จิตที่หวังดีแต่หวงความดี ไม่อยากให้ความสุข ความสงบจากความดีนั้นจบลง ก็เป็นเหตุให้เกิดความอึดอัด(ทุกขัง) ได้เหมือนกัน ท่านจึงว่าท้ายสุดแล้วแม้แต่ความดีเราก็ต้องปล่อยวางลง ไม่พยายามฝืนให้ความดีนั้นอยู่ตลอดไปนาน ๆ
ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา แม้แต่ความสุข ความสงบกันเกิดจากสมาธิจิตก็ต้องจบลง ความพยายามที่จะฝืน รั้ง หรือหวังจะสร้างใหม่ให้เหมือนเดิม นั้นยากที่จะเหมือนเดิม จุดเริ่มต้นไม่เหมือนเดิม (เราเปลี่ยนไปแล้ว) โอกาสที่จะสร้างให้เหมือนเดิมนั้นจึงไม่มี แม้ว่าเราจะอารัยอาวรณ์ ชื่นชม แม้ว่าจะสิ่งนี้นะเป็นสิ่งดีสูงค่าแค่ใด เต็มไปด้วยสันติ ไม่เดือดร้อนใครก็ตาม อาการแบบเดิมนั้นไม่กลับมาแล้ว การปล่อยเขา(สิ่งนั้น)ไป กลับจะสร้างความสุขให้มากกว่า อย่างนั้นก็ไม่อึดอัดกับสิ่งที่แปลกเหนือธรรมชาติ อย่างดีก็ได้ความสุขอันใหม่อันเกิดจากการปล่อยวางสิงนั้นลงไปได้ (แล้วก็อย่าลืมวางความสุขอันได้จากการปล่อยวางนั้นลงไปด้วยเมื่อถึงเวลา) กลายเป็นว่าเราต้องอยู่กับปัจจุบันตลอด ต้องคอยทิ้งของเก่าที่หมดเวลา ไม่ปฎิเสธของใหม่ที่เกิดจากการทิ้งของเก่า แล้วก็ทิ้งของใหม่นั้นอีกเมื่อถึงเวลา(ป่านนั้นก็จะกลายเป็นของเก่าไปแล้ว) พูดให้ฟังหรือเขียนให้อ่านอย่างนี้แล้วดูง่าย ๆ แต่พอถึงเวลาที่เจอกับของถูกใจ ที่เรารู้จักดี อยู่กันมานาน ๆ สักระยะนึงแล้ว การที่จะเต็มใจปล่อยเขาไปไม่ง่ายเลย
อันนี้เขียนจากประสบการณ์ติดสงบของผมในสองปีที่ผ่านมา แต่พอเขียน ๆ ไปแล้วก็รู้สึกว่าจะใช้ได้กับคนอกหัก คนชอบสะสมของ และอีกหลาย ๆ อย่างในชีวิต อ่านกันเพลิน ๆ แล้วขอให้มีความสุขกับปัจจุบัน แม้แต่บล๊อคที่เขียนได้แสนดีก็ต้องมีจบลงเหมือนกัน…