.microsoft.com/security/malwareremove/default.aspx">malware remover tools</a> ก็ได้</p>
<p>ทีนี้มาโปรแกรมที่จัดการเฉพาะไวรัสบ้าง<br />
<a href="http://download.cnet.com/AVG-Anti-Virus-Free-Edition/3000-2239_4-10320142.html">AVG anti-virus </a>ตัวนี้อาจจะไม่ใช่ตัวที่ดีที่สุดแต่มันฟรีแล้วก็ดีพอ ที่สำคัญน้ำหนักเบาไม่กินทรัพยากรมาก เหมาะกับเป็นตัวกันไวรัสที่ตั้งติดเครื่องไว้ตลอด แต่ก็นั่นแหละเขากันแต่ไวรัสนะ spyware ยังหลุดมาได้</p>
<!-- AdSense Now! V1.98 -->
<!-- Post[count: 1] -->
<div class="adsense adsense-midtext" style="float:right;margin: 12px;"><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-2144844040954776";
/* 250x250, created 12/15/09 */
google_ad_slot = "7649212944";
google_ad_width = 250;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><p><a href="http://download.cnet.com/Avira-AntiVir-Personal-Free-Antivirus/3000-2239_4-10322935.html">Avira </a>หรือร่มแดงตัวนี้รู้สึกว่าจะป้องกันได้ดี แต่กินแรงเครื่องมาก เหมาะสำหรับคนที่ไม่กลัวเครื่องช้า กลัวเครื่องมีปัญหามากกว่า</p>
<p>Avast ตัวนี้มีคนชอบไม่น้อย แต่ผมเคยลองแล้วไม่ชอบเลย เพราะเอาออกยากมาก ตอนนี้เขาอาจจะปรับปรุงแล้ว แต่ผมเข็ดแล้วครับ</p>
<p>ไหน ๆ แล้วก็พูดถึงตัวที่ไม่ฟรีบ้างดีกว่า<br />
Norton ไม่รู้เป็นไงนะไม่ชอบวิธีการทำธุรกิจของเจ้านี้ ถ้าเจอเป็นแบบทดลองใช้นี่ผมเอาออกเป็นอย่างแรกเลย กินเครื่องมาก แล้วก็ฝังตัวไม่ยอมหลุดง่าย ๆ</p>
<p>NOD32 ตัวนี้ท่าทางจะเป็นที่นิยมในไทย ผมเห็นในเครื่ื่องของน้องที่รู้จักกันก็ดูดีนะ ถ้าคิดอยากจะเสียตังค์ผมก็แนะนำตัวนี้</p>
<p>McAfee ยี่ห้อนี้เคยใช้ตั้งแต่ยังเป็น Dos prompt แต่ไม่ได้ใช้มานานแล้วครับ</p>
<p><a href="http://download.cnet.com/F-Secure-Internet-Security/3000-18510_4-10205368.htm">F-secure</a> ยี่ห้อนี้เคยเอามาลองใช้ สัมผัศได้ว่าเยี่ยมมาก แข็งแกร่งสุด ๆ แต่ก็นั่นแหละผมชอบของฟรีก็เลยไม่ได้ใช้</p>
<p>เอาเท่านี้ก็แล้วกันนะครับ เอาเข้าจริงก็ใช้สักสองสามตัวก็พอแล้ว  ผมก็ใช้ <a href="http://download.cnet.com/Spybot-Search-amp-Destroy/3000-8022_4-10122137.html">Spybot</a> กับ <a href="http://download.cnet.com/AVG-Anti-Virus-Free-Edition/3000-2239_4-10320142.html">AVG</a> เป็นหลัก ฟรีและดีสม่ำเสมอ</p>
<p>หลัง ๆ ไม่ค่อยชอบ Ad-aware ก็เลยว่าจะไปลอง malwarebytes หรือ super-anti-spyware แทน ท่านที่อยากจะแบ่งบันประสบการณ์เชิญเลยนะครับ</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/anti-virus-and-spyware-software/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/anti-virus-and-spyware-software/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สามรากฐานสำคัญสำหรับระบบคอมพิวเตอร์ที่ดี</title>
		<link>http://www.naimiang.com/three-fountation-of-good-computer-system/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/three-fountation-of-good-computer-system/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 May 2010 19:53:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฉลาดใช้]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=890</guid>
		<description><![CDATA[เครื่องดี ระบบปฎิบัติการปี๊ก โปรแกรมไม่สุ่มเสี่ยง ไม่เข้าเวบล่อแหลม สำรองข้อมูลเป็นนิจ แล้วชีวิตจะดีขึ้น <a href="http://www.naimiang.com/three-fountation-of-good-computer-system/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ระบบคอมพิวเตอร์อันไหนก็ดูดีเหมือนกันหมด จนกระทั่งมันเสียนี่แหละ เราถึงจะรู้ว่าระบบที่ดีกว่านั้นเสียน้อยกว่า เสียไม่บ่อย แล้วก็แก้ไขกลับมาได้ง่ายกว่า</p>
<p>ช่วงนี้ต้องซ่อมคอมให้คนเยอะ ซ่อมแล้วก็ถึงเห็นค่าของเครื่องคอมตัวเองที่ไม่ค่อยมีปัญหา ทำให้มองเห็นความแตกต่างของระบบที่ดีกับระบบทั่ว ๆ ไป ก็เลยอยากจะแจกแจงให้โลกรู้ว่าระบบที่ดีนั้นมาได้อย่างไร</p>
<p>1 ฮาร์ดแวร์ที่ดี อันนี้พูดบ่อยแล้ว ว่าควรจะเลือกเครื่องที่ดีอย่างไร ใช้ของมีคุณภาพหน่อย เริ่มตั้งระบบจ่ายไฟ แผงวงจรหลัก ฮาร์ดดิส เมมโมรี่ เป็นหลัก ถ้าฮาร์ดแวร์ไม่มีปัญหาแล้ว เราก็สามารถทุ่มเทให้กับการจัดการขั้นต่อไปได้</p>
<p>2 โปรแกรมที่ดี หมายถึงโปรแกรมที่ไม่มีปัญหา เสถียร หลาย ๆ ครั้งหมายถึงการแลกกับความสะดวกสบายบางอย่าง หรือราคาที่เพิ่มขึ้น จะคุ้มหรือไม่คุ้มก็แล้วแต่คนให้ค่า ผมมองว่าระบบปฎิบัติการนั้นเป็นรากฐานของโปรแกรมทั้งหมด ดังนั้นผมจะให้ความสำคัญกับระบบปฎิบัติการที่สุด โดยส่วนตัวเป็นคนยังอยู่ในโลกที่ต้องใช้วินโดส์อยู่ เคยเน้นเสมอว่า Windows 2003 นั้นโดยส่วนตัวผมพบว่าเสถียรน่าใช้งานมากที่สุด Linux ที่ลองใช้มา ชอบ Ubuntu สำหรับเครื่องใช้ส่วนตัว ส่วนCent OS นั้นเหมาะสำหรับเครื่องใช้งานจริงจัง  Mac OS นั้นก็คงจะเจ๋งจริงแต่ผมยังไม่มีโอกาสได้ใช้งานเท่าไรนัก<br />
สำหรับท่านทั้งหลายที่ใช้ Windows XP, windows 7 หรือ Vista ก็ต้องพยายามปรับแต่งให้ดี ก็จะเพิ่มความปลอดภัยและเสถียรภาพของเครื่องได้ (ปิด Services ที่ไม่ใช้งานให้หมด, เปลี่ยนระดับความปลอดภัยในโซน internet เป็น High, ใช้ chrome เป็น browser หลักแทน IE)</p>
<!-- AdSense Now! V1.98 -->
<!-- Post[count: 2] -->
<div class="adsense adsense-midtext" style="float:right;margin: 12px;"><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-2144844040954776";
/* 250x250, created 12/15/09 */
google_ad_slot = "7649212944";
google_ad_width = 250;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><p>3 การจัดระเบียบและสำรองข้อมูลที่ดี คนไทยส่วนใหญ่ชินกับการลงวินโดส์ใหม่เมื่อเครื่องมีปัญหาหรือโดนไวรัส ดังนั้นการแบ่งแยกเก็บไฟล์ข้อมูล โดยเฉพาะของส่วนตัวพวก รูปภาพ เพลง หรือหนัง แยกออกไปต่างหากนั้นสำคัญมาก เมื่อถึงเวลาจะต้องลงวินโดส์ใหม่ก็จะได้ทำได้โดยสะดวก ทางที่ดีมีการสำรองออกมานอกเครื่อง เผื่อเครื่องเจ๊งหรือหายด้วยก็ยิ่งดี หรือจำเป็นเลยด้วยซ้ำ (อันนี้ไม่เคยเจอเองไม่รู้ว่าไฟล์ที่สะสมมาตลอดชีวิตหายไปแล้วเป็นยังไง)</p>
<p>เมื่อรากฐานทั้งสามอย่างมั่นคงแล้ว สิ่งสุดท้า่้ยที่สำคัญที่สุดคือคนใช้งาน ถ้าได้รับการพัฒนาอบรม ก็จะยิ่งทำให้ระบบนั้นดียิ่งขึ้น เพราะว่าระบบนั้นจะดีสมบรูณ์ไม่ได้เลยถ้าคนใช้งานโดยประมาท เวบไซค์บางจำพวก(xxx)มีความเสี่ยงสูงก็พยายามหลีกเลี่ยง โปรแกรมบางอย่างทำให้เกิดรูรั่วด้านความปลอดภัยได้ง่าย(โหลดทั้งหลาย) เห็นของฟรีตามเวบก็อย่าไปเอามาใช้สุ่มสี่สุ่มห้า</p>
<p>สรุปก็คือเครื่องดี ระบบปฎิบัติการปี๊ก โปรแกรมไม่สุ่มเสี่ยง ไม่เข้าเวบล่อแหลม สำรองข้อมูลเป็นนิจ แล้วจะใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีทุกข์น้อยลง</p>
<p>ใครมีคำถามหรือข้อเสนอแนะขอเชิญนะครับ</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/three-fountation-of-good-computer-system/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/three-fountation-of-good-computer-system/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้อยู่แล้วดับไปเอง</title>
		<link>http://www.naimiang.com/ramdomly-reset-computer/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/ramdomly-reset-computer/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Oct 2009 04:03:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประหยัด]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[power supply]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[ไวรัส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=684</guid>
		<description><![CDATA[เครื่องคอมที่ใช้แล้วดับไปเองปัญหามักจะเป็น power supply เดรื่องที่เจอส่วนมาก็จะเก่าได้ที่แล้วพร้อม ๆ กันการเปลี่ยน power supply มักจะไม่ค่อยคุ้มกับเวลาที่จะซ่อม เครื่องที่ผมเจอ harddrive ก็กำลังตาย จอภาพก็สีเพี้ยน ๆ ไวรัสก็ลงเต็มเครื่อง แต่คนแก่ ๆ ที่เป็นเจ้าของเครื่องไม่อยากให้เครื่องเขาตายเลย 
เหมือนกับคำกล่าวว่า สิ่งที่แพงที่สุดในเครื่องคอมพิวเตอร์คือข้อมูลที่อยู่บนนั้น <a href="http://www.naimiang.com/ramdomly-reset-computer/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ช่วงนี้ได้มีโอกาสไปซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์เก่า ๆ ให้คนแก่ ๆ ส่วนมาเป็นเครื่องรุ่นประมาณ AMD รุ่นแรก ๆ เทียบได้กับ pentium I or II ความเร็วของเครื่องนั้นยังเป็นที่ยอมรับกับเจ้าของที่ใช้เครื่องมานาน เครื่องรุ่นนี้เป็นยุคประมาณ window Me แล้ว upgrade มา window XP แม้ว่าความเร็วของเครื่องจะไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้ใช้ แต่ power supply ที่ทำงานแบบเปิดเกือบทั้งวันมาเป็นสิบปีนั้นถึงเวลาที่หมดสภาพแล้ว (smoothing capacitor ที่เป็นชนิด electrolyte นั้นจะมีอายุประมาณนี้) อาการที่พบก็คือเครื่องจะปิดไปเอง ไม่แน่นอน ส่วนมากจะเป็นระหว่างที่ harddisk กำลังอ่านเขียนข้อมูลอยู่ เครื่องล่าสุดที่เจอ Harddisk ก็มี bad sector ด้วย (คาดว่าเพราะ memory น้อยจึงทำให้ disk ทำงานหนัก) ผสมกับเจอ virus เข้าไปอีกดู ๆ ไปแล้วไม่รู้ว่าจะทนใช้ต่อไปทำไม แต่ชายชราคนนี้ต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์ของเขากลับมาคืนมาสภาพเดิม เพราะมีอะไรอยู่บนนั้นมากหมายเหลือเกิน ทั้ง Outlook ที่ลืม password e-mail ไปแล้ว แต่ยังเข้าได้อยู่เพราะเครื่องจำได้ รูปถ่ายต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้สำรองไว้ โปรแกรมสาระพัดที่ลงไว้ ทั้งโปรแกรมทำภาษี โปรแกรมข้อมูลซ่อมรถ โปรแกรมติดต่อ printer เครื่องต่าง ๆ bookmark ของเวบที่เข้าประจำ เอกสารที่ใช้ประจำ โอ้คิดแล้วก็น่าเห็นใจ ทั้ง ๆ รู้ว่าไม่คุ้มที่จะพยายามซ่อม แต่เราก็ทำให้ดีที่สุดเพราะเป็นเพื่อนกัน เริ่มจากพยายามฆ่าไวรัสให้ เจ้าไวรัสสมัยใหม่มันก็เก่งเหลือเกินไม่ยอมให้เราติดตั้งหรือเรียกโปรแกรมกำจัดไวรัสให้ทำงานได้เลย ท้ายสุดแล้วเลยใช้ BidDefender CD ที่รันบนระบบปฎิบัติการลินุกซ์มาใช้ ของ F-secure CD ก็ได้จะใช้ดีเช่นกัน</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">หลังจากผ่านไปสามสี่ชั่วโมง ถ้าฆ่าไวรัสสำเร็จแล้ว (ให้เลือก ลบ ไปเลยแก้ไม่ได้)  ถ้าเครื่องพอจะวิ่งได้แล้ว ก็อาจจะพยายามทำสำรอง มาใส่อีก harddrive หนึ่ง แต่ปัญหาหนักสุดคงจะเป็น power supply ที่ทำให้เครื่องค้าง หรือปิดไปเอง ที่ไม่คุ้มที่สุดที่จะซ่อม แต่ถ้าคนแก่ยืนยันแล้วยอมจ่าย เราก็อาจจะทำให้ (แต่บอกได้เลยว่าไม่คุ้ม ใช้เครื่องใหม่เลยดีกว่า)</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">คิดแล้วก็เหนื่อยครับ คนใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งมาเป็นสิบปี ผูกผันมาก ไม่อยากจะเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ จำได้ชัดเจนว่า ไอคอนแต่ละตัวอยู่ตรงไหน มี workflow ของงานที่ทำประจำชัดเจน มีข้อมูลจัดเรียงไว้เพียบ จะมีทางแก้ไขอะไรได้อย่างไร มีอะไรที่ช่วยเขาได้ ถ้าเราสามารถสร้าง profile ของผู้ใช้ให้เป็น virtual หรือย้ายไปเครื่องอื่นได้ (portable) ก็คงดี ใครอยู่ Microsoft มาอ่านเจอตรงนี้แล้วช่วยเอาไปคิดทำด้วยนะครับ ระหว่างนี้ถ้าท่านผู้อ่านท่านใด มีข้อคิดหรือคำแนะนำดี ๆ ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">คำแนะนำขั้นต้นทั่ว ๆ ไป ผมแนะนำว่าอย่างแรกเลยคือให้แยกข้อมูลต่าง ๆ ออกมาอยู่ในอีก drive หนึ่ง (เป็นdrive D: เป็นต้น) เพื่อจะได้ทำสำรองข้อมูลได้ง่าย แล้วจะลงวินโดส์ทับก็ไม่ต้องเกรงใจกัน ส่วน bookmark นั้นให้ทำสำรองไว้เช่นกันหรือจะหาโปรแกรมพวก bookmark sync เช่น Foxmark/Xmarks มาใช้ก็ดี</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ซ่อมเครื่องคอมครั้งนี้ได้บทเรียนว่า &#8220;สิ่งที่แพงที่สุดในเครื่องคอมพิวเตอร์คือข้อมูลที่อยู่บนนั้น&#8221; เป็นอย่างนั้นจริง ๆ</div>
<p>สั้น ๆ ก็คือเครื่องใช้แล้วดับเองนี่เป็นอาการของ<a title="เลือกซื้อ power supply" href="http://www.naimiang.com/chosing-computer-power-supply/"> power supply</a> (กดเพื่ออ่านวิธีเลือก) หมดสภาพครับ ส่วนมากแล้วมักจะเป็นกับเครื่องเก่า ๆ ที่อยู่ในที่อากาศร้อนมาหลายปี หลายคนบอกว่าให้ซื้อเครื่องใหม่เลย แต่สำหรับคนที่มีอะไรค้างอยู่ในเครื่องเยอะแยะ ก็ซ่อมไปเถอะครับ</p>
<p><span style="font-size: 13.1944px;">_______________________________________________________</span></p>
<p><span style="font-size: 13.1944px;">ช่วงนี้ได้มีโอกาสไปซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์เก่า ๆ ให้คนแก่ ๆ ส่วนมาเป็นเครื่องรุ่นประมาณ AMD รุ่นแรก ๆ เทียบได้กับ pentium III ความเร็วของเครื่องนั้นยังเป็นที่ยอมรับกับเจ้าของที่ใช้เครื่องมานาน เครื่องรุ่นนี้เป็นยุคประมาณ window Me แล้ว upgrade มา window XP แม้ว่าความเร็วของเครื่องจะไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้ใช้ แต่ <strong>power supply ที่ทำงานแบบเปิดเกือบทั้งวันมาเป็นสิบปีนั้นถึงเวลาที่หมดสภาพแล้ว</strong> (smoothing capacitor ที่เป็นชนิด electrolyte นั้นจะมีอายุประมาณนี้) <strong>อาการที่พบก็คือเครื่องจะปิดไปเอง</strong> ไม่แน่นอน ส่วนมากจะเป็นระหว่างที่ harddisk กำลังอ่านเขียนข้อมูลอยู่ เครื่องล่าสุดที่เจอ Hard disk ก็มี bad sector ด้วย (คาดว่าเพราะ memory น้อยจึงทำให้ disk ทำงานหนัก) ผสมกับเจอ virus เข้าไปอีกดู ๆ ไปแล้วไม่รู้ว่าจะทนใช้ต่อไปทำไม แต่ชายชราคนนี้ต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์ของเขากลับมาคืนมาสภาพเดิม เพราะมีอะไรอยู่บนนั้นมากหมายเหลือเกิน ทั้ง Outlook ที่ลืม password e-mail ไปแล้ว แต่ยังเข้าได้อยู่เพราะเครื่องจำได้ รูปถ่ายต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้สำรองไว้ โปรแกรมสาระพัดที่ลงไว้ ทั้งโปรแกรมทำภาษี โปรแกรมข้อมูลซ่อมรถ โปรแกรมติดต่อ printer เครื่องต่าง ๆ bookmark ของเวบที่เข้าประจำ เอกสารที่ใช้ประจำ โอ้คิดแล้วก็น่าเห็นใจ ทั้ง ๆ รู้ว่าไม่คุ้มที่จะพยายามซ่อม แต่เราก็ทำให้ดีที่สุดเพราะเป็นเพื่อนกัน เริ่มจากพยายามฆ่าไวรัสให้ เจ้าไวรัสสมัยใหม่มันก็เก่งเหลือเกินไม่ยอมให้เราติดตั้งหรือเรียกโปรแกรมกำจัดไวรัสให้ทำงานได้เลย ท้ายสุดแล้วเลยใช้ <a href="http://download.bitdefender.com/rescue_cd/">BidDefender CD</a> ที่รันบนระบบปฎิบัติการลินุกซ์มาใช้ ของ <a title="version 3" href="http://www.f-secure.com/linux-weblog/files/f-secure-rescue-cd-release-3.00.zip">F-secure CD</a> ก็ได้จะใช้ดีเช่นกัน</span></p>
<!-- AdSense Now! V1.98 -->
<!-- Post[count: 3] -->
<div class="adsense adsense-midtext" style="float:right;margin: 12px;"><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-2144844040954776";
/* 250x250, created 12/15/09 */
google_ad_slot = "7649212944";
google_ad_width = 250;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><p>หลังจากผ่านไปสามสี่ชั่วโมง ถ้าฆ่าไวรัสสำเร็จแล้ว (ให้เลือก ลบ ไปเลยแก้ไม่ได้)  ถ้าเครื่องพอจะวิ่งได้แล้ว ก็อาจจะพยายามทำสำรอง มาใส่อีก harddrive หนึ่ง แต่ปัญหาหนักสุดคงจะเป็น power supply ที่ทำให้เครื่องค้าง หรือปิดไปเอง ที่ไม่คุ้มที่สุดที่จะซ่อม แต่ถ้าคนแก่ยืนยันแล้วยอมจ่าย เราก็อาจจะทำให้ (แต่บอกได้เลยว่าไม่คุ้ม ใช้เครื่องใหม่เลยดีกว่า)</p>
<p>คิดแล้วก็เหนื่อยครับ คนใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งมาเป็นสิบปี ผูกผันมาก ไม่อยากจะเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ จำได้ชัดเจนว่า ไอคอนแต่ละตัวอยู่ตรงไหน มี workflow ของงานที่ทำประจำชัดเจน มีข้อมูลจัดเรียงไว้เพียบ จะมีทางแก้ไขอะไรได้อย่างไร มีอะไรที่ช่วยเขาได้ ถ้าเราสามารถสร้าง profile ของผู้ใช้ให้เป็น virtual หรือย้ายไปเครื่องอื่นได้ (portable) ก็คงดี ใครอยู่ Microsoft มาอ่านเจอตรงนี้แล้วช่วยเอาไปคิดทำด้วยนะครับ ระหว่างนี้ถ้าท่านผู้อ่านท่านใด มีข้อคิดหรือคำแนะนำดี ๆ ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ</p>
<p>คำแนะนำขั้นต้นทั่ว ๆ ไป ผมแนะนำว่าอย่างแรกเลยคือให้แยกข้อมูลต่าง ๆ ออกมาอยู่ในอีก drive หนึ่ง (เป็นdrive D: เป็นต้น) เพื่อจะได้ทำสำรองข้อมูลได้ง่าย แล้วจะลงวินโดส์ทับก็ไม่ต้องเกรงใจกัน ส่วน bookmark นั้นให้ทำสำรองไว้เช่นกันหรือจะหาโปรแกรมพวก bookmark sync เช่น <a title="ิbookmark sync" href="http://www.xmarks.com/">Foxmark/Xmarks</a> มาใช้ก็ดี</p>
<p>ซ่อมเครื่องคอมครั้งนี้ได้บทเรียนว่า &#8220;<strong>สิ่งที่แพงที่สุดในเครื่องคอมพิวเตอร์คือข้อมูลที่อยู่บนนั้น</strong>&#8221; เป็นอย่างนั้นจริง ๆ</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/ramdomly-reset-computer/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/ramdomly-reset-computer/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เลือกซื้อ Laptop/notebook ในอเมริกา</title>
		<link>http://www.naimiang.com/buying-laptop-in-the-us/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/buying-laptop-in-the-us/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Oct 2009 23:54:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฉลาดซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตในอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=676</guid>
		<description><![CDATA[งบไม่อั้น = Macbook pro จอด้านไม่สะท้อนแสง หรือ Thinkpad X301
พันกว่า ๆ = Macbook pro
$1000-$800  Macbook สีขาว หรือ Thinkpad T series
$800-600 Asus UL series, Sony หรือ  HP dv
$600-400 Toshiba, Dell Vostro, Lenovo Value line
...ผมคิดว่าราคาที่เหมาะสมสำหรับมือใหม่ควรจะอยู่ที่ $500-600 ที่ราคานี้น่าจะได้ Toshiba Satellite หรือ Dell Vostro ถ้าชอบความสวยงามให้ไปเล่น Sony ที่ประมาณ $600-$800 งบสูงกว่านี้ลองพิจารณา Thinkpad, หรือ Macbook. ถ้าต้องการแบบสุด ๆ ก็ Macbook pro.

งบต่ำว่า $400 คงจะเป็นช่วงของ netbook ซึ่งมีหลายรุ่นให้เลือกเอาตามอัธยาศัย <a href="http://www.naimiang.com/buying-laptop-in-the-us/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Laptop computer นี่เดี๋ยวนี้กลายเป็นของคู่กายคนหนุ่มสาวไปแล้ว เวลาเจอคนรู้จักที่รู้ว่าผมรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ดีเขาก็มักจะถามว่าซื้อรุ่นไหนดี ผมตอบไม่ค่อยได้เพราะรุ่นใหม่ ๆ ออกมาเร็วเหลือเกิน เทคนิคการซื้อลดราคาก็มีหลากหลาย ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ถ้าใจเย็น ๆ เลือกเป็น ก็ได้ของดีราคาถูกได้</p>
<p>ด้วยความต้องการใช้คอมพิวเตอร์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่จากประสบการณ์ที่เห็นผู้ใช้มา ผมสรุปงานหลัก ๆ ที่ laptop ถูกใช้งานดังนี้</p>
<ul>
<li>เล่นเน็ต &#8211; อ่านข่าว เขียน e-mail ตรวจเงินในธนาคาร จ่ายบิล</li>
<li>เอ็ม หรือ IM คุยกับเพื่อนทาง ออนไลน์</li>
<li>ดูหนัง youtube หรือ TV เสียตังค์ก็แล้วแต่</li>
<li>ทำงานเอกสาร office word excel ฯลฯ</li>
<li>ดูรูป</li>
</ul>
<p>นอกจากนี้ก็แล้วแต่คนจะถนัดเล่นอะไรต่อ</p>
<ul>
<li>ดาวโหลด ดูด บิดโหลด</li>
<li>คุยโทรศัพท์  Skype</li>
<li>เกมส์</li>
</ul>
<p>แต่่ว่าห้างานหลัก ๆ เนี่ยไม่ได้ต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์แรงดีแต่อย่างใด พลังเบา ๆ อย่างเนตบุคก็โอเคแล้ว มีแต่งานสุดท้ายเล่นเกมส์ หรือบางท่านจะตัดต่อแก้ไขภาพเคลื่อนไหวเนี่ยต้องใช้เครื่องกำลังสูง</p>
<p>งานที่หนักสุดที่คนธรรมดาใช้งานแลบท๊อปก็คือดูหนัง สำหรับคนธรรมดามาก ๆ ที่ดูแค่คลิ๊ปยูทูปนั้นการ์ดจอรุ่นเบสิคสุด ๆ ก็ทำได้ แต่ถ้าเป็นหนังความละเอียดสูง เลือกการ์ดจอรุ่นแยกต่างหาก (discrete) น่าจะดีกว่า</p>
<p>ดังนั้นเครื่องที่คนทั่วไปต้องการจำเป็นใช้จริงไม่ไ้ด้ต้องใหม่หรือหรูหราอะไร แค่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรเป็นพิเศษก็เน้นตรงนั้น เช่น ชอบฟังเพลงก็หาเครื่องที่ลำโพงใหญ่เสียงใสหน่อย ชอบหิ้วไปเล่นที่ร้านกาแฟก็เลือกรุ่นที่เบาหน่อย สวยอวดคนได้ หรือใช้งานบนแบตตอรี่ได้นาน ถ้าใช้ดูรูปดูหนังเป็นหลักก็คงเลือกรุ่นที่จอภาพสวยสีแจ่มเป็นพิเศษ ถ้าแบกขึ้นรถเมล์เรื่อย ๆ ต้องยอมใช้จอเล็กหน่อยแต่เบา อะไรทำนองนี้</p>
<p>และจะให้ดีก็เลือก OS ให้เหมาะสมกับเครื่องก็จะดีมาก เช่นจะใช้ Vista ก็ต้องมีแรมสัก 2 กิ๊ก (GB) Core2Duo เป็นอย่างน้อย ถ้ามีแค่เนตบุ๊คก็ไม่ต้องไปพยายามทำเป็น Hackintosh รันลินิกส์ หรือ XP ก็ดีอยู่แล้ว ถ้าชอบของแปลกหน่อยผมก็เชียร์ Windows 2003 นะ แต่เรื่องพวกนี้แล้วแต่คนจะชอบ คนทั่วไปในเครื่องมีอะไรให้มาก็ใช้อันนั้นแหละครับง่ายดี</p>
<p>ทีนี้ก็เข้าเรื่องซะทีว่าซื้อรุ่นไหนดี ดีที่สุดของ laptop mainstream นี้ต้องยกให้ Apple Macbook pro ขอรับ เป็นปฎิมากรรมของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มนุษยชาติในยุคนี้พัฒนาขึ้นถึงจุดสุงสุดจุดหนึ่ง แม้่ว่าผมจะไม่เคยเป็นเจ้าของ ไม่ชอบคียบอร์ดสไตล์นั้นเท่าไหร่ แต่ต้องยกให้ในเรื่องระบบระบายความร้อนด้วยตัวถังอลูมิเนียม ความร้อนนี่แหละครับที่ฆ่าแลปทอปมานักต่อนักแล้ว เรื่องนี้ Macbook pro จัดการได้เด็ดขาด ยีิ่งรุ่นปี 2009 ได้ข่าวว่าเปลี่ยนจอเป็นรุ่นที่สีเที่ยงยิ่งขึ้น ทำให้ยิ่งน่าใช้ขึ้นไปอีก  ปัญหาหลักที่คนหลายคนไม่อยากเปลี่ยนไปใช้ Mac ก็เพราะชินหรือต้องใข้วินโดว์นี่แหละครับ ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา windows ไม่ใช่ปัญหา Macbook pro รุ่นจอด้านไม่สะท้อนแสงนี่คงจะดีที่สุดแล้วครับ (อย่างหนึ่งที่ผมติดกับ Macbook ก็คือถ้าทำกาแฟหกใส่นี่เครื่องเสียได้ง่าย ๆ แต่ thinkpadนี่ keyboard มันจะทำเป็นก้นกะทะกันความเสียหายได้ระดับหนึ่ง)</p>
<p>ถ้ามาโลกของวินโดว์ ผมชอบ Thinkpad ที่สุดโดยเฉพาะ T กับ X series ไม่ชอบที่สุดคือจอไม่สวย แต่ที่ถูกใจมากมาตลอดคือคีย์บอร์ด ยิ่งคนต้องพิมพ์เยอะ ๆ อย่างผมคีย์บอร์ดสำคัญ มาก เรียกได้ว่าถ้าคุณเป็นนักเขียน หรือต้องพิมพ์อะไรเยอะ ๆ คีย์บอร์ดของ Thinkpad นี่ไม่ผิดหวัง ความบาง ความเรียบง่าย และทนทานเป็นสิ่งที่พอคาดหวังได้จาก laptop series เหล่านี้ เป็น laptop แบบใช้งานจริง ๆ ไม่ค่อยเน้นบันเทิงเท่าไหร่ Thinkpad ไม่มีขายตามร้านทั่วไปในอเมริกา ส่วนมากแล้วจะต้องสั่งซื้อเอา เราเลยไม่ค่อยเห็นคนทั่วไปใช้เท่าไหร่</p>
<p>คนทั่วไปไม่ได้ต้องการเครื่องเครียด ๆ หรือแพงขนาดนั้น laptop รุ่นนิยมสำหรับคนไทยในอเมริกาจึงหนีไม่พ้น Toshiba Satellite series เพราะหาซื้อได้ตามร้าน bestbuy ทั่วไป แถมยังลดราคาเป็นประจำ ติดอันดับ laptop ที่ถูกที่สุดในร้านอยู่เรื่อย ๆ แล้วทำไมคนจะไม่ซื้อ ยิ่งสำหรับมือใหม่แล้ว Toshiba laptop เป็นตัวเลือกที่ดี ทนทาน จอสวย ข้อเสียก็คืออืด (ช้า เพราะมีโปรแกรมส่วนเกินเยอะ) และเทอะทะไปหน่อยเท่านั้น</p>
<p>หลัง ๆ นี่ผมว่า Sony มาแรง เคยมีเพื่อนบอกว่าไม่ทนเมื่อนานมาแล้ว ไม่รู้รุ่นใหม่ดีหรือยัง แต่ต้องยอมรับว่ามันสวยจริง ๆ ลงตัวทุกอย่าง จอสวย คียบอร์ดดี ตัวถังสวยงาม ไม่เทอะทะ มีลูกเล่นพวกกล้องในตัว มีสีให้เลือกหลายแบบ แบบว่าถ้าซื้อให้แฟนใช้ หรือเอาไว้พออวดคนตามร้านกาแฟเก๋ ๆ นี่ ถ้าไม่ใช่ Mac ก็เอา Sony ไว้ก่อน ถ้าว่าง ๆ ผมจะเอา Thinkpad ไปร่วมมั่ง (มีนาคม 2010, หลังจากปลุกปลั้มกับเครื่อง Sony ของเพื่อนที่ harddrive มีปัญหาผมก็ไม่กล้าแนะนำ ยี่ห้อนี้ แม้ว่าความสวยงามจะมีแต่เรื่องความคงทนนั้นไม่มี)</p>
<p>อีกยี่ห้อที่ข้ามไปไม่ได้คือ HP มีขายตามร้านทั่วไปเช่นกัน ชื่อเสียงใช้ได้ มีหลากหลายรุ่น ผมติดอย่างเดียวคือตัวถังมันดูกระป๋องไปหน่อย ลองไปดูเองก็แล้วกันถ้ารับได้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีในเรื่องความทนทาน มีรุ่นหนึ่งของเพื่อนมีปัญหาที่การผลิต เลยเวลารับประกันไปแล้วเขาก็ยังรับผิดชอบซ่อมให้ เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย</p>
<p>ถ้าเป็นแต่ก่อนผมคงไม่แนะนำ Dell เคยใช้ของที่บริษัทให้มา โอ้พัดลมเสียงดังมากร้อนสุด ๆ ห่วยจนไม่แนะนำไปนาน จนกระทั่งมาปีนี้ไปเห็นของน้องคนนึงใช้ที่วัด ต้องยอมรับว่าเข้าใกล้อุดมคติของ laptop ที่ดี รูปแบบเรียบง่าย โปรแกรมส่วนเกินไม่มี เบา ที่พูดถึงนี่คือ Dell Vostro เท่านั้นนะครับ รุ่นอื่นไม่รู้ ราคาก็ไม่แพง แต่ไม่ค่อยมีขายตามร้านทั่วไป ให้ไปซื้อที่ <a href="http://www.newegg.com/Product/ProductList.aspx?Submit=ENE&amp;N=4%2050010772%2040000032&amp;Manufactory=10772&amp;SubCategory=32&amp;SpeTabStoreType=3">Newegg.com</a> เอาแล้วกัน (หลังจากอ่านเพิ่มเติมจึงรู้ว่าคนชอบรุ่น D ทั้งหลายไม่น้อย บอกว่าเป็น Dell ที่ไม่กระป๋อง)</p>
<p>ทีนี้มาถึงยี่ห้อที่ไม่แนะนำบ้าง Acer นี่มาก่อนเลย Keyboard มักจะหลุดเป็นชิ้น ๆ ไม่รู้เป็นไง Gateway นี่ก็พอกันแต่มันถูกครับสองยี่ห้อนี้ วัดดวงเอาก็แล้วกัน คุณอาจจะโชคดีเจอเครื่องที่ไม่มีปัญหาก็ได้  Averatec นี่ก็เคยมีปัญหาคีย์บอร์ดร่อน เหมือนกัน ไม่แนะนำครับผม</p>
<p>MSI นี่เพื่อนใช้แล้วบอกว่ากระป๋องมาก คีย์บอร์ดก็กระโดด ๆ touchpad วิ่งวุ่น ไม่แนะนำ</p>
<p>ผมยังไม่เคยมีประสบการณ์กับ Asus กับ Samsung เสียที แต่คิดว่าคงจะดี )</p>
<p>คนไทยชอบคำตอบแบบฟันทง ผมฟันให้แบบนี้แล้วกัน</p>
<ul>
<li>งบไม่อั้น Macbook pro 15&#8243; จอด้านไม่สะท้อนแสง หรือ Thinkpad X301s หรือ <a href="http://shop.lenovo.com/SEUILibrary/controller/e/web/LenovoPortal/en_US/special-offers.workflow:ShowPromo?LandingPage=/All/US/Landing_pages/ThinkPad_notebooks/2010/X201-X201s-X201t">Thinkpad x201t Tablet</a>(ย้ำว่า Tablet เท่านั้น)</li>
<li>พันกว่า ๆ Macbook pro, Thinkpad T410s</li>
<li>$1000-$800  Macbook สีขาว หรือ Thinkpad Txxx รุ่นไฮ</li>
<li>$800-600 Thinkpad T410 หรือ <a href="http://www.amazon.com/gp/product/B003VJ1VQ4?ie=UTF8&amp;tag=lemrmiteyo-20&amp;linkCode=as2&amp;camp=1789&amp;creative=9325&amp;creativeASIN=B003VJ1VQ4">Lenovo ThinkPad X201i 3249MDU 12.1-Inch Laptop</a><img style="border: none !important; margin: 0px !important;" src="http://www.assoc-amazon.com/e/ir?t=lemrmiteyo-20&amp;l=as2&amp;o=1&amp;a=B003VJ1VQ4" border="0" alt="" width="1" height="1" /></li>
<li>$600-400 Toshiba, Dell Vostro, <a href="http://outlet.lenovo.com/laptops.html?cat=9">Lenovo Value line</a></li>
</ul>
<p>ผมคิดว่าราคาที่เหมาะสมสำหรับมือใหม่ควรจะอยู่ที่ $500-600 ที่ราคานี้น่าจะได้ Toshiba Satellite หรือ Dell Vostro</p>
<p>งบต่ำว่า $400 คงจะเป็นช่วงของ netbook ซึ่งมีหลายรุ่นให้เลือกเอาตามอัธยาศัย (netbook นี่มันเล็กและเบาสะใจดีจริง ๆ แต่จอเล็กจนต้องเพ่งสายตา ใช้งานนิด ๆ หน่อยก็โอเค แต่ให้เป็นเครื่องหลักผมก็ไม่ไหว)</p>
<p><a href="http://www.tkqlhce.com/click-3061531-10440557" target="_top"><br />
<img src="http://www.lduhtrp.net/image-3061531-10440557" border="0" alt="Once You Know, You Newegg" width="468" height="60" /></a></p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/buying-laptop-in-the-us/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/buying-laptop-in-the-us/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วินโดว์ที่ดีที่สุดสำหรับผม Windows 2003 ดัดแปลง</title>
		<link>http://www.naimiang.com/best-window-for-me-w2k3/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/best-window-for-me-w2k3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Oct 2009 04:33:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฉลาดใช้]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=673</guid>
		<description><![CDATA[วินโดว์ เซอร์เวอร์ ๒๐๐๓ หรือ window 2003 ดัดแปลงเป็น window ที่ดีที่สุดที่ผมทดลองมา ปลอดภัีย เสถียร เร็ว ใช้ทรัพยากรน้อย ไม่แพ้ลินุกส์ หรือ Mac OS เลย แต่ก็ยังเป็นวินโดว์ที่ใช้ซอฟแวร์ของชนหมู่มากได้ เป็นทางออกที่ไม่เลวสำหรับนักคอมพิวเตอร์ที่ยังหนีวินโดว์ไปได้ไม่พ้นเสียที <a href="http://www.naimiang.com/best-window-for-me-w2k3/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อ<a href="http://www.naimiang.com/get-the-most-out-of-old-laptops/">ตอนก่อนโน้น</a>เคยบอกไปว่า โดยส่วนตัวของผมแล้ว วินโดว์ที่ดีที่สุดในขณะนี้คือ windows 2003 ที่เขาตั้งใจเอาไว้เป็น server นั่นแหละ ไม่รู้ว่าเป็นยังไง ไมโครซอฟพัฒนา windows ตัวนี้ได้ดีมาก มีความปลอดภัยสูง เสถียร เร็ว กระทัดรัด กินทรัพยากรน้อย ใช้แล้วติดใจ แต่จะเอามาใช้งานก็ไม่หมู</p>
<p>ปัญหาอย่างแรกเลยคือ ราคา ซึ่งคงจะแพงกว่า XP หรือ Vista. แต่ถ้าเราหาซื้อมือสองได้จากบริษัทที่อัพเกรดไป window 2008 แล้วมันก็คงพอไหว หรือเอามาแค่ทดลองใช้งานก็ไม่ว่ากัน</p>
<p>ปัญหาอย่างที่สองคือ ความเป็น server ของมันที่ทำให้ใช้งานในแบบทั่ว ๆ ไปได้ไม่ถนัด ผมจึงขอมอบ <a href="http://www.naimiang.com/wp-content/uploads/etc/w2k3work.reg">reg file สำหรับดัดแปลง window server 2003</a> ให้ใช้งานแบบทั่วไปได้ โดยจะตัดความยุ่งยากในการเข้า่ออกระบบออกไป แล้วก็ดัดแปลงหน้าตาเล็กน้อยให้เหมือน ๆ กับ XP classic</p>
<p>เรื่อง driver ไม่มีปัญหาผมใช้ driver ของ XP หรือ windows 2000 แทนได้ทุกตัว มีโปรแกรมบางอย่างที่ตรวจสอบระบบการใช้งานของเราเท่านั้นที่อาจจะไม่ยอมลง เพราะคิดว่าเป็น server OS ที่ผ่านมาเจอแค่โปรแกรม anti-virus ตัวเดียวเท่านั้นที่มีปัญหาไม่ยอมติดตั้ง โปรแกรมอื่น ๆ ใช้ได้หมด</p>
<p>อย่างหนึ่งที่ทำให้ windows 2003 ปลอดภัยมากก็คงจะเพราะเขาตั้ง IE internet zone ไว้เป็น High security ตั้งแต่แรกเลย การเซิฟเวปก็จะคลุกคลักถ้าจะดันทุรังใช้ IE ต่อไป จะใช้ W2k3 แล้วได้โปรดอย่าไปเปลี่ยนค่าความปลอดภัยบน IE เลย ไมโครซอฟเขาก็รู้ว่ามันไม่ปลอดภัยจึงได้ตั้งมาแบบนั้นตั้งแต่แรก ทางที่ดีให้ใช้ browser ตัวอื่นไปเลย ตอนนี้ <a href="http://www.google.com/chrome">Chrome</a> พัฒนาจนเสถียรแล้ว น่าใช้มาก หรือจะใช้ Firefox เจ้าเก่าก็ได้แต่ต้องขอเตือนว่าเดียวนี้มันไม่ปลอดภัยเหมือนเดิมแล้ว ใช้ Chrome จะปลอดภัยกว่า เพราะคนยังไม่ค่อยใช้พวกผู้ร้ายเลยยังไม่ตั้งใจจะเจาะระบบความปลอดภัยผ่านทางนี้</p>
<p>อีกไม่กี่วัน window 7 ก็คงจะออกแล้ว เหมือนกันโปรแกรมของไมโครซอฟทุกตัว ผมคงจะแนะนำ้ให้รอไปก่อน จนมันเริ่มเสถียรแล้วค่อยไปใช้งานมัน รอสัก service pack 2 นะเพื่อความชัวร์ แต่จะไปทดลองนะก็ได้ไม่ว่ากัน แต่เตรียมใจปวดหัวไว้หน่อย ตอน Vista หรือ XP ออกมาใหม่ก็อย่างนี้เหมือนกันเป็นธรรมดา อีกพักนึงผมคงจะลอง window server 2008 มั่ง แต่เอาไว้มีเครื่องระดับ core2duo ก่อนเถอะ จะลอง visualization เสียด้วยเลย</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/best-window-for-me-w2k3/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/best-window-for-me-w2k3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมล็ดทานตะวัน อาหารเสริมสำหรับคนใช้คอมพิวเตอร์</title>
		<link>http://www.naimiang.com/sunflower-seed-for-computer-user/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/sunflower-seed-for-computer-user/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Sep 2009 18:16:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติบำบัด]]></category>
		<category><![CDATA[สายตา]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=665</guid>
		<description><![CDATA[เมล็ดทานตะวันมีน้ำมันมาก และมีวิตามินเอ ช่วยดวงตา คนที่ใช้สายตาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานหลายชั่วโมงต่อวันมักจะรู้สึกแสบตา ตาแห้ง ให้ทานเมล็ดทานตะวันดิบ โดยล้างน้ำสะอาดก่อนรับประทาน หรือจะแช่น้ำไว้สักพักให้นิ่มทานง่ายขึ้นก็ได้ น้ำมัน วิตามิน และโปรตีนจากเมล็ดทานตะวันจะช่วยให้สายตาของคุณดีขึ้น ควรทานอย่างน้อยวันละหนึ่งกำมือ แล้วนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในตอนกลางคืน ระหว่างวันถ้ามีโอกาสให้พักสายตา แล้วลืมตาหรือแช่หน้าในน้ำดื่มเพื่อให้ดวงตาให้ผ่อนคลายบ้าง 
เมล็ดทานตะวันได้พลังจากแสงอาทิตย์ เราสามารถรับพลังจากแสงอาทิตย์สู่ดวงตาได้โดยตรงเช่นกัน โดยการมองดวงอาทิตย์ในยามเช้าตรู่พระอาทิตย์พึ่งขึ้น และตอนเย็นเวลาพระอาทิตย์ใกล้ตก มองสักวันละครึ่งชั่วโมงเช้าเย็นก็จะช่วยสายตาได้มากจ้า <a href="http://www.naimiang.com/sunflower-seed-for-computer-user/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมล็ดทานตะวันมีน้ำมันมาก และมีวิตามินเอ ช่วยดวงตา คนที่ใช้สายตาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานหลายชั่วโมงต่อวันมักจะรู้สึกแสบตา ตาแห้ง ให้ทานเมล็ดทานตะวันดิบ โดยล้างน้ำสะอาดก่อนรับประทาน หรือจะแช่น้ำไว้สักพักให้นิ่มทานง่ายขึ้นก็ได้ น้ำมัน วิตามิน และโปรตีนจากเมล็ดทานตะวันจะช่วยให้สายตาของคุณดีขึ้น ควรทานอย่างน้อยวันละหนึ่งกำมือ แล้วนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในตอนกลางคืน ระหว่างวันถ้ามีโอกาสให้พักสายตา แล้วลืมตาหรือแช่หน้าในน้ำดื่มเพื่อให้ดวงตาให้ผ่อนคลายบ้าง<br />
เมล็ดทานตะวันได้พลังจากแสงอาทิตย์ เราสามารถรับพลังจากแสงอาทิตย์สู่ดวงตาได้โดยตรงเช่นกัน โดยการมองดวงอาทิตย์ในยามเช้าตรู่พระอาทิตย์พึ่งขึ้น และตอนเย็นเวลาพระอาทิตย์ใกล้ตก มองสักวันละครึ่งชั่วโมงเช้าเย็นก็จะช่วยสายตาได้มากจ้า</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/sunflower-seed-for-computer-user/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/sunflower-seed-for-computer-user/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เลือกซื้อ Wireless router/AP</title>
		<link>http://www.naimiang.com/chosing-wireless-router/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/chosing-wireless-router/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Jul 2009 17:48:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฉลาดซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[router]]></category>
		<category><![CDATA[wireless]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=549</guid>
		<description><![CDATA[ปัญหาที่คนมักจะเจอกับ wireless router ก็คือ สัญญาไม่แรง (weak signal) ต่อแล้วติด ๆ หลุด ๆ เล่นเวบได้บ้างไม่ได้บ้าง (packages drop) หรือ เครื่องค้างต้องถอดปลั๊กแล้วเสียบใหม่ ถ้าเลือกเครื่องดีตั้งแต่ต้นปัญหาพวกนี้ก็ไม่รุนแรง เครื่องดี ๆ นั้นเราติดตั้งหนเดียวแล้วก็ลืมไปเลยว่ามันทำงานยังไง รู้แต่ว่าเปิดเครื่องก็ใช้ได้
<a href="http://www.tkqlhce.com/click-3061531-10440557" target="_top">
<img src="http://www.lduhtrp.net/image-3061531-10440557" width="468" height="60" alt="Once You Know, You Newegg" border="0"/></a> <a href="http://www.naimiang.com/chosing-wireless-router/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">เผลอแป๊บเดียว เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็มี เนตความเร็วสูง (highspeed internet) แล้ว แล้วเราก็อยากจะใช้เนตโดยไม่ต้องต่อสายให้พะรุงพะรังซะด้วย การเชื่อมต่อแบบไร้สาย( wireless networking)ก็เลยตามมาด้วยโดยปริยาย หัวใจของการต่อคอมฯให้ใช้อินเตอร์เนตแบบไร้สายตามบ้านนั้นก็คือ wireless router ซึ่งทำงานเป็นทั้ง router และ wireless Access Point (AP) พร้อม ๆ กัน บางรุ่นก็เบิ้น ทำหน้าที่เป็น modem, เป็น printer server, หรือแม้กระทั่ง NAS (Network Attached Storage)/ File server ได้เสียอีกต่างหาก แต่วันนี้เรามาเน้น ๆ ตัวที่คนใช้กันมากที่สุดก็คือ wireless router ธรรมดา ที่มีรูให้จิ้ม สี่บวกหนึ่ง รวมเป็นห้ารู แล้วก็จะมีเสาอากาศ หรือไม่มีก็แล้วแต่ แต่ว่าต่อแบบไร้สายได้ด้วย</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ตัวที่นิยมที่สุดในตอนนี้  (กลางปี 2009) ก็คงหนีไม่พ้น Linksys WRT54GL เพราะว่าลงตัว เร็วพอควร กำลังแข็งแรง ขยับขยายไปใช้ open source firmware พวก DD-WRT หรือ tomato ได้ด้วย ก็ถ้าไม่อยากคิดอะไรมาก ก็ซื้อ Linksys ตัวนี้ Buffalo WHR-HP-G54 ,  ASUS WL-520gU หรือ ASUS WL-500g Premium (32/8) ตัวใดตัวหนึ่งแล้วมาเปลี่ยน firmware เป็น Tomato ละก็รับรองไม่ผิดหวัง แต่ถ้าไม่อยากยุ่งเรื่อง firmware ก็ใช้พวก Netgear นี่แหละดี เพราะใช้ง่ายติดตั้งสบาย ๆ</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ปัญหาที่คนมักจะเจอกับ wireless router ก็คือ สัญญาไม่แรง (weak signal) ต่อแล้วติด ๆ หลุด ๆ เล่นเวบได้บ้างไม่ได้บ้าง (packages drop) หรือ เครื่องค้างต้องถอดปลั๊กแล้วเสียบใหม่ ถ้าเลือกเครื่องดีตั้งแต่ต้นปัญหาพวกนี้ก็ไม่รุนแรง เครื่องดี ๆ นั้นเราติดตั้งหนเดียวแล้วก็ลืมไปเลยว่ามันทำงานยังไง รู้แต่ว่าเปิดเครื่องก็ใช้ได้</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ปัญหาเรื่อง ติด ๆ หลุด ๆ นั้นบางทีไม่รุ่นแรงมากแค่เปลี่ยน firmware ก็แก้ได้แล้ว แต่บางรุ่นก็ออกแบบมาไม่ดีแต่ต้นมี memory จำกัดมาก (แค่ 8 megabytes) พอต่อหลาย ๆ เครื่อง download เยอะ ๆ โดยเฉพาะพวด bittorrent เครื่องทำงานไม่ทัน ข้อมูลก็หล่น ๆ หาย ๆ ไปเป็นธรรมดา บางทีทำงานไม่ทันเครื่องก็ประท้วงหยุดงานเสียอีกต่างหาก ค้างไปเสียเฉย ๆ ต้องไปถอดปลั๊กให้มัน reboot เริ่มทำงานใหม่ เครื่องถูก ๆ นั้นก็ใช้อุปกรณ์ราคาถูก ๆ เป็นธรรมดา การต่อเชื่อมสัญญาบางรุ่นจึงอ่อน ใช้รับส่งไกล ๆ ไม่ได้ ทำเอาหลายคนหงุดหงิด</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">เอ แล้วเราควรจะเลือกเครื่อง ยังไงเพื่อจะไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ ก่อนอื่นเราต้องมากเข้าใจส่วนประกอบของ wireless router กันก่อน</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">Wireless router นั้นมีส่วนประกอบหลัก ๆ สองส่วน ส่วนหนึ่งคือ mainboard หรือ routerboard ที่ทำหน้าที่เป็น router ที่คิดส่งข้อมูลว่าควรจะไปทางไหนต่อ กับอีกส่วนหนึ่งคือ Wireless module ที่ทำหน้าที่รับส่งสัญญาณวิทยุและถอดรหัส (WEP, WPA)</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ตัว router นั้นเป็นตัวคิดว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้นต้องส่งต่อไปไหน เช่นไปเครื่องอีกเครื่องหนึ่งในบ้าน หรือส่งต่อไป internet. ถ้ารับข้อมูลมาจาก net ต้องส่งต่อไปเครื่องไหน เครื่อง router นั้นเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องหนี่ง จะทำงานได้เร็วก็ต้องมี CPU เร็ว ๆ และทำงานได้มากถ้ามี memory เยอะ ๆ เครื่องรุ่นที่ขายให้ใช้ตามบ้านนั้นมักจะมี memory 8-32 megabytes. และ CPU ความเร็วประมาณ 125-240 MHz เครื่องระดับกลาง ๆ ที่ผมแนะนำข้างต้นมี memory 16  Meg และมี CPU 200 MHz. ก็เร็วประมาณเครื่อง 80386, 80486 ในสมัยโน้นได้ ซึ่งเท่านั้นพอเพียงกับการใช้งานตามบ้านทั่วไป แต่ถ้าเป็นตาม office ต่อเชื่อมเครื่องมากกว่า 5 เครื่อง อาจจะต้องการสเปกที่สูงกว่านี้ ถ้าใช้เครื่องความเร็วต่ำหน่วยความจำน้อยมาต่อเชื่อมกับเครื่องหลาย ๆ เครื่องพร้อมกันมันก็ทำงานไม่ทันส่งข้อมูลตก ๆ หล่น ๆ หยุด ๆ ค้าง ๆ อย่างที่เป็นปัญหาข้างต้นนั่นแหละ (อีกประการหนึ่งคือโปรแกรม Firmware เขียนมาไม่ดีบริหารทรัพยกรไม่เต็มที่ก็มีปัญหาได้)</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ตัว wireless module หรือ Acess Point นั้นกำหนดความเร็วในการต่อเชื่อมแบบไร้สายจากเครื่องคอมฯ มาที่ router ตัวนี้จะกำหนดว่าเราเชื่อมต่อด้วยมาตรฐานแบบไหน เช่น  b, g หรือ N (802.11b, 802.11g, 802.11n) สามารถเข้ารหัสถอดรหัสจำพวกไหนได้บ้างอย่างเบสิค WEP 64 bit, 128 bit หรือแข็งหน่อย WPA-PSK หรือแข็งสุดอย่าง WPA2 (WPA-AES) การเข้ารหัสนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เพื่อนบ้านดี ๆ หรือกลุ่มผู้ร้ายเข้ามาร่วมการใช้งานเนตกับเรา</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">มาตรฐานการเชื่อมต่อนี้ ก็จะกำหนดความเร็วไว้ด้วยว่าเราต่อกับ router ได้เร็วแค่ไหน (เป็นความเร็วคนละตัวว่าต่อเข้าอินเตอร์เนตได้เร็วแค่ไหน) มาตรฐาน 802.11b นั้นเร็วสุดที่ 11 Mb/s, 802.11g นั้น 54 Mb/s ส่วนมาตรฐาน N ที่พึ่งมาใหม่นั้นให้ไปลองเปิดหาดูเป็นการบ้านว่าเร็วแค่ไหน บางรุ่นแม้จะเป็น g แต่ก็โฆษณาว่าเร็ว 108 Mb/s ได้ถ้าใช้อุปกรณ์ยี่ห้อของเขา รุ่นบางรุ่นบอกว่าใช้ MIMO technology ก็อย่าพึ่งเข้าใช้ผิดว่าเป็นปลาการ์ตูน Nemo.  MIMO นั้นหมายถึงว่าเขาใช้สัญญาณวิทยุสื่อสารสองช่อง รับช่อง ส่งช่อง เพื่อให้มันเร็วขึ้น แล้วก็รับส่งได้ไกลขึ้น บางรุ่น ก็บอกว่าเป็น pre N หรือ Draft N แล้วก็บอกว่าเร็วเท่านั้นเท่านี้ ก็เป็น technology ที่ยังไม่ลงตัว ผมไม่สนใจมันเท่าไหร่เพราะอีกแปีปเดียวก็เปลี่ยนอีก รอตอนมาตรฐานออกแท้ ๆ เลยจะดีกว่า โดยส่วนตัวผมใช้แค่ b กับ g เพราะแค่  b ก็เร็วเกินกว่า highspeed internet ที่ผมซื้อจาก ISP แล้ว</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">แต่ก็นั่นแหละถึง wireless เร็วแค่ไหนถ้า router ช้ามันก็ติดขัดอยู่ดี ก็ต้องเลือกที่มันสมดุลกัน ถ้ารู้ลักษณะการใช้งานของเราด้วยจะดีมากเช่นถ้าใช้อยู่คนเดียวเครื่องเดียว ต่อเนตความเร็วไม่สูงมาก (ช้ากว่า 1 Mb/s) รุ่นถูก ๆ ก็ทำงานทัน แต่ถ้าเป็นพวกเล่นเกมส์ออนลาย หรือ ดาวโลดกระจุย อาจต้องลงทุนซื้อเครื่องหรูหน่อย อาจต้องหารุ่นที่ CPU เร็วหน่อย มี memory มากหน่อยแต่ก็นั่นแหละ spec พวกนี้เขาไม่ค่อยจะบอกกัน</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">พูดถึง spec แล้วก็มาดูกันว่า spec แท้ ๆ ที่เราควรจะดูตอนเลือกซื้อนั้นมีอะไรบ้าง</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">Spec ของ router</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ก็เหมือนเลือกเครื่องคอมเลย ก็ดูว่าเป็น CPU หรือ chipset ของใคร ดูเหมือนว่าที่นิยมที่สุดตอนนี้คือ Broadcom กับ Atheros ความเร็วไม่หนีกันมากประมาณ 200 MHz</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">Memory &#8211; memory นั้นมาสองส่วน ส่วนที่เป็น Dynamic RAM หรือ SDRAM นั้นควรจะมี16 Mbytes ขึ้นไป ส่วน Flash memory ที่ใช้เก็บ firmware นั้นไม่เกี่ยวข้องกับความเร็วแค่กำหนดว่าบรรจุ firmware มี feature ได้แค่ไหน ถ้าเปรียบเทียบกับเครื่องคอมก็มองว่า Flash memory นั้นเหมือนเป็น Harddisk เก็บโปรแกรมก็แล้วกัน ใช้งานตามบ้านเรือนนั้น  4 M ก็พอ แต่ถ้าเป็นบริษัทมี VPN หรืออะไรอย่างอื่นซับซ้อน 8 M หรือมากกว่าจะปลอดภัยกว่า</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">Spec ของ wireless</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">โดยทั่วไปคนก็จะรู้ว่าเป็นมาตรฐานอะไร รับส่งได้เร็วแค่ไหน และเข้ารหัสแบบใดได้บ้าง แต่ spec ที่จะบอกว่ามันรับส่งสัญญาณได้ดีนั้นมักจะบอกแค่ว่ามีความแรงสัญญาณเท่าไหร่ เช่น 18 Db หรือใช้ไฟเท่าไหร่ เช่น 200mW เสปคที่มักจะถูกมองข้ามไปคือความไวในการรับสัญญาณ (RX sensitivity) ซึ่งสำคัญมากสำหรับ AP เพราะตัว AP นั้นมักจะส่งแรงเพียงพอแต่ laptop นั้นมักจะส่งไม่ค่อยแรง สเปกของ Sensitity จะเป็นค่าติดลบ ยิ่งมากยิ่งดี เช่น -93 db</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">เครื่อง Wireless router ที่จะใช้งานแบบการค้า เช่นตามโรงแรมหรือ หอพักนั้น Spec ต้องสูงกว่าที่ใช้ตามบ้าน ถ้าอยากเห็น Spec แบบ Commercial ให้ลองดู  Mikro Tik หรือ Ubiquiti แบบเล็กลงมาหน่อยก็ Netgear Prosafe, หรือ Cisco small business</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ข้อคิดเพิ่มเติม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ยิ่ง Internet เร็วแค่ไหนยิ่งต้องการ CPU เร็ว ๆ ยิ่งโหลดบิดเยอะแค่ไหนยิ่งต้องการ memory เยอะ ๆ</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">สัญญาณการต่อเชื่อมแบบไร้สายจะดีต้องดูทั้งสองอย่าง คือพลังในการส่งแรง ความไวในการรับรับสัญญานอ่อน ๆ ได้</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">Firmware ของ router ก็เหมือน software ทั้งหลายถ้าเขียนดี ๆ การทำงานก็จะเสถียรใช้ทรัพยกรประหยัดคุ้มค่า</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ถ้าอยากให้มันอยู่ทนมาก ๆ เลือกตัวถังที่เป็นโลหะน่าจะดีกว่าเพราะระบายความร้อนได้ดี</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">รุ่นที่ใช้งานจริงจังบางรุ่น สามารถรับไฟได้สองทาง จะเสียบผ่านหม้อแปลงเหมือนปรกติก็ได้ จะส่งกระแสไฟฟ้าผ่านสายสัญญาณ ethernet (CAT5, RJ45) ก็ได้ เขาเรียกว่า POE มีประโยชน์มากกับเครื่องที่ติดตั้งนอกอาคาร</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">จะติดตั้งให้ได้สัญญาณดีที่สุดให้ติดสูงกลางห้อง ติดเป็นแบบเครื่องตรวจจับควันไฟอย่างนั้นเลยก็เท่ดี</div>
<p>เผลอแป๊บเดียว เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็มี เนตความเร็วสูง (highspeed internet) แล้ว แล้วเราก็อยากจะใช้เนตโดยไม่ต้องต่อสายให้พะรุงพะรังซะด้วย การเชื่อมต่อแบบไร้สาย( wireless networking)ก็เลยตามมาด้วยโดยปริยาย</p>
<p>หัวใจของการต่อคอมฯให้ใช้อินเตอร์เนตแบบไร้สายตามบ้านนั้นก็คือ wireless router ซึ่งทำงานเป็นทั้ง router และ wireless Access Point (AP) พร้อม ๆ กัน บางรุ่นก็เบิ้น ทำหน้าที่เป็น modem, เป็น printer server, หรือแม้กระทั่ง NAS (Network Attached Storage)/ File server ได้เสียอีกต่างหาก แต่วันนี้เรามาเน้น ๆ ตัวที่คนใช้กันมากที่สุดก็คือ wireless router ธรรมดา ที่มีรูให้จิ้ม สี่บวกหนึ่ง รวมเป็นห้ารู แล้วก็จะมีเสาอากาศ หรือไม่มีก็แล้วแต่ แต่ว่าต่อแบบไร้สายได้ด้วย</p>
<p>ตัวที่นิยมที่สุดในตอนนี้  (กลางปี 2009) ก็คงหนีไม่พ้น Linksys WRT54GL เพราะว่าลงตัว เร็วพอควร กำลังแข็งแรง ขยับขยายไปใช้ open source firmware พวก DD-WRT หรือ tomato ได้ด้วย ก็ถ้าไม่อยากคิดอะไรมาก ก็ซื้อ Linksys ตัวนี้ Buffalo WHR-HP-G54 ,  ASUS WL-520gU หรือ ASUS WL-500g Premium (32/8) ตัวใดตัวหนึ่งแล้วมาเปลี่ยน firmware เป็น <a href="http://www.polarcloud.com/tomato">Tomato </a>ละก็รับรองไม่ผิดหวัง แต่ถ้าไม่อยากยุ่งเรื่อง firmware ก็ใช้พวก Netgear นี่แหละดี เพราะใช้ง่ายติดตั้งสบาย ๆ</p>
<p>ปัญหาที่คนมักจะเจอกับ wireless router ก็คือ สัญญาไม่แรง (weak signal) ต่อแล้วติด ๆ หลุด ๆ เล่นเวบได้บ้างไม่ได้บ้าง (packages drop) หรือ เครื่องค้างต้องถอดปลั๊กแล้วเสียบใหม่ ถ้าเลือกเครื่องดีตั้งแต่ต้นปัญหาพวกนี้ก็ไม่รุนแรง เครื่องดี ๆ นั้นเราติดตั้งหนเดียวแล้วก็ลืมไปเลยว่ามันทำงานยังไง รู้แต่ว่าเปิดเครื่องก็ใช้ได้</p>
<p>ปัญหาเรื่อง ติด ๆ หลุด ๆ นั้นบางทีไม่รุ่นแรงมากแค่เปลี่ยน firmware ก็แก้ได้แล้ว แต่บางรุ่นก็ออกแบบมาไม่ดีแต่ต้นมี memory จำกัดมาก (แค่ 8 megabytes) พอต่อหลาย ๆ เครื่อง download เยอะ ๆ โดยเฉพาะพวด bittorrent เครื่องทำงานไม่ทัน ข้อมูลก็หล่น ๆ หาย ๆ ไปเป็นธรรมดา บางทีทำงานไม่ทันเครื่องก็ประท้วงหยุดงานเสียอีกต่างหาก ค้างไปเสียเฉย ๆ ต้องไปถอดปลั๊กให้มัน reboot เริ่มทำงานใหม่ เครื่องถูก ๆ นั้นก็ใช้อุปกรณ์ราคาถูก ๆ เป็นธรรมดา การต่อเชื่อมสัญญาบางรุ่นจึงอ่อน ใช้รับส่งไกล ๆ ไม่ได้ ทำเอาหลายคนหงุดหงิด</p>
<p>เอ แล้วเราควรจะเลือกเครื่อง ยังไงเพื่อจะไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ ก่อนอื่นเราต้องมากเข้าใจส่วนประกอบของ wireless router กันก่อน</p>
<p>Wireless router นั้นมีส่วนประกอบหลัก ๆ สองส่วน ส่วนหนึ่งคือ mainboard หรือ routerboard ที่ทำหน้าที่เป็น router ที่คิดส่งข้อมูลว่าควรจะไปทางไหนต่อ กับอีกส่วนหนึ่งคือ Wireless module ที่ทำหน้าที่รับส่งสัญญาณวิทยุและถอดรหัส (WEP, WPA)</p>
<p>ตัว router นั้นเป็นตัวคิดว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้นต้องส่งต่อไปไหน เช่นไปเครื่องอีกเครื่องหนึ่งในบ้าน หรือส่งต่อไป internet. ถ้ารับข้อมูลมาจาก net ต้องส่งต่อไปเครื่องไหน เครื่อง router นั้นเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องหนี่ง จะทำงานได้เร็วก็ต้องมี CPU เร็ว ๆ และทำงานได้มากถ้ามี memory เยอะ ๆ เครื่องรุ่นที่ขายให้ใช้ตามบ้านนั้นมักจะมี memory 8-32 megabytes. และ CPU ความเร็วประมาณ 125-240 MHz เครื่องระดับกลาง ๆ ที่ผมแนะนำข้างต้นมี memory 16  Meg และมี CPU 200 MHz. ก็เร็วประมาณเครื่อง 80386, 80486 ในสมัยโน้นได้ ซึ่งเท่านั้นพอเพียงกับการใช้งานตามบ้านทั่วไป แต่ถ้าเป็นตาม office ต่อเชื่อมเครื่องมากกว่า 5 เครื่อง อาจจะต้องการสเปกที่สูงกว่านี้ ถ้าใช้เครื่องความเร็วต่ำหน่วยความจำน้อยมาต่อเชื่อมกับเครื่องหลาย ๆ เครื่องพร้อมกันมันก็ทำงานไม่ทันส่งข้อมูลตก ๆ หล่น ๆ หยุด ๆ ค้าง ๆ อย่างที่เป็นปัญหาข้างต้นนั่นแหละ (อีกประการหนึ่งคือโปรแกรม Firmware เขียนมาไม่ดีบริหารทรัพยกรไม่เต็มที่ก็มีปัญหาได้)</p>
<p>ตัว wireless module หรือ Acess Point นั้นกำหนดความเร็วในการต่อเชื่อมแบบไร้สายจากเครื่องคอมฯ มาที่ router ตัวนี้จะกำหนดว่าเราเชื่อมต่อด้วยมาตรฐานแบบไหน เช่น  b, g หรือ N (802.11b, 802.11g, 802.11n) สามารถเข้ารหัสถอดรหัสจำพวกไหนได้บ้างอย่างเบสิค WEP 64 bit, 128 bit หรือแข็งหน่อย WPA-PSK หรือแข็งสุดอย่าง WPA2 (WPA-AES) การเข้ารหัสนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เพื่อนบ้านดี ๆ หรือกลุ่มผู้ร้ายเข้ามาร่วมการใช้งานเนตกับเรา</p>
<p>มาตรฐานการเชื่อมต่อนี้ ก็จะกำหนดความเร็วไว้ด้วยว่าเราต่อกับ router ได้เร็วแค่ไหน (เป็นความเร็วคนละตัวว่าต่อเข้าอินเตอร์เนตได้เร็วแค่ไหน) มาตรฐาน 802.11b นั้นเร็วสุดที่ 11 Mb/s, 802.11g นั้น 54 Mb/s ส่วนมาตรฐาน N ที่พึ่งมาใหม่นั้นให้ไปลองเปิดหาดูเป็นการบ้านว่าเร็วแค่ไหน บางรุ่นแม้จะเป็น g แต่ก็โฆษณาว่าเร็ว 108 Mb/s ได้ถ้าใช้อุปกรณ์ยี่ห้อของเขา รุ่นบางรุ่นบอกว่าใช้ MIMO technology ก็อย่าพึ่งเข้าใช้ผิดว่าเป็นปลาการ์ตูน Nemo.  MIMO นั้นหมายถึงว่าเขาใช้สัญญาณวิทยุสื่อสารสองช่อง รับช่อง ส่งช่อง เพื่อให้มันเร็วขึ้น แล้วก็รับส่งได้ไกลขึ้น บางรุ่น ก็บอกว่าเป็น pre N หรือ Draft N แล้วก็บอกว่าเร็วเท่านั้นเท่านี้ ก็เป็น technology ที่ยังไม่ลงตัว ผมไม่สนใจมันเท่าไหร่เพราะอีกแปีปเดียวก็เปลี่ยนอีก รอตอนมาตรฐานออกแท้ ๆ เลยจะดีกว่า โดยส่วนตัวผมใช้แค่ b กับ g เพราะแค่  b ก็เร็วเกินกว่า highspeed internet ที่ผมซื้อจาก ISP แล้ว</p>
<p>แต่ก็นั่นแหละถึง wireless เร็วแค่ไหนถ้า router ช้ามันก็ติดขัดอยู่ดี ก็ต้องเลือกที่มันสมดุลกัน ถ้ารู้ลักษณะการใช้งานของเราด้วยจะดีมากเช่นถ้าใช้อยู่คนเดียวเครื่องเดียว ต่อเนตความเร็วไม่สูงมาก (ช้ากว่า 1 Mb/s) รุ่นถูก ๆ ก็ทำงานทัน แต่ถ้าเป็นพวกเล่นเกมส์ออนลาย หรือ ดาวโลดกระจุย อาจต้องลงทุนซื้อเครื่องหรูหน่อย อาจต้องหารุ่นที่ CPU เร็วหน่อย มี memory มากหน่อยแต่ก็นั่นแหละ spec พวกนี้เขาไม่ค่อยจะบอกกัน</p>
<p>พูดถึง spec แล้วก็มาดูกันว่า spec แท้ ๆ ที่เราควรจะดูตอนเลือกซื้อนั้นมีอะไรบ้าง</p>
<p>Spec ของ router</p>
<p>ก็เหมือนเลือกเครื่องคอมเลย ก็ดูว่าเป็น CPU หรือ chipset ของใคร ดูเหมือนว่าที่นิยมที่สุดตอนนี้คือ Broadcom กับ Atheros ความเร็วไม่หนีกันมากประมาณ 200 MHz</p>
<p>Memory &#8211; memory นั้นมาสองส่วน ส่วนที่เป็น Dynamic RAM หรือ SDRAM นั้นควรจะมี16 Mbytes ขึ้นไป ส่วน Flash memory ที่ใช้เก็บ firmware นั้นไม่เกี่ยวข้องกับความเร็วแค่กำหนดว่าบรรจุ firmware มี feature ได้แค่ไหน ถ้าเปรียบเทียบกับเครื่องคอมก็มองว่า Flash memory นั้นเหมือนเป็น Harddisk เก็บโปรแกรมก็แล้วกัน ใช้งานตามบ้านเรือนนั้น  4 M ก็พอ แต่ถ้าเป็นบริษัทมี VPN หรืออะไรอย่างอื่นซับซ้อน 8 M หรือมากกว่าจะปลอดภัยกว่า</p>
<p>Spec ของ wireless</p>
<p>โดยทั่วไปคนก็จะรู้ว่าเป็นมาตรฐานอะไร รับส่งได้เร็วแค่ไหน และเข้ารหัสแบบใดได้บ้าง แต่ spec ที่จะบอกว่ามันรับส่งสัญญาณได้ดีนั้นมักจะบอกแค่ว่ามีความแรงสัญญาณเท่าไหร่ เช่น 18 Db หรือใช้ไฟเท่าไหร่ เช่น 200mW เสปคที่มักจะถูกมองข้ามไปคือความไวในการรับสัญญาณ (RX sensitivity) ซึ่งสำคัญมากสำหรับ AP เพราะตัว AP นั้นมักจะส่งแรงเพียงพอแต่ laptop นั้นมักจะส่งไม่ค่อยแรง สเปกของ Sensitity จะเป็นค่าติดลบ ยิ่งมากยิ่งดี เช่น -93 db</p>
<p>เครื่อง Wireless router ที่จะใช้งานแบบการค้า เช่นตามโรงแรมหรือ หอพักนั้น Spec ต้องสูงกว่าที่ใช้ตามบ้าน ถ้าอยากเห็น Spec แบบ Commercial ให้ลองดู  <a href="http://www.mikrotik.com/">Mikro Tik</a> <a href="http://www.ubnt.com/">Ubiquiti</a> หรือ <a href="http://www.engeniustech.com/Datacom/products/default.aspx">Engenius</a> (ตัว EOC1650 กำลังขายดี)</p>
<p>ข้อคิดเพิ่มเติม</p>
<p><a href="http://www.netgear.com/PopUps/RelatedDocument.aspx?DocumentDownloaded=WG102_DS_05Sept08%20pdf&amp;DocumentDownloadedSrc=/upload/product/wg102/wg102_ds_05sept08.pdf&amp;hasSfID=False&amp;itemID={CD75957F-C493-47FA-A673-00B1D7CDA55D}&amp;documentTitle=Data%20Sheet">Netgear Prosafe</a>, หรือ <a href="http://www.cisco.com/en/US/prod/collateral/routers/ps380/ps6195/product_data_sheet0900aecd8028a9a9.html">Cisco small business</a> นั้นดูดีเหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก แต่มันดีเฉพาะบางรุ่น แล้วก็ราคาค่อนข้างสูงแลกกับการบริการหลังการขายที่น่าจะดีกว่าปรกติ</p>
<p>ยิ่ง Internet เร็วแค่ไหนยิ่งต้องการ CPU เร็ว ๆ ยิ่งโหลดบิดเยอะแค่ไหนยิ่งต้องการ memory เยอะ ๆ</p>
<p>สัญญาณการต่อเชื่อมแบบไร้สายจะดีต้องดูทั้งสองอย่าง คือพลังในการส่งต้องแรง ความไวในการรับต้องรับสัญญานอ่อน ๆ ได้</p>
<p>Firmware ของ router ก็เหมือน software ทั้งหลายถ้าเขียนดี ๆ การทำงานก็จะเสถียรใช้ทรัพยกรประหยัดคุ้มค่า</p>
<p>ถ้าอยากให้มันอยู่ทนมาก ๆ เลือกตัวถังที่เป็นโลหะน่าจะดีกว่าเพราะระบายความร้อนได้ดี</p>
<p>รุ่นที่ใช้งานจริงจังบางรุ่น สามารถรับไฟได้สองทาง จะเสียบผ่านหม้อแปลงเหมือนปรกติก็ได้ จะส่งกระแสไฟฟ้าผ่านสายสัญญาณ ethernet (CAT5, RJ45) ก็ได้ เขาเรียกว่า POE มีประโยชน์มากกับเครื่องที่ติดตั้งนอกอาคาร</p>
<p>จะติดตั้งให้ได้สัญญาณดีที่สุดให้ติดสูงกลางห้อง ติดเป็นแบบเครื่องตรวจจับควันไฟอย่างนั้นเลยก็เท่ดี</p>
<p>Access Point สองตัวไม่ควรอยู่ใกล้กัน สัญญาณมันจะตีกันได้ ทำให้ตัวนึงใช้ได้ อีกตัวนึงใช้ไม่ได้</p>
<p><a href="http://www.tkqlhce.com/click-3061531-10440557" target="_top"> <img src="http://www.lduhtrp.net/image-3061531-10440557" border="0" alt="Once You Know, You Newegg" width="468" height="60" /></a></p>
<p>ในไทยลอง ดูที่ <a title="ซื้อ wireless router" href="http://thaiwireless.knivengroup.com/">Thaiwireless</a></p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/chosing-wireless-router/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/chosing-wireless-router/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ถ้าผมต้องซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์เบสิค ๆ</title>
		<link>http://www.naimiang.com/chosing-basic-computer/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/chosing-basic-computer/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2009 13:59:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฉลาดซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[SSD drive]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=521</guid>
		<description><![CDATA[คนทั่วไปใช้คอม ไว้ดูหนังฟังเพลงเล่นเวบเท่านั้น ไม่ได้จำเป็นต้องใช้เครื่องเร็วสุด ๆ แต่อย่างใด 
 
เห็นเครื่องคอมฯสมัยใหม่แล้วรู้สึกว่ามันกระป๋องจังเลย แต่ก็เข้าใจว่าจะทำให้ราคาถูกก็ต้องทำแบบนี้ เปลี่ยนรุ่นก็เร็ว คนซื้อก็อยากจะได้ใหม่ ๆ เร็ว ๆ จะทำไงได้ 
 
พวกคนคอมพิวเตอร์อนุรักษ์นิยมแบบผมเห็นแล้ว ก็รู้สึกใช้เครื่องมือสองก็ได้ โดยเลือกเอารุ่นอึด ๆ ทน ๆ แต่ตกรุ่นหน่อย เครื่องคอมที่พวกบริษัทหรู ๆ เขาต้องโละหลังจากหมดประกัน หรือเช่าซื้อ สามปีนี่แหละคุ้มสุด 
 
แต่ก็นั่นแหละของดีมือสอง ไม่ใช่ว่าจะหลุดมาให้ซื้อง่าย ๆ ถ้าจะซื้อเครื่องใหม่แบบธรรมดา ๆ ละ จะเลือกซื้อยังไงดี 
 
1 ประกอบเอง  ตั้งแต่ได้เล่นเครื่องของลูกค้า ผมประทับใจ <a href="http://www.newegg.com/Product/Product.aspx?Item=N82E16856101039">Barebone ของ Shuttle</a> มาก มันกระทัดรัด สวยงาม เงียบ แล้วก็เร็วใช้ได้เลย เหมาะที่่จะเป็น HTPC อะไรเทือกนี้ใช้ดูหนัง บันทึกเพลงสบายมาก 
 
2 <a href="http://www.apple.com/macmini/">Mac mini </a> เครื่อง Apple นั้นเล็ก สวยงาม ประหยัดไฟ เขาเลือกใช้อุปกรณ์อย่างดี อาจจะดูเหมือนแพง แต่น่าจะทนกว่าในระยะยาว บางคนอาจจะไม่กล้าใช้เพราะไม่ชินกับ OS แต่จะลง <a href="http://www.naimiang.com/chosing-basic-computer/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คนทั่วไปใช้คอม ไว้ดูหนังฟังเพลงเล่นเวบเท่านั้น ไม่ได้จำเป็นต้องใช้เครื่องเร็วสุด ๆ แต่อย่างใด</p>
<p>เห็นเครื่องคอมฯสมัยใหม่แล้วรู้สึกว่ามันกระป๋องจังเลย แต่ก็เข้าใจว่าจะทำให้ราคาถูกก็ต้องทำแบบนี้ เปลี่ยนรุ่นก็เร็ว คนซื้อก็อยากจะได้ใหม่ ๆ เร็ว ๆ จะทำไงได้</p>
<p>พวกคนคอมพิวเตอร์อนุรักษ์นิยมแบบผมเห็นแล้ว ก็รู้สึกใช้เครื่องมือสองก็ได้ โดยเลือกเอารุ่นอึด ๆ ทน ๆ แต่ตกรุ่นหน่อย เครื่องคอมที่พวกบริษัทหรู ๆ เขาต้องโละหลังจากหมดประกัน หรือเช่าซื้อ สามปีนี่แหละคุ้มสุด</p>
<p>แต่ก็นั่นแหละของดีมือสอง ไม่ใช่ว่าจะหลุดมาให้ซื้อง่าย ๆ ถ้าจะซื้อเครื่องใหม่แบบธรรมดา ๆ ละ จะเลือกซื้อยังไงดี</p>
<p>1 ประกอบเอง  ตั้งแต่ได้เล่นเครื่องของลูกค้า ผมประทับใจ <a href="http://www.newegg.com/Product/Product.aspx?Item=N82E16856101039">Barebone ของ Shuttle</a> มาก มันกระทัดรัด สวยงาม เงียบ แล้วก็เร็วใช้ได้เลย เหมาะที่่จะเป็น HTPC อะไรเทือกนี้ใช้ดูหนัง บันทึกเพลงสบายมาก</p>
<p>2 <a href="http://www.apple.com/macmini/">Mac mini </a> เครื่อง Apple นั้นเล็ก สวยงาม ประหยัดไฟ เขาเลือกใช้อุปกรณ์อย่างดี อาจจะดูเหมือนแพง แต่น่าจะทนกว่าในระยะยาว บางคนอาจจะไม่กล้าใช้เพราะไม่ชินกับ OS แต่จะลง Windows บน Mac ก็ยังได้ (แต่แนะนำให้ลองใช้ OSX จะติดใจ ใช้ง่ายกว่าที่คิด)</p>
<p>3 Mini Tower ธรรมดา สำหรับท่านที่อุปกรณ์เสริมเยอะ ก็ไม่มีทางเลือก แนะนำอย่างแรงว่าให้เลือกอุปกรณ์อย่างดี ตั้งแต่ Power Supply, Mainboard, Memory ได้สามอย่างนี้ดี ๆ แล้วที่เหลือก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร ตอนนี้ราคาของ SSD drive ลงมาพอสมควร ถ้ามีงบประมาณละก้อให้ลอง ใช้แล้วจะติดใจ ทั้งเงียบทั้งเร็ว ตอนนี้รุ่นที่นิยมสุดก็คือ <a href="http://www.newegg.com/Product/ProductList.aspx?Submit=ENE&amp;N=50001157%2040000636%201749646482&amp;name=SLC&amp;SpeTabStoreType=0">Intel X-25</a>e เป็น SLC เร็วและอายุใช้งานนานควรค่าแก่การใช้งานในเครื่องคอมสุดหรู ไม่ต้องซื้อใหญ่โตอะไรเอามาใช้แค่เป็น boot disk ก็พอ รูปภาพ วิดีโอ ก็เก็บใน drive ธรรมดาก็ได้</p>
<p>4. Laptop + docking station คนสมัยนี้มี laptop กันอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปซื้อเครื่อง desktop มาอีกก็ได้ ก็เพียงแต่ลงทุนซื้อ docking station มาไว้เสียบสาย จอภาพ keyboard กับ mouse ไว้ให้เรียบร้อย มาถึงบ้านก็ประกอบร่างแล้วใช้ได้เลย ดีตรงนี้ไม่ต้องโยกย้าย file หรือจัดการ program เครื่องสองอันให้ตรงกัน ใช้เครื่องเีดียวไปเลย</p>
<p>5. DELL Vostro 220 หรือ <a style="color: #245493; text-decoration: underline; font-family: arial, helvetica; font-size: 9pt; font-weight: normal;" href="http://www.dell.com/us/en/home/desktops/inspndt_530/pd.aspx?refid=inspndt_530&amp;s=dhs&amp;cs=19&amp;ref=dthp"><strong>Inspiron 530</strong> </a> โดยส่วนตัวรำคาญ Dell ที่ชอบสร้างคอมมาให้เปลี่ยนเอา mainboard รุ่นมาตรฐานมาใช้ไม่ได้ แต่จากประสบการณ์คนทั่วไปเวลาเปลี่ยนคอม ก็เปลี่ยนยกชุดอยู่ดี รุ่นนี้เบสิคดี ได้ยินมาว่าเงียบ เป็นทางเลือกสำหรับคนไม่อยากประกอบเอง</p>
<p>ถ้าถามถึง CPU ก็ยังว่า Core2Quard นี่แหละเยี่ยม แต่ AMD Pheonom II หรือ Core2Duo ก็เร็วพอ ถ้าเป็นไปได้ก็เลือกรุ่นที่ใช้ไฟน้อย 65 W อะไรอย่างนี้ Core2Duo ตอนนี้ผมแนะนำตระกูล 8 เช่่น E8400</p>
<p>การ์ดจอนี่ไม่มีความเห็น ตามไม่ทัน แต่โดยส่วนตัวชอบพวกที่ไม่มีพัดลม เอารุ่นที่เร็วที่สุดที่ไม่ต้องมีพัดลม</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/chosing-basic-computer/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/chosing-basic-computer/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แนะนำเวบโฮส ถูกและดี ไม่เหมือนใคร (แต่ใช้ยาก)</title>
		<link>http://www.naimiang.com/lowcost-webhosting-nearlyfreespeechnet/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/lowcost-webhosting-nearlyfreespeechnet/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 May 2009 12:15:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฉลาดซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัด]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[computer]]></category>
		<category><![CDATA[shell access]]></category>
		<category><![CDATA[web hosting]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=491</guid>
		<description><![CDATA[NearlyFreeSpeech.net คงไม่เหมาะกับทุกคนแต่สำหรับคนคอมพิวเตอร์ที่ต้องการเวบโฮสถูก ๆ มี shell access ไม่จำกัดจำนวนโดเมน หรือเวบไซค์ มีความเสถียรสูง และเร็ว NFS นั้นเป็นตัวเลือกที่ตรงใจจริง ๆ <a href="http://www.naimiang.com/lowcost-webhosting-nearlyfreespeechnet/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>ที่มา</h3>
<p>อาจจะเพราะเป็นลูกหลานคนจีน นิสัยประหยัดนี่มันลงลึกอยู่ในสายเลือด อยากได้ของดีที่ราคาสมเหตุสมผล เราจะได้อุดหนุนไปนาน ๆ</p>
<p>ที่ผ่านมาผมรวมกับญาติ ๆ เช่าโอสในเมืองไทยแล้วแบ่งกันใช้ หารค่าใช้จ่ายออกมาแล้วก็คุ้มใช้กันได้หลายงาน แต่ตอนนี้ตัวผมอยู่ไกล บางครั้งการติดต่อกลับไปเมืองไทยก็ช้าเหลือเกิน รอจน timeout ไปก็มี พี่น้องที่เมืองไทยใช้กันไม่มีปัญหา เร็วเป็นปรกติ</p>
<h3>ตัวเลือก</h3>
<p>ผมค้นหาตามเวบต่าง ๆ ว่าคนเขาชื่นชมเจ้าไหนกันบ้าง ดู ๆ ไปแล้วเจอ <a href="http://mediatemple.net/webhosting/gslite/">Media Temple</a> กับ <a href="http://secure.hostgator.com/~affiliat/cgi-bin/affiliates/clickthru.cgi?id=pijak">Hostgator</a> นี่แหละที่คนเขาว่าดี แต่เราไม่อยากจะจ่ายขนาดนั้น (ถูกสุดประมาณ $10 ต่อเดือนจ่ายรายปี) รู้ว่าดีจริงแต่เวบเรายังไม่มีรายได้อะไร คนเข้าก็ไม่ได้เยอะมากมาย เอาแบบเล็ก ๆ พอดังแล้วค่อยย้าย หรือเปลี่ยนให้ใหญ่ขึ้นตอนหลังน่าจะคุ้มค่ากว่า</p>
<p>ตอนแรกผมก็เลยค้นหาเจ้าที่เป็นรายเดือนถูก ๆ ก็เลือกอยู่ระหว่าง computing host กับ elahost แต่เพื่อให้แน่ใจในการบริการหลังการขายผมก็เลยลองส่งคำถามไปก่อนจะสมัครกับเขา รอคำตอบจาก elahost 2-3 วันก็ไม่มีอะไรกลับมา เลยไม่เอาดีกว่า computing host นั้นมีข้อเสียก็คือถ้ามีคำถามอะไรต้องไปถามเอาใน forum ผมกรอกใบสมัครจะจ่ายเงินอยู่แล้ว แต่ก็ตะหงิดใจเพราะเวบเขาดูสับสน ตรงนี้ราคานึง ตรงโน้นราคานึง เลยชักไม่แน่ใจ ไม่เอาดีกว่า</p>
<p>ผมหาดูในเนตว่ามีใครพูดถึงเวบสองอันนี้ไหม อ่านไปอ่านมาไปเจอคนแนะนำโฮสที่ชื่อว่า NearlyFreeSpeech.net หรือแทบไม่ต้องใช้ตังค์แสดงความคิดเห็น</p>
<h3><a href="http://www.nearlyfreespeech.net">NearlyFreeSpeech.net</a></h3>
<p>NearlyFreeSpeech.net นั้นไม่เหมือนใคร เพราะเป็นเวบโฮสแบบเติมเงิน เราจ่ายเงินไปก่อน(เริ่มน้อย ๆ ก็ได้) เขาจะค่อย ๆ หักเงินเราไปตามที่ใช้จริง ไม่ใช้ไม่เสียเงิน ยิ่งดูก็ยิ่งชอบเพราะมือถือเราก็ใช้แบบเติมเงิน ยิ่งมีแนวคิดแบบว่ามีเวบไซค์เพื่อแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ ปกป้องเสรีภาพและความเป็นส่วนตัว ยิ่งชอบใจ แถมยังให้แรงจูงใจในการประหยัดทรัพยากรอีก ใช้น้อยจ่ายน้อยใช้มากจ่ายมาก ทางด้านเทคนิคก็ไม่น้อยหน้าใคร มีการกระจายเครื่องใกล้กันไหนใช้อันนั้น เราจึงได้ใช้เครื่องที่ใกล้และเร็วเสมอ อีกจุดที่ชอบมากคือ มีการแยกโปรแกรมฐานข้อมูล (database process) ไปวิ่งอยู่บนเครื่องต่างหากโดยเฉพาะทำให้วิ่งได้เร็ว ไม่มาเป็นตัวถ่วง web server ซึ่งอันนี้แหละมักจะเป็นปัญหากับเวบโฮสโดยทั่วไป ที่มีฐานข้อมูลอยู่บนเครื่องเดียวกัน(localhost) พอฐานข้อมูลช้า ก็เลยพลอยทำให้เวบช้าไปด้วย เขาจะคิดงินเพิ่มวันละเซนต์สำหรับคนที่ใช้ MySQL ซึ่งก็สมเหตุสมผลดี</p>
<p>ยิ่งศึกษายิ่งชอบเลยลองสมัครเป็นสมาชิกฟรีก่อนเลย เพื่อเข้าไปอ่านในกระดานสนทนาว่าคนที่นี่เขาพูดเรื่องอะไรกันบ้าง อ่าน ๆ ดูก็มีคนบ่นบ้างพอควร แต่บ่นไม่เหมือนที่อื่น คือมักจะเป็นเรื่องว่าทำไมเขาใช้เทคโนโลยีอันโน้นอันนี้ไม่ได้ อ่านแล้วก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่เพราะเป็นศัทพ์ทางเทคนิคมาก ประมาณว่าคนที่ใช้อยู่กับเจ้านี้เป็นพวกคนที่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์มาก และอยากจะใช้เทคโนโลยีหรือโปรแกรมแปลก ๆ ที่คนทั่วไปไม่ค่อยใช้กัน</p>
<h3>ลองใช้</h3>
<p>เขาก็เข้าใจทำพอสมัครเป็นสมาชิกฟรีปึ๊บ เขาก็ให้เงินมาในบัญชีเพื่อลองใช้ดูได้เลย (แค่สองเซนต์ ไม่ได้มากอะไรแต่ก็เพียงพอแล้วสำหรับการทดลองใช้ ) ที่อื่นไม่เคยให้เราแบบนี้มีแต่สัญญาว่าไม่พอใจจะคือเงิน แต่ผมชอบแบบนี้มากกว่าไม่ต้องควักกระเป๋าก็ลองไ้ด้เลย</p>
<p>ลองใช้ดูเลยดีกว่า ไหน ๆ ก็มีให้ลองแล้ว ผมลอง upload เวบเก่าขึ้นไปแล้วลองเปิดดู มันก็ขึ้นมารวดเร็วเป็นปรกติดี แต่มันแค่เวบเปล่า ๆ หน้าเดียวมันต้องเร็วอยู่แล้ว</p>
<p>ลองเมนูแล้วก็ชอบใจ มันเรียบง่ายและเป็นระบบ ไม่มีรูปภาพสีสันอะไร แค่การใช้งานจริง ๆ</p>
<p>ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ แล้วลองของจริงเลยดีกว่า ผมตั้ง site ขึ้นใหม่แล้ว ftp ไฟล์ของจริงขึ้นไปทันที การสร้าง database คลุกคลักงง ๆ นิดหน่อย เพราะเราได้สร้าง process ขึ้นมาเลย ได้เป็น database admin เต็ม ๆ อีกอย่างที่ไม่เคยมีก็คือ command prompt หรือ shell access เวลาจะลงโปรแกรมสามารถลงได้โดยตรง ใช้ SVN checkout ออกมาได้เลย เร็วกว่า ftp และเวลาทำ version upgrade ก็สะดวก</p>
<p>สรุปแล้วชอบทุกอย่างโอนเงินไปให้เลย $15 คำนวณดูแล้วอยู่ได้หนึ่งปีสำหรับเวบเล็กสองสามอันถูกจริง ๆ เวบนี้เร็ว เหมาะสำหรับเวบส่วนตัวเช่น blog อย่างกระผมที่ไม่ได้ใช้พื้นที่เยอะ หรือมีคนเข้ามามาก แต่ก็ไม่พ้นมีปัญหาจุกจิกกวนใจบ้าง แต่ที่เป้ง ๆ น่ารำคาญเลยนั้นคือเรื่อง file permission ที่นี่เขาเน้นเรื่องความปลอดภัยมาก user ที่ใช้ผ่านเวบนั้นทำอะไรได้น้อยมาก เวลาจะ upload file ผ่านหน้าเวบ หรือ upgrade program จึงทำได้ยุ่งยากมาก หรือทำไม่ได้เลย จำเป็นต้องตั้งค่าอย่างดีหรือเลี่ยงไปใช้โปรแกรม ftp เอา ที่เหลือก็เล็ก ๆ น้อยเช่น safemode จะ on นอกจากจะเปลี่ยนเอง, IP ของเวบเปลี่ยนอยู่ตลอดเพราะเปลี่ยนเครื่องไปเรื่อย ๆ ตามสถานที่และภาระบนเครื่อง</p>
<p>สำหรับ wordpress โดยเฉพาะนั้นผมแนะนำให้ใช้งานหลีกเลี่ยงดังนี้</p>
<ul>
<li>ที่ wp-config.php ให้เพิ่มที่ท้ายไฟล์</li>
</ul>
<pre style="text-align: center;">define('WP_TEMP_DIR', ABSPATH . '../tmp');</pre>
<ul>
<li>เปลี่ยน permission ของ wp-uploads ให้หลวมขึ้น</li>
<li>เปลี่ยน setting ไม่ให้ uploads แบ่งเป็นเดือนและปี</li>
<li>เวลาจะ upgrade plugins ให้ deactivate ก่อน ไม่งั้นจะเจอ error</li>
</ul>
<p><a href="https://www.nearlyfreespeech.net/">NearlyFreeSpeech.net</a> คงไม่เหมาะกับทุกคนแต่สำหรับคนคอมพิวเตอร์ที่ต้องการเวบโฮสถูก ๆ มี shell access ไม่จำกัดจำนวนโดเมน หรือเวบไซค์ มีความเสถียรสูง และเร็ว NFS นั้นเป็นตัวเลือกที่ตรงใจจริง ๆ</p>
<p>ปล. หลังจากเดือน September, 2009 nearlyfreespeech.net เขาจะขึ้นราคาแล้วครับ คงจะไม่ถูกเหมือนเดิม จากที่เคยจ่า่ยปีละสิบกว่าเหรืยญจะเพิ่มขึ้นกลายเป็นสามสิบกว่าเหรียญแล้ว แต่ก็ยังถูก<span style="font-size: 13.1944px;">กว่าที่อื่นอยู่ดีจนไม่มีเหตุผลต้องย้ายตอนนี้</span></p>
<p><span style="font-size: 13.1944px;">เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเวบที่เคยอยู่บน GeoCities เพราะเวบคงที่ (static) แบบนั้นสามารถโฮสได้ถูกมากที่ NFS เพราะไม่เสียค่าฐานข้อมูลและค่าเวบเพิ่มรายวัน อาจจะตกปีนึงไม่กี่เซ็นต์ก็ได้</span></p>
<p><a href="http://secure.hostgator.com/~affiliat/cgi-bin/affiliates/clickthru.cgi?id=pijak-"><img src="http://tracking.hostgator.com/img/Shared/468x60.gif" border=0/></a> ใช้คูปอง superGoodway จะได้ลดราคา -$9.94 จาก hostgator </p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/lowcost-webhosting-nearlyfreespeechnet/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/lowcost-webhosting-nearlyfreespeechnet/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตั้งระบบคอมพิวเตอร์ไม่ให้เสียหายกระทบธุรกิจ</title>
		<link>http://www.naimiang.com/almost-high-avaibility-computer-system/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/almost-high-avaibility-computer-system/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2009 17:53:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฉลาดซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Cluster]]></category>
		<category><![CDATA[Harddisk]]></category>
		<category><![CDATA[High Avaibility]]></category>
		<category><![CDATA[RAID]]></category>
		<category><![CDATA[Server]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ทนทาน]]></category>
		<category><![CDATA[สำรองข้อมูล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=433</guid>
		<description><![CDATA[เครื่องคอมพิวเตอร์เดี๋ยวนี้กลายเปลี่ยนสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ การเตรียมตัวและออกแบบให้ระบบมีใช้อยู่ตลอดเวลาจึงเป็นสิ่งจำเป็น เริ่มจาก การสำรองข้อมูล การติดตั้งฮาร์ดแวร์สำรอง การเลือกเครื่องที่เกรดดี ทนทาน หรือถ้าเป็นระบบสำคัญมาก ๆ ก็ต้องจัดหาระบบพิเศษมาใช้ แม้จะแพงหน่อย แต่ถ้าระบบใช้ไม่ได้นั้นเสียหายแพงกว่าก็จ่ายไปตอนนี้ดีกว่า <a href="http://www.naimiang.com/almost-high-avaibility-computer-system/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>Harddisk เป็นอุปกรณ์ที่เสียบ่อยที่สุดในเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างแรกสุดที่ควรทำคือมี harddisk สองตัวที่มีข้อมูลเหมือนกันอยู่ตลอดยังกับกระจกเงา (RAID 1) ถ้าติดตั้งระบบแบบนี้ drive อันนึงล่มไประบบก็ไปต่อได้</p></blockquote>
<p>เมื่อต้นเดือนผมไปช่วยแก้ไขระบบจองห้องพักของโรงแรมหรูขนาดเล็กเพื่อน ที่เมือง Sedona, AZ เครื่องคอมพิวเตอร์หลักที่ใช้ทำระบบจองและเก็บเงินห้องพักของเขาเสียเนื่องจากฮาร์ดดิสล่ม เขามีระบบสำรองข้อมูลที่ดีจึงไม่มีข้อมูลเสียหาย แต่<strong>การที่ไม่มีระบบจองห้องพักให้ใช้ไปหนึ่งวันครึ่งในฤดูท่องเที่ยวที่แสนจะยุ่งนั้นสร้างความเดือดร้อนให้ธุรกิจไม่น้อย</strong> ระหว่างที่ไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ เขาไม่สามารถรับจองห้อง หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรได้เลย เขาไม่รู้ว่าห้องพักไหนว่าง ห้องไหนมีคนพักช่วงไหนกี่วัน ส่งอีเมล์ไปยืนยันการจองให้ลูกค้าก็ไม่ได้</p>
<p>ระบบที่ใช้ีอยู่มีเครื่องคอมสองเครื่อง ทำงานเข้าถึงฐานข้อมูลเดียวกัน โดยฐานข้อมูลหลักอยู่บนเครื่องคอมหลัก ครั้งนี้<strong>เครื่องคอมหลักมีปัญหาระบบทั้งระบบก็ใช้งานไม่ได้</strong>ทันที</p>
<p>ไม่ต้องสงสัยเขาอยากได้<strong>ระบบที่มีเครื่องคอมสองเครื่อง เมื่อเครื่องใดเครื่องหนึ่งล่มไป อีกเครื่องหนึ่งก็ยังทำงานต่อได้ </strong>ผมรู้ว่าเราสามารถตั้งให้เครื่องสองเครื่องนี้อยู่ใน cluster ของ windows 2003 ซึ่งถ้าเครื่องใดเครื่องหนึ่งล่มไป ระบบก็สามารถ failover ไปอยู่บนเดียวได้โดยอัตโนมัติ แต่เมื่อมาศึกษาดูแล้ว การสร้าง cluster นั้นยุ่งยาก และราคาแพง ไม่น้อย (คาดว่าอย่างต่ำ ก็ $5000 รวมราคาเครื่อง) และถ้า disk array เสีย เขาก็จะมีปัญหาอยู่ดี นอกจากว่าจะมี disk array สองชุด คิด ๆ แล้วก็รู้สึกว่าออกจะเกินไปหน่อยสำหรับโรงแรมขนาดเล็ก (น้อยกว่า 50 ห้อง)</p>
<p>จริง ๆ แล้วระบบจองห้องพักของเขาไม่ได้ใหญ่โตซับซ้อนแต่อย่างใด ฐานข้อมูลทุกอย่างอยู่บน file อันเดียวเท่านั้น แต่ว่าเขา share fileอัีนเดียวนี้จากเครื่องหลักไปอีกเครื่องหนึ่ง<br />
อย่างน้อยที่สุดที่ควรทำก็คือใช้ Harddisk สองตัวที่มีข้อมูลเหมือนกัน ถ้าอันใดอันหนึ่งเสีย ก็ไม่มีปัญหาอะไร (Raid 1 &#8211; mirroring) เป็นอย่างแรกที่ผมแนะนำให้เขาทำในตอนนี้</p>
<p>ผมกลับมาบ้านแล้วก็ลองหาข้อมูลเพิ่มว่ามีหนทางอื่น หรือสินค้าอะไรในตลาดที่เราสามารถซื้อมาใช้ได้หรือไม่<br />
ดู ๆ ไปแล้วก็มีบริษัทที่ทำเครื่องที่ไม่ล่มง่าย ๆ อยู่เหมือนกัน ใช้ในโรงพยาบาลหรือหน่วยงานฉุกเฉิน (911 หรือ 191 ที่เมืองไทย) บริษัทนี้ชื่อ <a href="http://www.stratus.com/">Stratus Technologies</a> เขาโฆษณาว่าเครื่องของเขานั้นใช้งานได้ 99.9998% ตลอดเวลาเลยทีเดียว มีเก้าหลังศูนย์เกือบสี่ตัว ระบบของเขาก็แพงน่าดูเหมือนกัน ผมเดาว่าคงเริ่มกัน <a href="http://www.itjungle.com/tlb/tlb071707-story03.html">เกิน $10,000</a> เครื่อง <a href="http://www.stratus.com/products/ftserver/index.htm">ftServer</a> ใช้เทคนิคว่ามีทุกอย่างสำรองหมด มี CPU สองตัว มี memoryและชุดจ่ายไฟ สองชุด มี Harddisk มากกว่าสามตัว มี Network card อย่างน้อยสองชุด ชิ้นส่วนหลาย ๆ ชิ้นโดยเฉพาะ harddrive นั้นสามารถเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องดับเครื่อง เครื่องคอมพิวเตอร์ hardware แบบนี้ดีตรงที่ว่าเราไม่ต้องติดตั้ง software ให้เป็นระบบกันล่ม (fault-tolerant) การกันนั้นอยู่ที่เครื่องเลย ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในการติดตั้งโปรแกรมไปได้มาก มันเด็ดมากแต่ดู ๆ แล้วก็ยังรู้สึกว่าแพงและใหญ่กินไฟเกินความจำเป็น</p>
<p>ไปดูบน ebay แล้วแม้แต่เครื่องใช้แล้วของ Stratus ก็ยัง $4,000 เครื่อง Server แบบ Rackmount ขนาด 2U ของ Dell หรือ HP เครื่องเก่า ๆ นั้นราคาไม่แพงเท่าไหร่ แต่ต้องซื้อ harddrive เอง เครื่อง Server พวกนี้มีข้อดีก็คือ มี CPU แบบ Xeon สองตัว ติดตั้ง harddrive มากกว่าสองตัวได้ บางรุ่นมีมีชุดจ่ายไฟสองชุด บางรุ่นสามารถถอดและเปลี่ยนชุดจ่ายไฟได้โดยไม่ต้องปิดเครื่อง ต่อเข้า network ได้มากกว่าสองทาง ความทนทานนั้นมีมากกว่าเครื่องคอมตั้งโต๊ะมาก แต่เครื่องพวกนี้ใหญ่ ร้อนและเสียงดัง ควรจะมี rack และห้องคอมพิวเตอร์ปรับอากาศโดยเฉพาะ คงจะไม่เหมาะกันบ้านพักริมลำธารในเมืองท่องเที่ยวสุดหรูเท่าไหร่ พลังการคำนวณมหาศาลจาก Xeon สองตัวรุ่นเก่าก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็น แถมยังเปลืองไฟอีกต่างหาก</p>
<p>มาคิด ๆ ต่อดูแล้วก็คิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดของระบบเขาก็คือ ฐานข้อมูลที่ใช้ร่วมกันต่างหาก ถ้าเราเอา database file อันนี้ออกมาอยู่ใน Network Attached Storage (NAS) ที่เก็บไฟล์อยู่บนเนตเวอร์ต คราวนี้ถ้าเครื่องใดเครื่องหนึ่งหายไปเขาก็ยังใช้โปรแกรมต่อไปได้ ไม่เลวทีเดียว แต่ปัญหาก็คือถ้าเจ้า NAS ตัวนี้ล่มเสียเองละ อืมม์</p>
<p>แวะผ่านไป <a href="http://blognone.com/node/11243">Blognone</a> แล้วเจอข่าวว่า<a href="http://news.cnet.com/8301-1001_3-10209580-92.html">กูเกิ้ลเปิดเผย server</a> ให้ดูก็เลยแวะเข้าไปอ่านแล้วก็ทึ่งว่านี่แหละเป็นการออกแบบที่ชาญฉลาดเสียเหลือเกิน เป็นการแก้ปัญหาที่เหมาะสมและราคาไม่แพง และใช้พลังงานไม่มาก คือเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นอุปกรณ์ที่เสียบ่อยที่สุดคือ Harddrive (เจอมาไม่ต่ำกว่าสามครั้ง) memory (เจอมาสองครั้ง) <a href="http://www.naimiang.com/chosing-computer-power-supply/">power supply </a>(เจอมาสองสามหน) CD/DVD drive (เจอมาสองสามครั้ง) การ์ดจอ (สองหน) mainboard (ไม่เคยเจอเลย นอกจากบน Laptop สามครั้ง) เครื่องของ Google นั้น ออกแบบมาป้องกันอุปกรณ์ที่เสียบ่อยอย่างพอดี ๆ</p>
<p>เครื่อง Server ของ Google มี CPU สองตัว Harddrive สองตัว ใส่ memory แบบ ECC ได้ 8 แผง mainboard รับไฟ 12 V อย่างเดียว มีแบตตอรี่หนึ่งตัว ดูแล้วเหมือนกับธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา ที่ผมทึ่งมากที่สุดคือการออกแบบให้แผง mainboard รับไฟ 12 volt แล้วมีแบตตอรี่ไว้จ่ายไฟสำรอง  power supply นั้นไม่เสียบ่อย การมีสองตัวจึงเป็นการสิ้นเปลืองค่อนข้างมาก แต่จะไม่มีไฟสำรองเลยก็ไม่ได้ การใช้แบตตอรี่ แล้วออกแบบให้ mainboard รับไฟ 12 v นั้นเหมือนยิงนกทีเดียวได้สองตัว คือได้แบตตอรี่ไว้ แทน UPS (Uninterupted Power Supply) แล้วยังเสมือนมี power supply ชั่วคราวตัวที่สองไปด้วย<br />
เยี่ยมจริง ๆ<br />
ผมเชื่อว่า Harddrive สองตัวคงเป็น Raid 1 ทำให้การภาระในการ backup ลดลง Memory แบบ ECC ทำให้เครื่องเสถึยร ไม่crash บ่อย ๆ และการคำนวณไม่ผิดพลาด มีตั้ง 8 แผงแบบนี้ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ memory ขนาดใหญ่ที่ราคาแพง สามารถใช้ตัวเล็ก ๆ มาต่อหลาย ๆ ตัวได้ หรืออาจจะเอาไว้เป็นแบบ Redundant คือ memory สองชุดที่เหมือนกันป้องกัน memory เสียก็ได้<br />
CPU นั้นมีทั้ง AMD และ Intel โดยไม่จำเป็นต้องใช้ตัวที่เร็วและแรงที่สุด แต่เน้นว่าได้พลังในการคำนวณเทียบกับการกินไฟแล้วสุงสุด เพื่อประหยัดไฟ ทั้งไฟที่เครื่องกิน และไฟค่าแอร์ที่ทำให้เครื่องเย็น<br />
โอ้โหนี่แหละเป็นเครื่อง Server แบบที่ใ้ช้กระบาลออกแบบจริง ๆ ไม่ใช่ใช้แต่เงินทุ่มเข้าไป ถ้ามีทำเลียนแบบดัดแปลงเมื่อไหร่นี่น่าเอามาใช้ธุรกิจจริง ๆ</p>
<p>หลังจากทึ่งกับเครื่องของ Google แล้วก็ปิ้งขึ้นมาได้ว่าจริง ๆ แล้วที่จำเป็นที่ต้องมีตลอดเวลา (high-availability) ในระบบโรงแรมขนาดเล็กนี้คือ file ฐานข้อมูลอันเดียว เครื่องใดเครื่องหนึ่งจะเสียก็พอทนได้ ถ้าอีกเครื่องยังทำงานได้ปรกติ ผมก็เลยว่าที่เขาต้องการก็คือ NAS (คล้าย ๆ file server) สองตัวโดยตัวแรกมี Raid 1 เป็นอย่างน้อย จะให้หรูก็เป็น Raid 6 แล้วก็ีมี อีกตัวเป็น Backup ของตัวแรกอีกที ตัวนี้ไม่ต้องหรูมากมี harddrive ตัวเดียวก็ได้ แต่ต้องสามารถ failover ขึ้นไปแทน ตัวหลักที่ล่มได้ ในเวลาไม่นาน (ประมาณชั่วโมงนึงพอทนได้)<br />
ผมยังไม่รุ้ว่ามี NAS ในตลาดที่ทำแบบนี้ได้หรือไม่ เลยลองถามไปที่ยี่ห้อที่สนใจดู ก็ปรากฎว่าไม่มี เลยลองถามอีกทีว่าถ้าฉันซื้อเครื่องเหมือนกันสองเครื่องละ ถ้าอันแรกมันเจ๊ง ฉันถอด Harddisk ออกมาแล้วเสียบเข้าเครื่องสำรอง แล้วมันจะวิ่งแทนได้ทันทีหรือเปล่า ก็ไม่มีคนตอบ แต่คิดว่าคงทำได้แต่ทำแบบนี้ก็ใช้เงินมากขึ้น โดยมีอีกเครื่องนึงมาเก็บเอาไว้เท่านั้น อาจจะไม่มีวันต้องใช้เลยก็ได้ แถมยังต้องหาที่เก็บอีก</p>
<p>คิดไปคิดมาแล้วระบบที่เหมาะที่สุดในตอนนี้ก็คือ<strong>หาเครื่องที่ทนทานหน่อยแล้ววิ่งด้วยฮาร์ดิสด์เหมือนกันสองตัวดีกว่า ถ้าเครื่องเสียก็ให้สอนให้พนักงานรู้จักนำข้อมูลที่ทำสำรองไว้มาใช้งานต่อได้</strong> ดูจะสมเหตุสมผลที่สุด</p>
<p>สรุปก็คือ</p>
<p>1. อย่างแรกที่ต้องทำคือการมี<strong>ระบบสำรองข้อมูลที่ดี</strong> <strong>ง่ายที่สุดก็คือมี USB drive</strong> หนึ่งอันที่ขนาดใหญ่พอสมควรแล้วก็ backup ทุกอย่างเข้าไปเก็บในนั้น ถ้าไฟล์ใหญ่และเยอะก็หาพวก <strong>external harddrive มา backup ก็ได้</strong> ขึ้นนี้ควรทำทุกคนไม่ใช่แต่ธุรกิจโดยเฉพาะไฟล์สุดหวงแหนอย่างเช่นรูปถ่ายกับแฟนตอนที่ยังหวานชื่นที่ไม่อาจกลับมาอีกแล้ว รูปครูบาอาจารย์ ผู้แก่ผู้เฒ่าที่ไม่ได้อยู่กับเราแล้ว ลูกคุณลูกตอนยังน่ารักที่สุด การบ้าน หรือวิทยานิพน์ ทางที่ดีมี<strong>สำเนาอีกชุดโดยเขียนลงบน CD หรือ DVD ไว้</strong>เลยก็ได้</p>
<p>2. Harddisk เป็นอุปกรณ์ที่เสียบ่อยที่สุดในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะมีแผ่นต้องวิ่งตลอดเวลา หัวอ่านก็เคลื่อนเข้าเคลื่อนออกโอกาสเสียมีมาก ถ้าอยากให้เครื่องคอมไม่ล่มง่าย ๆ อันดับแรกที่ควรทำเลยคือมี <strong>harddisk สองตัวที่มีข้อมูลเหมือนกันอยู่ตลอดยังกับกระจกเงา (RAID 1) ถ้าติดตั้งระบบแบบนี้ drive อันนึงล่มไประบบก็ไปต่อได้</strong> ไม่ต้องมีปัญหาเหมือนระบบของโรงแรมเพื่อนที่ใช้ไม่ได้ไปสองสามวัน</p>
<p>2.1 เดี๋ยวนี้มี harddrive แบบใหม่ที่เรียกว่า SSD (Solid State Drive) ถ้าข้อมูลไม่เยอะ หรือไม่อยากคิดติดตั้ง RAID 1 ก็ให้ลองพิจารณาใช้ drive แบบนี้แทน เนื่องจากทำจากชิบคล้าย ๆ กับเมมโมรี่ของกล้องถ่ายรูป ไม่มีชิ้นส่วนที่ต้องวิ่งไปมา <strong>SSD  จึงโอกาสเสียน้อยกว่า harddrive แบบธรรมดามาก</strong> ข้อเสียคือราคาแพงและการต่อเข้าเครื่องอาจจะประหลาดนิดหน่อย แต่อีกสักพักนึงก็คงจะมีให้เลือกใช้ทั่วไปและราคาถูกลงมา</p>
<p>3. ทุกอย่างก็มีโอกาสเสีย ทางที่ดีก็<strong>ซื้อของที่มียี่ห้อ หรือซื้อรุ่นที่ทนทาน ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว</strong>จะดีกว่า เรียกอีกอย่างว่า<strong>ใช้เครื่องระดับที่เป็น workstation</strong> ที่<strong>เป็นเครื่องคอมชั้นด</strong>ี เครื่องพวกนี้ใช้ Mainboard ที่รองรับ ECC RAM ได้ ใช ้ ECC RAM ชั้นดี มี RAID บนเครื่อง CPU ที่ใช้ก็เป็น Server grade เช่น Xeon หรือ Opteron โดยดูตัวอย่าง สเปค ได้จาก <a href="http://www.dell.com/content/products/category.aspx/precndt?c=us&amp;cs=04&amp;l=en&amp;s=bsd&amp;redirect=1">Dell Precision Workstation</a> หรือ <a href="http://www.apple.com/macpro/">Apple Mac Pro</a> ผมแนะนำเครื่องแบบ workstaion ไม่ใช่เพราะต้องการพลังความสามารถของมันแต่ต้องการความทนต่างหากดังนี้ถ้าจะซื้อรุ่นที่กำลังจะตกรุ่นก็ใช้ได้ ไม่ต้องใช้รุ่นที่ใหม่ที่สุดแต่อย่างใด</p>
<p>4. ถ้าจะให้แน่นหนาขึ้นมาอีกคราวนี้ต้อง<strong>มีเครื่องสำรอง</strong> ดีที่สุดก็คือเป็นเครื่องรุ่นเดียวกันทุกอย่างใช้แทนกันได้ ถ้าเครื่องใดเครื่องหนึ่งเสีย อีกเครื่องก็ยังใช้งานไ้ด้ ธุรกิจก็ยังไปต่อไ้ด้ ที่อาจจะยากหน่อยก็คือการติดตั้งโปรแกรมให้เข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันพร้อมกันได้อย่างไร ที่ทำ ๆ กันก็ืคือให้<strong>มีเครื่องหลักเป็นอีกเครื่องหนึ่งแยกไปต่างหากที่เรียกว่า Server</strong> โดยที่เซอร์เวอร์จะเป็นเครื่องที่ทนทานแข็งแรงและได้รับการทะนุถนอมอย่างดีโดยอาจจะเปิดแอร์ให้ทั้งวันหรือมีห้องส่วนตัว มีระบบไฟสำรองจาก UPS ฯลฯ องค์กรที่เริ่มจะมีระบบแบบนี้ัมักจะต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลระบบแล้วละครับ</p>
<p>4. ขึ้นต่อมานี่เิริ่มจะแพงและยุ่งยากแล้ว แต่ถ้าระบบเราใหญ่มีคนใช้เยอะก็จำเป็นต้องทำ มีทางเลือกหลายทาง โดยจะต่อ Server ให้เป็น High Avaibility Cluster ก็ได้ หรือจะซื้อเครื่องที่ทำมาเป็นพิเศษแบบ Stratus Technologies ก็ได้ จะทำเป็นแบบ Co-location ก็ได้ อันนี้ต้องพิจารณาอย่างดีให้เหมาะสมกันรูปแบบของการใช้งาน ถ้าระบบของบริษัทไหนสำคัญระดับนี้แล้ว ส่วนมากก็ต้องมีทีมงานของวิศวะกรระบบ ตรวจสอบดูแล ไม่ใช่ทำกันแบบมือสมัครเล่นแล้ว</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/almost-high-avaibility-computer-system/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/almost-high-avaibility-computer-system/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

