<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นายเมี่ยงขอบอก &#187; ธรรม</title>
	<atom:link href="http://www.naimiang.com/tag/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.naimiang.com</link>
	<description>เท่าทันโลกทุนนิยม เพิ่มพูนภูมิปัญญาไทย</description>
	<lastBuildDate>Sun, 05 Feb 2012 15:31:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
	<div id='fb-root'></div>
					<script>
						window.fbAsyncInit = function()
						{
							FB.init({appId: null, status: true, cookie: true, xfbml: true});
						};
						(function()
						{
							var e = document.createElement('script'); e.async = true;
							e.src = document.location.protocol + '//connect.facebook.net/en_US/all.js';
							document.getElementById('fb-root').appendChild(e);
						}());
					</script>	
						<item>
		<title>กวาดได้หลายวิธี (เรื่องเล่าจากวัด)</title>
		<link>http://www.naimiang.com/the-many-way-to-swee/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/the-many-way-to-swee/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 01 Jan 2012 17:01:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=1141</guid>
		<description><![CDATA[แปลจาก The Many Ways to Sweep ในหนังสือ <a href="http://www.amazon.com/dp/B0042AMGDI/ref=as_li_qf_sp_asin_til?tag=lemrmiteyo-20&#038;camp=14573&#038;creative=327641&#038;linkCode=as1&#038;creativeASIN=B0042AMGDI&#038;adid=1PBPMMTG0NQGWAHTNRNJ&#038;&ref-refURL=http%3A%2F%2Frcm.amazon.com%2Fe%2Fcm%3Flt1%3D_blank%26bc1%3DFFFFFF%26IS1%3D1%26bg1%3DFFFFFF%26fc1%3D000000%26lc1%3D0000FF%26t%3Dlemrmiteyo-20%26o%3D1%26p%3D8%26l%3Das1%26m%3Damazon%26f%3Difr%26ref%3Dqf_sp_asin_til%26asins%3DB0042AMGDI">A Monastery Within</a> ของ Gil Fronsdal 
 
แม่ชีเป็นคนพิเศษ เธอเหมือนกับจะมีรอยยิ้มอยู่ในดวงตาเสมอ เวลาที่ท่านมองเรานั้นเหมือนกับว่าท่านรู้จักเรามากกว่าตัวเราเองเสียอีก ครั้งหนึ่งท่านแม่ชีเล่าให้ฟัง่ว่าท่านมาอยู่ที่วัดได้อย่างไรในตอนแรก 
&#160; 
เมื่อตอนอายุสิบสาม พ่อแม่มักจะส่งฉันขึ้นไปบนภูเขาเพื่อจะเก็บของป่ามากินเป็นมื้อเย็น งานหาของป่านี้เป็นงานอย่างเดียวที่ฉันชอบทำ ไม่งั้นฉันก็จะพยายามหาทางที่จะไม่ต้องทำงานสวน ตอนนั้นฉันยังเรียนอยู่ แต่ก็ไม่สนใจเรียนหนังสือเลย ฉันมักจะหงุดหงิดจนไม่สนใจที่จะเรียนอะไรที่ครูสอน 
 
ระหว่างทางในการหาของป่า ฉันก็มักจะผ่านไปทางวัดที่มีพระและแม่ชีกวาดใบไม้ที่ลานวัด ฉันรู้สึกทึ่งในการทำงานพวกเขาตั้งแต่หนแรกที่ฉันเห็น หลายเดือนที่ฉันเดินผ่านฉันก็จะหยุดมองดูพวกเขากวาดใบไม้ พวกเขาทำงานกันอย่างดีในความเงียบจนดูเหมือนไม่ต้องออกแรงอะไรเลย 
 
วันหนึ่งพระรูปหนึ่งก็เดินมาหาแล้วถามฉันว่าฉันมาทำอะไรอยู่บนภูเขา ฉันตกใจกลัวจนพูดไม่ออก ฉันไม่ชอบที่ใครพยายามจะมาทำความรู้จักกับฉัน แทนที่จะตอบคำถาม ฉันจึงถามกลับไปว่าท่านละทำอะไรอยู่ พระยิ้มขึ้นมาแล้วตอบกลับว่า อาตมาถูกใช้ให้กวาดวัด ตอนนี้ก็พยายามจะฆ่าเวลาก่อนที่จะได้เวลากลับไปจำวัด 
 
ฉันเดินกลับบ้านแล้วก็คิดดีใจว่าท่านไม่ได้ต่างอะไรไปจากฉันเลย เวลาฉันถูกใช้ให้ทำอะไรที่ไม่เต็มใจจะทำ ฉันก็จะมักอู้จนกว่าจะถูกปล่อย แล้วฉันก็ชอบนอนกลางวันเช่นกัน 
 
อีกวันหนึ่งที่ฉันไปเก็บของป่า แม่ชีท่านหนึ่งก็หยุดกวาดแล้วก็หันมาถามว่าฉันมาทำอะไร ฉันก็ยังไม่ชอบถูกถามอยู่ดี ฉันรู้สึกเหมือนถูกรุกราน แต่ครั้่งนี้ฉันไม่รู้สึกกลัวเหมือนครั้งก่อนแล้ว ฉันก็ถามกลับไปเหมือนเดิมว่าท่านทำอะไรอยู่ เธอตอบว่าเธอพยายามทำงานเพิ่ม เผื่อว่าเธอจะได้ย้ายไปทำงานในครัวซึ่งอุ่นในหน้าหนาวแล้วก็มักจะมีขนมอยู่บนถาดให้ได้กินอยู่เสมอ 
 
ฉันไม่พูดอะไรนอกจากพยักหน้าแล้วก็ออกไปหาของป่าต่อ คำตอบของแม่ชีคนนี้ก็ถูกใจฉัน เพราะฉันก็ชอบอยู่ในที่อุ่น ๆ และการได้กินขนมก็เป็นกิจกรรมโปรดที่ฉันชอบรองจากการนอนเท่านั้น 
 
ครั้งถัดไป พระอีกรูปหนึ่งก็ถามคำถามเดียวกับฉันอีก แต่ครั้งนี้ฉันก็แปลกใจว่าฉันไม่รู้สึกต่อต้านหรือถูกรุกรานอีกแล้ว แต่ก็อีกฉันก็ถามกลับไปเหมือนเดิม ท่านตอบว่าท่านกวาดเพื่อเป็นการฝึกจิตให้อยู่เหนือความโกรธได้ 
 
ตอนที่กำลังเดินตามทางกลับบ้านถือถุงผักที่ฉันหาได้ ฉันก็รู้สึกเป็นมิตรกับพระรูปนี้ เหมือนกันกับฉันเขาก็มีความโกรธ <a href="http://www.naimiang.com/the-many-way-to-swee/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แปลจาก The Many Ways to Sweep ในหนังสือ <a href="http://www.amazon.com/dp/B0042AMGDI/ref=as_li_qf_sp_asin_til?tag=lemrmiteyo-20&#038;camp=14573&#038;creative=327641&#038;linkCode=as1&#038;creativeASIN=B0042AMGDI&#038;adid=1PBPMMTG0NQGWAHTNRNJ&#038;&#038;ref-refURL=http%3A%2F%2Frcm.amazon.com%2Fe%2Fcm%3Flt1%3D_blank%26bc1%3DFFFFFF%26IS1%3D1%26bg1%3DFFFFFF%26fc1%3D000000%26lc1%3D0000FF%26t%3Dlemrmiteyo-20%26o%3D1%26p%3D8%26l%3Das1%26m%3Damazon%26f%3Difr%26ref%3Dqf_sp_asin_til%26asins%3DB0042AMGDI">A Monastery Within</a> ของ Gil Fronsdal</p>
<p>แม่ชีเป็นคนพิเศษ เธอเหมือนกับจะมีรอยยิ้มอยู่ในดวงตาเสมอ เวลาที่ท่านมองเรานั้นเหมือนกับว่าท่านรู้จักเรามากกว่าตัวเราเองเสียอีก ครั้งหนึ่งท่านแม่ชีเล่าให้ฟัง่ว่าท่านมาอยู่ที่วัดได้อย่างไรในตอนแรก</p>
<blockquote><p>&nbsp;</p></blockquote>
<p>เมื่อตอนอายุสิบสาม พ่อแม่มักจะส่งฉันขึ้นไปบนภูเขาเพื่อจะเก็บของป่ามากินเป็นมื้อเย็น งานหาของป่านี้เป็นงานอย่างเดียวที่ฉันชอบทำ ไม่งั้นฉันก็จะพยายามหาทางที่จะไม่ต้องทำงานสวน ตอนนั้นฉันยังเรียนอยู่ แต่ก็ไม่สนใจเรียนหนังสือเลย ฉันมักจะหงุดหงิดจนไม่สนใจที่จะเรียนอะไรที่ครูสอน</p>
<p>ระหว่างทางในการหาของป่า ฉันก็มักจะผ่านไปทางวัดที่มีพระและแม่ชีกวาดใบไม้ที่ลานวัด ฉันรู้สึกทึ่งในการทำงานพวกเขาตั้งแต่หนแรกที่ฉันเห็น หลายเดือนที่ฉันเดินผ่านฉันก็จะหยุดมองดูพวกเขากวาดใบไม้ พวกเขาทำงานกันอย่างดีในความเงียบจนดูเหมือนไม่ต้องออกแรงอะไรเลย</p>
<p>วันหนึ่งพระรูปหนึ่งก็เดินมาหาแล้วถามฉันว่าฉันมาทำอะไรอยู่บนภูเขา ฉันตกใจกลัวจนพูดไม่ออก ฉันไม่ชอบที่ใครพยายามจะมาทำความรู้จักกับฉัน แทนที่จะตอบคำถาม ฉันจึงถามกลับไปว่าท่านละทำอะไรอยู่ พระยิ้มขึ้นมาแล้วตอบกลับว่า อาตมาถูกใช้ให้กวาดวัด ตอนนี้ก็พยายามจะฆ่าเวลาก่อนที่จะได้เวลากลับไปจำวัด</p>
<p>ฉันเดินกลับบ้านแล้วก็คิดดีใจว่าท่านไม่ได้ต่างอะไรไปจากฉันเลย เวลาฉันถูกใช้ให้ทำอะไรที่ไม่เต็มใจจะทำ ฉันก็จะมักอู้จนกว่าจะถูกปล่อย แล้วฉันก็ชอบนอนกลางวันเช่นกัน</p>
<p>อีกวันหนึ่งที่ฉันไปเก็บของป่า แม่ชีท่านหนึ่งก็หยุดกวาดแล้วก็หันมาถามว่าฉันมาทำอะไร ฉันก็ยังไม่ชอบถูกถามอยู่ดี ฉันรู้สึกเหมือนถูกรุกราน แต่ครั้่งนี้ฉันไม่รู้สึกกลัวเหมือนครั้งก่อนแล้ว ฉันก็ถามกลับไปเหมือนเดิมว่าท่านทำอะไรอยู่ เธอตอบว่าเธอพยายามทำงานเพิ่ม เผื่อว่าเธอจะได้ย้ายไปทำงานในครัวซึ่งอุ่นในหน้าหนาวแล้วก็มักจะมีขนมอยู่บนถาดให้ได้กินอยู่เสมอ</p>
<!-- AdSense Now! V1.98 -->
<!-- Post[count: 2] -->
<div class="adsense adsense-midtext" style="float:right;margin: 12px;"><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-2144844040954776";
/* 250x250, created 12/15/09 */
google_ad_slot = "7649212944";
google_ad_width = 250;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><p>ฉันไม่พูดอะไรนอกจากพยักหน้าแล้วก็ออกไปหาของป่าต่อ คำตอบของแม่ชีคนนี้ก็ถูกใจฉัน เพราะฉันก็ชอบอยู่ในที่อุ่น ๆ และการได้กินขนมก็เป็นกิจกรรมโปรดที่ฉันชอบรองจากการนอนเท่านั้น</p>
<p>ครั้งถัดไป พระอีกรูปหนึ่งก็ถามคำถามเดียวกับฉันอีก แต่ครั้งนี้ฉันก็แปลกใจว่าฉันไม่รู้สึกต่อต้านหรือถูกรุกรานอีกแล้ว แต่ก็อีกฉันก็ถามกลับไปเหมือนเดิม ท่านตอบว่าท่านกวาดเพื่อเป็นการฝึกจิตให้อยู่เหนือความโกรธได้</p>
<p>ตอนที่กำลังเดินตามทางกลับบ้านถือถุงผักที่ฉันหาได้ ฉันก็รู้สึกเป็นมิตรกับพระรูปนี้ เหมือนกันกับฉันเขาก็มีความโกรธ แต่ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องเอาชนะมันด้วย เพราะสำหรับฉันความโกรธช่วยคุ้มครองฉัน</p>
<p>อีกสัปดาห์นึงต่อมาฉันก็เดินผ่านวัดนี้อีก มองไปเห็นพระกวาดลานวัด แล้วพระอีกรูปหนึ่งก็มาถามฉันว่ามาทำอะไร ฉันพึมพำอะไรเกี่ยวกับการมาเก็บผัก ฉันพูดเบาจนฉันไม่แน่ใจว่าท่านได้ยินหรือเปล่า แต่ฉันก็รวบรวมความกล้าที่จะถามกลับไปอีกว่าท่านทำอะไร เท่าตอบว่าท่านกำลังทำให้วัดดูงดงาม คนที่มาปฎิบัติธรรมจะได้รู้สึกชื่นใจในการภาวนา ก่อนที่ฉันจะลา ฉันเหลือบมองดูทางเดินที่โดนกวาดจนเกลี้ยง และก็รู้ว่าทำไมฉันถึงชอบมองดูพระกวาดลานวัด เพราะท่านเหล่านั้นกำลังเปลี่ยนให้ลานวัดกลายเป็นอะไรที่ทำให้ฉันรู้สึกสงบ</p>
<p>อีกครั้งหนึ่งที่ฉันแวะไปที่วัดเป็นครั้งสุดท้าย ฉันสัมผัสถึงความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยในขณะที่เดินขึ้นภูเขา เป็นความอบอุ่นของปิติในสึ่งที่ฉันกำลังจะเจอ พอไปถึงวัด ฉันเดินไปหาพระชรารูปหนึ่งที่กำลังตั้งใจกวาดพื้น ฉันถามท่านว่าทำอะไร</p>
<p>ขณะที่ท่านกำลังตอบคำถาม คำที่ท่านพูดเหมือนกับเป็นน้ำล้างตัวฉัน &#8220;อาตมาหรือ? อาตมาไม่ได้ทำอะไร ความเป็นตัวตนถูกกวาดออกไปจากใจอาตมานานแล้ว ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า &#8220;เรา&#8221; ทำอะไรแล้ว&#8221; ก่อนที่ฉันจะได้ตอบ ท่านก็ส่งไม้กวาดให้ฉันแล้วก็เดินจากไป แล้วฉันก็อยู่ที่นี่ตั้งแต่นั้นมา</p>
<blockquote><p>&nbsp;</p></blockquote>
<p><iframe style="width: 120px; height: 240px;" src="http://rcm.amazon.com/e/cm?lt1=_blank&amp;bc1=FFFFFF&amp;IS1=1&amp;bg1=FFFFFF&amp;fc1=000000&amp;lc1=0000FF&amp;t=lemrmiteyo-20&amp;o=1&amp;p=8&amp;l=as1&amp;m=amazon&amp;f=ifr&amp;ref=qf_sp_asin_til&amp;asins=B0042AMGDI" frameborder="0" marginwidth="0" marginheight="0" scrolling="no" width="320" height="240"></iframe></p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/the-many-way-to-swee/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/the-many-way-to-swee/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การแก้ปัญหาแนวพุทธ</title>
		<link>http://www.naimiang.com/buddhist-problem-solving/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/buddhist-problem-solving/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 May 2011 19:38:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ปัญหา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=1082</guid>
		<description><![CDATA[เิริ่มต้นที่การรู้ปัญหา ให้แน่ ๆ ว่าปัญหาคืออะไร จากนั้นจึงมาหาสาเหตุ แก้หรือกำจัดสาเหตุนั้น และไม่ทำซ้ำอีก 

รู้ปัญหา แก้สาเหตุ พ้นจากปัญหา ดำเนินแผนงานใหม่ที่ดี = ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค <a href="http://www.naimiang.com/buddhist-problem-solving/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เริ่มต้นก่อนเลยคือต้องรู้ปัญหาเสียก่อน รู้ให้แน่ ๆ ว่าปัญหาคืออะไร เมื่อรู้ชัดแล้ว แน่ใจแล้ว เราจึงเริ่มต้นลงมือแก้ปัญหาได้ เช่นโปรแกรมมีปัญหาเวลาทำงานบน Windows Server 2008 ก็ให้หาว่ามีปัญหาแบบเดียวกันไหมบน Vista or Windows 7 เป็นกับทุกเครื่องหรือเปล่า ถ้าแต่เฉพาะเครื่องที่ลงเป็น 64 bits เราก็สรุปได้ว่าปัญหาคือโปรแกรมทำงานไม่ได้ใน 64 bits</p>
<p>ต่อมาเราก็หาสาเหตุของปัญหา ถ้าเรารู้ปัญหาชัดเจน เราก็จะถอย ย้อนไปหาสาเหตุได้ แต่บางครั้งก็ไม่ชัดเจน หรือเป็นไปได้หลายสาเหตุ ต้องทดลองดูว่าสาเหตุคืออะไรกันแน่ เช่น เราพบว่าโปรแกรมไม่ทำงานใน 64 bits เราก็มาดูที่ log file ว่าทุกส่วนทำงานปรกติดีหรือเปล่า ลงมีปัญหาไหม ระบบต่อเชื่อมติดต่อได้เป็นปรกติหรือเปล่า ทุกชิ้นส่วนทำงานอยู่ใน Task manager ไหม มีส่วนไหนที่ค้างหรือเปล่า เราก็อาจจะสรุปได้ว่ามีโปรแกรมชิ้นเดียวในทั้งระบบที่ทำงานผิดปรกติ เราก็รู้แล้วว่าต้องแก้ไขที่ตัวนี้</p>
<p>เมื่อเราพบสาเหตุก็ให้แก้ หรือทำให้เหตุของปัญหานั้นหมดไป เช่นหลีกเลี่ยงการทำงานในระบบ 64 bits หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขโปรแกรมตัวปัญหาให้ทำงานได้ในระบบใหม่</p>
<p>เมื่อแก้ปัญหาแล้ว ก็ให้ทำงาน หรือ<strong>ดำเนินชีวิตต่อไปเป็นปรกติ ที่ดีที่ไม่มีปัญหาอีก </strong>เช่นพอแก้โปรแกรมเสร็จแล้วก็เอาโปรแกรมตัวใหม่มาใช้ หรือหลีกเีลี่ยงการทำงานในระบบที่มีปัญหาตลอดไป <strong>นี้คือมรรค</strong></p>
<!-- AdSense Now! V1.98 -->
<!-- Post[count: 3] -->
<div class="adsense adsense-midtext" style="float:right;margin: 12px;"><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-2144844040954776";
/* 250x250, created 12/15/09 */
google_ad_slot = "7649212944";
google_ad_width = 250;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><p>เราก็จะมี<strong>ชีวิตที่ปราศจากปัญหา</strong> <strong>นี้คือนิโรธ</strong></p>
<p><strong>การรู้ปัญหา คือการรู้ทุกข์ ให้รู้ให้ชัด</strong></p>
<p>การหาสาเหตุ คือการใช้<strong><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3">ยนิโสมนสิการ</a> เพื่อหาสมุทัย</strong></p>
<p>การละทิ้งสาเหตุของปัญหา คือการละสมุทัย</p>
<p>สรุปการแ้ก้ปัญหาแนวพุทธ <strong>รู้ปัญหา แก้สาเหตุ พ้นจากปัญหา ดำเนินแผนงานใหม่ที่ดี = ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค</strong></p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/buddhist-problem-solving/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/buddhist-problem-solving/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แสวงหาสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง</title>
		<link>http://www.naimiang.com/search-for-non-existing/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/search-for-non-existing/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 Jan 2011 09:47:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=1008</guid>
		<description><![CDATA[คิดด้วยเหตุผลใคร ๆ ก็รู้ แต่ใจไม่อยากจะยอมรับ ว่ามันต้องจบลง เราหวังว่ามันจะอยู่ดี ๆ แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่รู้อีกนานแค่ไหนที่ใจจะยอมรับความจริง ได้อย่างแท้จริง <a href="http://www.naimiang.com/search-for-non-existing/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมคิดว่าเราควรจะแบนนิทานปรัมปรา ที่ลงท้ายด้วย แล้วเขาก็อยู่ด้วยกันด้วยกันอย่างเป็นสุขตั้งแต่นั้นมา and they live happily ever after. เพราะมันทำให้เราเข้าใจความสุขแบบผิด ๆ ตั้งแต่เด็ก เราหลงไขว่คว้าหาความสุขถาวรแบบนั้น วันนึงที่เราปราบมังกรสำเร็จแล้วก็เจอเจ้าหญิงแล้วเรามีความสุขตลอดกาล</p>
<p>ไม่ใช่อย่างจัง ความสุขแบบนั้นมีแต่ในนิทาน ในความเป็นจริงนั้นความสุขความทุกข์นั้นมันชั่วคราว แต่เราก็ยังหวังในใจลึก ๆ ว่าเราจะเจอความสุขแบบนั้น</p>
<ul>
<li>วันนึงที่ลูกเรียนจบหมด</li>
<li>วันที่เรามีเงินเยอะ ๆ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป</li>
</ul>
<p>เป็นความฝันที่เป็นจริงได้ แต่ก็ชั่วคราว</p>
<ul>
<li>พอลูกเรียนจบหมดเราก็มากังวลเรื่องการงานครอบครัวของลูก</li>
<li>พอเรามีเงินเยอะ ๆ เราก็กลัวว่าวันนึงเงินจะหมดก่อนที่เราจะตาย หรือมีเงินแต่ไม่มีเวลาใช้เงินเพราะมัวแต่ติดพันอยู่กับธุรกิจที่ทำเงิน</li>
</ul>
<p>มีคนเฉลยคำตอบมาตั้งสองพันกว่าปีแล้ว ว่าความสุขเที่ยงแท้ไม่มีอยู่จริง แม้แต่พี่เบิรด์ก็ร้องให้เราฟังว่า &#8220;สิ่งใดในชีวิตคนเรา ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป&#8221; กลยุทธของเราจึงไม่ใช่การหาสิ่งที่อยู่กับเราตลอดไป แต่เป็นการอยู่ให้ได้กับสิ่งที่วันนึงต้องเปลี่ยนแปลงต่างหาก</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/search-for-non-existing/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/search-for-non-existing/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำไมชอปปิ้งแล้วเหนื่อย</title>
		<link>http://www.naimiang.com/tired-of-shopping/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/tired-of-shopping/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Oct 2010 19:33:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลาดซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ชอปปิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เหนื่อย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=977</guid>
		<description><![CDATA[ความอยากได้ในสิ่งที่เกินจำเป็นในชีวิตนั้นเป็นการสร้างภาระให้กับตัวเอง <a href="http://www.naimiang.com/tired-of-shopping/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตอบสั้น ๆ ก็คือเพราะเดินเยอะ</p>
<p>แต่จริง ๆ แล้วมีอะไรลึกกว่านั้น เพราะถึงเราจะเดินพอ ๆ กันในสวนสาธารณะ หรือชายทะเล เรากลับไม่เหนื่อยเท่า หรือเหนื่อยกายแต่สบายใจ</p>
<p>ตอนไปชอบปิ้งบางทีก็ไม่ได้ซื้ออะไร แค่ไปดูเฉย ๆ แต่มันเหนื่อย ๆ เหมือนทำอะไรไม่สำเร็จ ขาดอะไรไปสักอย่าง รู้สึกเหมือนไปแพ้กลับมา หมดแรง</p>
<p>ที่เราไม่รู้ตัวก็คือการไปชอปปิ้งเล่น ๆ เป็นการสร้างภาระให้กับตัวเอง</p>
<p>เราอดเปรียนเทียบของที่เรามีกับของที่คนอื่นมีไม่ได้ กระเป๋ายี่ห้อ มือถือรุ่นใหม่ การเปรียบเทียบทำให้ชีวิตเราวุ่นวาย แต่เรามันจะไม่รู้สึกเพราะใคร ๆ ก็ทำกัน</p>
<p>คุณแม่ถามลูกสาวตัวเล็กว่าสอบได้เกรดอะไร น้องหนูบอกว่าได้ A เกลือบหมดมี B ตัวเดียว แต่เพื่อนน้องหนูได้ A หมดทุกตัว แม่ถามน้องหนูว่าทำไมหนูไม่ได้ A หมดเหมือนเพื่อนละคะ ลืมแม้แต่จะแสดงความยินดีกับ A เจ็ดแปดตัวที่น้องหนูได้มา การเปรียบเทียบทำให้ความสุขในชีวิตหายไป</p>
<p>ถ้าเราสังเกตุ เราจะเห็นได้ว่า ความอยากได้ในสิ่งที่เกินจำเป็นในชีวิตนั้นทำให้เราเหนื่อย</p>
<p>ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรแสวงหาทรัพย์ ทรัพย์ทำให้เราพ้นจากทุกข์ได้หลายอย่าง รวมทั้งมีเวลามาฟังธรรม และหาความสุขที่ละเอียดยิ่ง ๆ ขึ้น</p>
<p>ถ้าเราชัดเจนว่าเราทำงานเพื่ออะไร งานนั้นก็ไม่เป็นภาระ คนที่น่านับถือหลาย ๆ ท่านทำงานเยอะมากแต่เขากลับไม่รู้สึกเป็นภาระ เพราะงานเหล่านั้นเป็นงานที่เขาเลือก ส่วนหนึ่งทำเพื่อช่วยคนอื่น</p>
<p>การทำงานเพื่อสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิต เราก็จะเหนื่อยตลอดไป ของสวย ๆ งาม ๆ ใหม่ ๆ นั้นมีออกมาเรื่อย ๆ กระเป๋ารุ่นปีนี้ อุปกรณ์ไฮเทคใหม่ล่าสุด ไม่จบสิ้น</p>
<p>เป็นการยากมากที่เราจะทนความเย้ายวนเหล่านี้ได้ จิตที่ฝึกมาดีแล้วนั้นช่วยให้เราเท่าทันและรั้งตัวเเองได้ทัน จิตที่ฝึกมาดีกว่านั้นเห็นโทษในความอยากนั้น เข็ดขยาดจนไม่อยากอีกต่อไป</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</p>
<p>ถอดใจความจาก</p>
<p><a href="http://dhammadownload.com/MP3Library/Dr-Khammai-Dhammasami/English/UDhammasami-Buddhist-Reflection-Of-Quality-Of-life-15-12-2002(Eng).mp3">http://dhammadownload.com/MP3Library/Dr-Khammai-Dhammasami/English/UDhammasami-Buddhist-Reflection-Of-Quality-Of-life-15-12-2002(Eng).mp3</a></p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/tired-of-shopping/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/tired-of-shopping/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความพยายที่จะรั้งไว้ซึ่งความดีความสงบเป็นผลให้เกิดความอึดอัด</title>
		<link>http://www.naimiang.com/hang-on-to-goodness-is-stressful/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/hang-on-to-goodness-is-stressful/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Dec 2009 04:11:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ความดี]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=781</guid>
		<description><![CDATA[จิตที่หวังดีแต่หวงความดี ไม่อยากให้ความสุข ความสงบจากความดีนั้นจบลง ก็เป็นเหตุให้เกิดความอึดอัด(ทุกขัง) ได้เหมือนกัน ท่านจึงว่าท้ายสุดแล้วแม้แต่ความดีเราก็ต้องปล่อยวางลง ไม่พยายามฝืนให้ความดีนั้นอยู่ตลอดไปนาน ๆ 
 
ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา แม้แต่ความสุข ความสงบกันเกิดจากสมาธิจิตก็ต้องจบลง ความพยายามที่จะฝืน รั้ง หรือหวังจะสร้างใหม่ให้เหมือนเดิม นั้นยากที่จะเหมือนเดิม จุดเริ่มต้นไม่เหมือนเดิม (เราเปลี่ยนไปแล้ว) โอกาสที่จะสร้างให้เหมือนเดิมนั้นจึงไม่มี แม้ว่าเราจะอารัยอาวรณ์ ชื่นชม แม้ว่าจะสิ่งนี้นะเป็นสิ่งดีสูงค่าแค่ใด เต็มไปด้วยสันติ ไม่เดือดร้อนใครก็ตาม อาการแบบเดิมนั้นไม่กลับมาแล้ว การปล่อยเขา(สิ่งนั้น)ไป กลับจะสร้างความสุขให้มากกว่า อย่างนั้นก็ไม่อึดอัดกับสิ่งที่แปลกเหนือธรรมชาติ อย่างดีก็ได้ความสุขอันใหม่อันเกิดจากการปล่อยวางสิงนั้นลงไปได้ (แล้วก็อย่าลืมวางความสุขอันได้จากการปล่อยวางนั้นลงไปด้วยเมื่อถึงเวลา) กลายเป็นว่าเราต้องอยู่กับปัจจุบันตลอด ต้องคอยทิ้งของเก่าที่หมดเวลา ไม่ปฎิเสธของใหม่ที่เกิดจากการทิ้งของเก่า แล้วก็ทิ้งของใหม่นั้นอีกเมื่อถึงเวลา(ป่านนั้นก็จะกลายเป็นของเก่าไปแล้ว) พูดให้ฟังหรือเขียนให้อ่านอย่างนี้แล้วดูง่าย ๆ แต่พอถึงเวลาที่เจอกับของถูกใจ ที่เรารู้จักดี อยู่กันมานาน ๆ สักระยะนึงแล้ว การที่จะเต็มใจปล่อยเขาไปไม่ง่ายเลย 
 
อันนี้เขียนจากประสบการณ์ติดสงบของผมในสองปีที่ผ่านมา แต่พอเขียน ๆ ไปแล้วก็รู้สึกว่าจะใช้ได้กับคนอกหัก คนชอบสะสมของ และอีกหลาย ๆ อย่างในชีวิต อ่านกันเพลิน ๆ แล้วขอให้มีความสุขกับปัจจุบัน แม้แต่บล๊อคที่เขียนได้แสนดีก็ต้องมีจบลงเหมือนกัน <a href="http://www.naimiang.com/hang-on-to-goodness-is-stressful/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จิตที่หวังดีแต่หวงความดี ไม่อยากให้ความสุข ความสงบจากความดีนั้นจบลง ก็เป็นเหตุให้เกิดความอึดอัด(ทุกขัง) ได้เหมือนกัน ท่านจึงว่าท้ายสุดแล้วแม้แต่ความดีเราก็ต้องปล่อยวางลง ไม่พยายามฝืนให้ความดีนั้นอยู่ตลอดไปนาน ๆ</p>
<p>ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา แม้แต่ความสุข ความสงบกันเกิดจากสมาธิจิตก็ต้องจบลง ความพยายามที่จะฝืน รั้ง หรือหวังจะสร้างใหม่ให้เหมือนเดิม นั้นยากที่จะเหมือนเดิม จุดเริ่มต้นไม่เหมือนเดิม (เราเปลี่ยนไปแล้ว) โอกาสที่จะสร้างให้เหมือนเดิมนั้นจึงไม่มี แม้ว่าเราจะอารัยอาวรณ์ ชื่นชม แม้ว่าจะสิ่งนี้นะเป็นสิ่งดีสูงค่าแค่ใด เต็มไปด้วยสันติ ไม่เดือดร้อนใครก็ตาม อาการแบบเดิมนั้นไม่กลับมาแล้ว การปล่อยเขา(สิ่งนั้น)ไป กลับจะสร้างความสุขให้มากกว่า อย่างนั้นก็ไม่อึดอัดกับสิ่งที่แปลกเหนือธรรมชาติ อย่างดีก็ได้ความสุขอันใหม่อันเกิดจากการปล่อยวางสิงนั้นลงไปได้ (แล้วก็อย่าลืมวางความสุขอันได้จากการปล่อยวางนั้นลงไปด้วยเมื่อถึงเวลา)  กลายเป็นว่าเราต้องอยู่กับปัจจุบันตลอด ต้องคอยทิ้งของเก่าที่หมดเวลา ไม่ปฎิเสธของใหม่ที่เกิดจากการทิ้งของเก่า แล้วก็ทิ้งของใหม่นั้นอีกเมื่อถึงเวลา(ป่านนั้นก็จะกลายเป็นของเก่าไปแล้ว) พูดให้ฟังหรือเขียนให้อ่านอย่างนี้แล้วดูง่าย ๆ แต่พอถึงเวลาที่เจอกับของถูกใจ ที่เรารู้จักดี อยู่กันมานาน ๆ สักระยะนึงแล้ว การที่จะเต็มใจปล่อยเขาไปไม่ง่ายเลย</p>
<p>อันนี้เขียนจากประสบการณ์ติดสงบของผมในสองปีที่ผ่านมา แต่พอเขียน ๆ ไปแล้วก็รู้สึกว่าจะใช้ได้กับคนอกหัก คนชอบสะสมของ และอีกหลาย ๆ อย่างในชีวิต อ่านกันเพลิน ๆ แล้วขอให้มีความสุขกับปัจจุบัน แม้แต่บล๊อคที่เขียนได้แสนดีก็ต้องมีจบลงเหมือนกัน</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/hang-on-to-goodness-is-stressful/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/hang-on-to-goodness-is-stressful/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เิริ่มต้นและจบวันด้วยการปฎิบัติเพื่อจิตวิญญาณ</title>
		<link>http://www.naimiang.com/begin-and-end-the-day-with-spritual-practice/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/begin-and-end-the-day-with-spritual-practice/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 Dec 2009 04:27:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วัตรเช้าเย็น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=771</guid>
		<description><![CDATA[วันก่อนก็ไปคุยกับพี่คนเดิมที่เป็นคริสต์ เธอบอกว่าเธอจะอ่านไบเบิ้ลก่อนนอน และอ่านไบเิบิ้ลเป็นอย่างแรกเมื่อตื่นนอน เธอบอกว่าดีเธอรู้สึกถึงพระเจ้าตลอดทั้งวัน และนอนหลับอย่างเป็นสุข ผมฟังแล้วก็รู้สึกว่าเป็นการปฎิบัติประจำวันที่ดี เพราะเป็นการย้ำเตือนใจกับจุดหมายทางจิตวิญญาณตลอดเวลา ผมพยายามนั่งสมาธิก่อนนอนเพราะทำให้หลับสบายก็เลยว่าจะต้องหากิจกรรมอะไรเพิ่มเติมตอนเช้าบ้างแต่ยังนึกว่าออกว่าทำอะไร 
 
คิดไปคิดมากิจวัตรของสงฆ์ก็มีการทำวัตรเช้า-เย็นด้วยการสวดมนต์ ซึ่งก็เหมือนกับทบทวนคำสอนของพระพุทธเจ้าเหมือนกัน ทางวัดเต๋ากินเจที่ญาติผู้ใหญ่ของผมศรัทธาก็มีการไหว้พระจุดธูปถวายน้ำชาเช้าเย็น 
 
เอาเข้าจริงแล้วกุศโลบายนี้มีใช้กันทุกศาสนาทางอิสลามก็ละหมาดวันละห้าครั้งเพื่อให้ระลึกถึงพระอัลเลาะห์เช่นกัน ดังนั้นไม่ว่าเราจะเป็นแนวไหน หรือเลือกวิธีการใด ตราบใดที่่วัตรปฎิบัตินั้นทำให้จิตของเราสงบและระลึกถึงสิ่งสูง สะอาด สว่าง หรือศักดิ์สิทธินั้นได้ ให้เราจำได้เสมอว่าเรามาอยู่อาศัยในโลกชั่วคราว เบาๆกับความสุขจากสิ่งภายนอก มีความสุขในใจ ให้เราตั้งมั่นในธรรม <span style="font-weight: normal; ">หมั่นทำความดีได้ วิธีไหนก็ดีเหมือนกัน</span> <a href="http://www.naimiang.com/begin-and-end-the-day-with-spritual-practice/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันก่อนก็ไปคุยกับพี่คนเดิมที่เป็นคริสต์ เธอบอกว่าเธอจะอ่านไบเบิ้ลก่อนนอน และอ่านไบเิบิ้ลเป็นอย่างแรกเมื่อตื่นนอน เธอบอกว่าดีเธอรู้สึกถึงพระเจ้าตลอดทั้งวัน และนอนหลับอย่างเป็นสุข ผมฟังแล้วก็รู้สึกว่าเป็นการปฎิบัติประจำวันที่ดี เพราะเป็นการย้ำเตือนใจกับจุดหมายทางจิตวิญญาณตลอดเวลา ผมพยายามนั่งสมาธิก่อนนอนเพราะทำให้หลับสบายก็เลยว่าจะต้องหากิจกรรมอะไรเพิ่มเติมตอนเช้าบ้างแต่ยังนึกว่าออกว่าทำอะไร</p>
<p>คิดไปคิดมากิจวัตรของสงฆ์ก็มีการทำวัตรเช้า-เย็นด้วยการสวดมนต์ ซึ่งก็เหมือนกับทบทวนคำสอนของพระพุทธเจ้าเหมือนกัน ทางวัดเต๋ากินเจที่ญาติผู้ใหญ่ของผมศรัทธาก็มีการไหว้พระจุดธูปถวายน้ำชาเช้าเย็น</p>
<p>เอาเข้าจริงแล้วกุศโลบายนี้มีใช้กันทุกศาสนาทางอิสลามก็ละหมาดวันละห้าครั้งเพื่อให้ระลึกถึงพระอัลเลาะห์เช่นกัน ดังนั้นไม่ว่าเราจะเป็นแนวไหน หรือเลือกวิธีการใด <strong>ตราบใดที่่วัตรปฎิบัตินั้นทำให้จิตของเราสงบและระลึกถึงสิ่งสูง สะอาด สว่าง หรือศักดิ์สิทธินั้นได้ ให้เราจำได้เสมอว่าเรามาอยู่อาศัยในโลกชั่วคราว เบาๆกับความสุขจากสิ่งภายนอก มีความสุขในใจ ให้เราตั้งมั่นในธรรม <span style="font-weight: normal; "><strong>หมั่นทำความดีได้ </strong>วิธีไหนก็ดีเหมือนกัน</span></strong></p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/begin-and-end-the-day-with-spritual-practice/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/begin-and-end-the-day-with-spritual-practice/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประสบการณ์ของผู้ที่พึ่งเดินทางใหม่ ๆ</title>
		<link>http://www.naimiang.com/experience-from-those-who-just-got-there/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/experience-from-those-who-just-got-there/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Sep 2009 00:42:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เดินทาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=658</guid>
		<description><![CDATA[ข้อมูลข่าวสารจากผู้เดินทางใหม่ให้กำลังใจกับเราได้มากกว่า ว่าสถานที่นั้นยังสวยอยู่เหมือนเดิม และยังมีอยู่จริง เดินทางแบบนี้ แบบนี้ก็ถึงได้ ขึ้นรถบัสคันเดิมนั่นแหละที่คนขึ้นกันมาเป็นพัน ๆ ปีแล้ว เขายังไม่ยกเลิก ขึ้นถูกก็ถึงได้เหมือนเิดิม <a href="http://www.naimiang.com/experience-from-those-who-just-got-there/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เวลาอ่านหนังสือนำเที่ยว กับไปเที่ยวจริง ๆ มันไม่ค่อยเหมือนกัน<br />
ตอนที่เราอ่านหนังสือดูรูปเราก็คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้แบบนี้ บางครั้งถ้าเราศึกษาดี ๆ เราก็แทบจะวางแผนการเดินทางได้เลย แต่เราก็ต้องเผื่อไว้บ้าง ยกเว้นว่าเราจะวางแผนนานจริงๆ มากกว่าเวลาจริงที่จะไปเที่ยวเสียอีก นั่นแหละเราถึงจะวางแผนได้แม่นยำ<br />
หนังสือนำเที่ยวใหม่มักจะมีประโยชน์กว่า เพราะว่าหลาย ๆ อย่างอาจจะเปลี่ยนไป คนที่พึ่งไปเที่ยวมาย่อมสามารถให้ข้อมูลที่ใหม่สดกว่าได้ แต่คนที่พึ่งไม่เที่ยวมาก็ไม่จำเป็นที่จะเป็นคนที่รู้จริงมากเท่ากับคนที่ไปเที่ยวบ่อย ๆ หรือเจ้าถิ่น<br />
หนังสือธรรมะก็เหมือนกัน ประสบการณ์ของผู้ที่พึ่งเดินทางสู่ถนนสายนิพพานนั้นใหม่สดน่าดื่นเต้นกว่ามาก แต่ผู้เดินทางใหม่เหล่านี้ก็อาจจะรู้่หรือไม่รู้ไปทั้งหมดก็ได้ แต่ที่แน่ ๆ <strong>ข้อมูลข่าวสารจากผู้เดินทางใหม่ให้กำลังใจกับเราได้มากกว่า ว่าสถานที่นั้นยังสวยอยู่เหมือนเดิม และยังมีอยู่จริง เดินทางแบบนี้ แบบนี้ก็ถึงได้ ขึ้นรถบัสคันเดิมนั่นแหละที่คนขึ้นกันมาเป็นพัน ๆ ปีแล้ว เขายังไม่ยกเลิก ขึ้นถูกก็ถึงได้เหมือนเิดิม </strong></p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/experience-from-those-who-just-got-there/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/experience-from-those-who-just-got-there/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศีลจึงเป็นที่พึ่งของผู้เริ่มต้นปฎิบัติธรรม</title>
		<link>http://www.naimiang.com/peace-is-the-haven-of-those-who-protec/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/peace-is-the-haven-of-those-who-protec/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2009 17:25:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ความก้าวหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความสงบ]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ศีล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=517</guid>
		<description><![CDATA[ธรรมย่อมรักษา ผู้ที่รักษาธรรมนั้น <a href="http://www.naimiang.com/peace-is-the-haven-of-those-who-protec/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ศึลจึงรักษา ผู้รักษาศึลนั้น<br />
เมื่อเราเริ่มต้นหนทางสู่การดับทุกข์เป็นจุดหมาย ความประจักษ์ชัดในกฎปฎิบัติที่มองไม่เห็นนั้นยังไม่ชัดเจน (มีปัญญาเบาบาง) มีสมาธิปานกลางไม่สม่ำเสมอ ความไม่รู้ สงสัยยังมีมาก โอกาสที่จะทำผิดพลาดยังมีอยู่ ทำให้พรหมจรรย์นั้นด่างพร้อยได้เรื่อย ๆ สิ่งที่ยังคุ้มครองไม่ให้ตก หลุดไปจากทางเดินสว่างนั้น จึงมีเพียงความพยายามในการรักษาความสงบหรือศึล (การทำให้เป็นปรกติ)นั่นเอง</p>
<p>ชีวิตคนปรกตินั้นมีเรื่องวุ่นวายร้อนรนอยู่เสมอ เปรียบเสมือนกับป่าใหญ่ที่มีไฟไหม้เป็นหย่อม ๆ การรักษาศึลให้ชีวิตสงบนั้น ก็เปรียบเหมือนการไม่เติมฟืนน้อยใหญ่ ลงไปบนไฟที่มีอยู่ ไม่นานไฟ หล่านั้นก็จะอ่อนแรงและดับไปเอง อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้ไม่ก่อกองไฟใหญ่ขึ้นใหม่ นานเข้า นานเข้าชีวิตก็จะเป็นสุขจากการไม่ต้องร้อนรนจากไฟน้อยใหญ่เหล่านั้น</p>
<p>เมื่อชีวิตสงบแล้ว เราไม่ต้องไปกังวล และจัดการกับไฟทั้งหลายแล้ว เราจึงมีเวลาและกำลังที่ไปทุ่มเทให้กับงานเสริมความมั่นคงและพัฒนาสร้างสรรค์ต่าง ๆ ที่ เมื่อการปฎิบัติของเรามั่นคง และเราเก่งขึ้นแล้ว ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นก็ไม่บ่อย และเบาบางลงเรื่อย ๆ คาดว่าในที่สุดก็คงดับไฟทั้งหมดลงได้</p>
<p>การเดินทางที่เป็นการเปลี่ยนแปลงนั้นมักจะไม่เป็นเส้นตรง บางครั้งก็ขึ้นไปได้สูงอย่างรวดเร็ว แล้วก็ตกกลับลงมาใหม่ บางครั้งก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นเวลานาน เป็นธรรมดา สภาวะจิตนั้นก็เป็นอนิจจัง เช่นกัน อย่าไปโกรธตัวเองที่ทำได้ไม่ดีอย่างที่คาดหวัง ขอให้ประคับประคองกิจวัติประจำวันทั้งหลายไม่ให้ด่างพร้อย ก็จะก้าวหน้าต่อไปได้ในที่สุด</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/peace-is-the-haven-of-those-who-protec/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/peace-is-the-haven-of-those-who-protec/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หิวตามวัย</title>
		<link>http://www.naimiang.com/satisfied-your-hunge/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/satisfied-your-hunge/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Apr 2009 21:00:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วัย]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[เลี้ยงลูก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=469</guid>
		<description><![CDATA[คนแก่ชอบเรื่องธรรม เด็ก ๆ ชอบเล่น วัยรุ่นชอบกิน คนหนุ่มสามอยากมีอยากอวดอยากรวย เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เขาหิวตามวัย <a href="http://www.naimiang.com/satisfied-your-hunge/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คนเรานั้นมีเรื่องที่ &#8220;หิว&#8221; เป็นไปตามวัย แต่ถ้าไม่ได้ &#8220;กิน&#8221; หรือทำให้สมอยากบางทีก็กินไปจนผิดวัยก็มี บางคนก็อิ่มเร็วทำอะไรเกินวัยบ้างก็มี</p>
<p>คนแก่ชอบเรื่องธรรม เด็ก ๆ ชอบเล่น วัยรุ่นชอบกิน คนหนุ่มสามอยากมีอยากอวดอยากรวย เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เขาหิวตามวัย</p>
<p><strong> เด็ก ๆ ไม่ค่อยจะสนใจกินหรอกครับถ้าไม่หิวจริง ๆ  ห่วงเล่นซะมากกว่า</strong> คนไทยเราก็รักลูกครับ ตามป้อนกันไป แต่จริง ๆ แล้วก็ปล่อยให้เล่นไปก็ได้ เวลาหิวเขาก็มาเอง แต่ถึงตอนกินเด็ก ๆ ควรจะได้กินอาหารจริง ๆ ไม่ใช่ขนม</p>
<p>โตขึ้นมาหน่อยเป็น<strong>วัยรุ่น ร่างกายมันโตเร็วมากครับ เราก็อยากกิน</strong>เพราะร่างกายต้องโต ต้องใช้แรง เด็กวัยรุ่นนั้นบางคนก็ยังอยากเล่นอยู่เพราะตอนเด็ก ๆ ได้เล่นน้อย ก็เลยยังหิวอยู่ แต่คนที่ได้เล่นได้กินพอแล้วก็เริ่มจะหิวอย่างอื่น ผมเรียกว่าสังคมก็แล้วกันนะครับ คือ<strong>อยากจะมีเพื่อน อยากเด่น อยากคุย อยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์</strong>์ อยากรุ้ว่าคนอื่นเขาโตมายังไง รู้สึกเหมือนเราไหม ก็ไม่แปลกอะไรที่เราเห็นเด็กหนุ่มสาวคุยโทรศัพท์เป็นชั่วโมง สมัยนี้ก็เอ็มกัน Textกันบ้าง Hi-5กันบ้างแล้วแต่ถนัด แต่นั่นแหละครับ<strong>เราอยากรู้ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว อยากรู้ว่าคนอื่นเขาก็รู้สึกนึกคิดเหมือน ๆ เรา อยากให้คนเข้าใจ</strong> บางคนก็ไม่ค่อยมีเพื่อน หรือรู้สึกว่าไม่มีเพื่อนที่เข้าใจเราจริง ๆ ไม่มีเพื่อนซี้ว่างั่นเถอะ พอโตขึ้นมาก็รู้สึกขาด พวกนี้จะต้องชดเชยด้วยการอวด การมีหน้า หรือทำอะไรให้เด่นซักอย่าง บ้างก็ทำตัวมีปัญหา บ้างก็ใช้วัตถุ แต่งตัวสวยงาม ใช้ของทันสมัยราคาแพง ปมเรื่องสังคมนี่มันใหญ่มาก มันลามมาจนอายุมาก ๆ ก็มี บางคนอายุมากแล้วแต่จะทำอะไรต้องเอาหน้า ดูดีไว้ก่อน</p>
<p>จริงจริง แล้วถ้าขาดอะไรไป คนเราก็พยายามจะมาชดเชย แม้จะเลยวัยไปแล้วก็ตาม  เช่นตอนเด็ก ๆ ไ้ด้เล่นน้อย ก็มาเล่นผาดโผนตอนโตแทน ตอนโตไม่ค่อยได้กิน ก็จะให้ค่ากับการกินมาก ต้องกินหรู ๆ อยากเลี้ยงคนมาก ๆ (จริงแล้วอันนี้ก็อาจจะดีกับคนที่ได้กินเลี้ยง) ต้องพยายามเข้าใจเขา และถ้ามีโอกาสเลี้ยงลูก ก็ให้้เขาตามวัย โดยให้เขาได้เล่น กิน และีมีเพื่อนตามเวลาที่เขาหิว โตขึ้นมาก็จะเป็นคนที่อิ่มมีโอกาสที่จะให้กับผู้อื่นได้มาก และได้ขยับความหิวขึ้นไปในสิ่งที่สูงกว่านั่นก็คือ&#8230;  ความรู้</p>
<p><strong>ธรรม หรือความรู้ในจริงที่เกิดขึ้นจริงเป็นอย่างสุดท้ายที่คนเราหิว </strong> กว่าเราจะหิวอันนี้ได้วัยก็มักจะล่วงเลยไปพอสมควร  บางคนโชคดีมากเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น  ไม่บังคับ  และมีฐานะพอสมควร  ก็จะอิ่มในสามอย่างข้างต้นได้เร็ว ก็จะเิริ่มสนใจหาความรู้แต่ยังอายุน้อย  ชอบทดลอง สนใจในสิ่งใหม่ ๆ แสวงหาีความรู้ในแขนงต่าง ๆ มากเข้า มากเข้า แล้วก็จะพบความจริงอันเป็นที่สุด เป็นหนึ่งเดียว เหมือนกันไม่ว่าแขนงวิชาใด ๆ สิ่งนี้ผมขอเรียกว่าธรรม</p>
<p>ก็ไม่ต้องแปลกใจที่เห็นคนแก่เข้าวัด ปฎิบัติธรรมกัน เพราะนั่นเป็นสิ่งสุดท้ายแล้วที่คนเราหิว เป็นอย่างเดียวที่เอาไปได้ ร่างกายหรือชื่อเสียงเงินทองนั้นตายไปก็เอาไปไม่ได้ ก็ปล่อยให้เป็นของคนหนุ่มสาวที่เขายังหิวกันอยู่ ความสบายใจนี้เท่านั้นแลที่จะพาเราไปสู่ภพภูมิที่ดียิ่ง ๆ ขึ้น ๆ ไปได้ เมื่อเราจากโลกนี้ไปแล้ว เป็นอย่างสุดท้ายที่จะติดตัวไปถ้ายังมีตัวตนเหลืออยู่</p>
<p>ความหิวเหล่านี้นั้นมีอยู่จริง ไม่ต้องไปฝืนมัน <strong>เด็ก ๆ ก็ควรได้เล่น โตมาก็ควรได้กิน คนหนุ่มสาวก็ควรจะได้สังคม เมื่อมีพร้อมทุกอย่างแล้วก็ควรแสวงหาธรรม</strong> ไม่งั้นก็จะรู้สึกว่างเปล่า เหมือน ขาด ๆ อะไรไป รู้สึกเหมือนกับว่าชีวิตมันน่าจะมีอะไรดีมากกว่านี้นะ <strong>เราไม่จำเป็นต้องเร่งหรือไปบังคับคนอื่นให้ &#8220;กิน&#8221; เหมือน ๆ กับเรา เพราะคนเราหิวไม่พร้อมกัน หิวไม่เหมือนกัน</strong> <strong>แต่ขอให้ถึงเวลาแล้วรู้ว่าตัวเองหิวอะไร ยอมรับและก็ &#8220;กิน&#8221; หรือทำในสิ่งที่ตัวเองหิวซะ </strong>เพราะไม่อย่างนั้นถึงจะกินอะไรเหมือน ๆ ที่เคยกินมามันก็ไม่อิ่ม เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจจะไม่ใช่ิสิ่งที่เราต้องการแล้ว กินยังไงมันก็ขาด ไม่อิ่มเสียที มันจึงสำคัญว่าเราควรจะได้กินในสิ่งที่เรา<span style="text-decoration: underline;">หิวตามวัย</span></p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/satisfied-your-hunge/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/satisfied-your-hunge/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เราแค่ต้องทำเหตุปัจจัยให้ถึงพร้อมเท่านั้น ผลจะเกิดมาเอง</title>
		<link>http://www.naimiang.com/focus-on-the-factors/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/focus-on-the-factors/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2009 21:44:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกหญ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เลี้ยงลูก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=380</guid>
		<description><![CDATA[ประเด็นก็คือเราควรจะมาโฟกัสที่เหตุที่ทำให้มันเกิด และทำให้ดี ให้ครบ ให้พอดี พอถึงเวลาแล้วหญ้ามันก็งอกเองได้ ไม่ต้องไปบังคับ งอน ทำให้รู้สึกผิด โกรธ เครียด หรือน้อยใจกับมันเลย <a href="http://www.naimiang.com/focus-on-the-factors/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_381" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-381" title="_igp0075" src="http://www.naimiang.com/wp-content/uploads/2009/03/_igp0075-300x200.jpg" alt="พงหญ้าอันใหม่ใต้ร่มเงาไม้ พงหญ้าเก่าโดนแดด" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">พงหญ้าอันใหม่ใต้ร่มเงาไม้ พงหญ้าเก่าโดนแดด</p></div>
<p>เหลือบไปดูพงหญ้าที่ขึ้นใหม่ ของปีนี้เขียวดีเหลือเกิน ปลูกก็ไม่ได้ปลูก คงจะมีเมล็ดหญ้าจากดงเก่าข้าง ๆ ไปตก เจ้าพงเก่ากลับเหลืองไม่สวยเลย ดูไปก็รู้ว่าเจ้าดงใหม่นั้นได้ดินดีมีร่วมเงาความชื้นสูง ดงเก่านั้นโดยแดดร้อน แล้วก็แวบขึ้นได้ว่าเออนะเราไม่ต้องทำอะไรเลย แค่เหตุปัจจัยมันถึงพร้อม หญ้าดงใหม่เขียวขจีก็เกิดเองได้ นึกได้แล้วก็นึงถึงคำสอนของครูไทชี่ท่านหนึ่งที่บอกว่าเราไม่อาจไปบังคับน้ำให้ไหลตามใจเราได้ แต่ถ้าเราขีิดร่องน้ำให้มัน มันก็ไหลมาตามทางของมันเอง</p>
<p>โอ้โหง่ายแค่นี้เองเอาไปใช้ได้เยอะนะครับ แต่เราก็ลืมเรื่อย ๆ<br />
เราไม่อาจไปบังคับให้ลูกของเราโตเป็นคนดีได้ เราได้แต่สอนและแสดงตัวอย่างให้เห็น ส่งเสริมให้คบเพื่อนดี ๆ ฯลฯ เท่านั้น เมื่อสิ่งแวดล้อมและปัจจัยถึงพร้อมเขาก็จะโตไปเป็นบุคคลที่มีคุณภาพให้กับสังคมเอง<br />
เราไม่อาจแค่คิดฝันว่าเราจะรวยแล้วก็รวยได้เอง ต้องทำปัจจัยให้ถึงพร้อมเช่นขยันทำงาน ทำงานที่ได้ตังค์ อดออม ห่างไกลจากอบายมุข<br />
เราไม่อาจบังคับให้คู่ครองของเราไม่ไปมีอื่น แต่ทำเหตุให้ถึงพร้อมคือเกื้อกูลกันในปัจจุบัน ยังต้องพึ่งกันอยู่ และมีความสุขอยู่ด้วยกัน เขาก็ไม่ไปไหนเอง<br />
เราไม่อาจจะบังคับใจจากกิเลสได้นาน ก็ถือศึลให้ไม่ด่างพร้อย เจริญสติภาวนา เมื่อปัญญาเกิดเห็นความจริงแล้ว ใจก็คลายจากความยึดมั่น หลุดจากกิเลศได้เอง<br />
เมื่อเรารักษาสุขภาพดีแล้ว ไม่เบียดเบียนตัวเองด้วยอาการต่าง ๆ ร่างกายของเราไม่น่าเป็นที่อยู่อาศัยของโรค ภูิมิคุ้มกันเราสูง เราก็สบายดี<br />
ฯลฯ</p>
<p>ประเด็นก็คือ<strong>เราควรจะมาโฟกัสที่เหตุที่ทำให้มันเกิด</strong> และทำให้ดี ให้<strong>ครบ </strong>ให้พอดี พอถึงเวลาแล้วหญ้ามันก็งอกเองได้ ไม่ต้องไปบังคับ งอน ทำให้รู้สึกผิด โกรธ เครียด หรือน้อยใจกับมันเลย</p>
<p>[ต้องขอออกตัวว่าผู้เขียนยังไม่ได้ยังไม่ได้ทำทุกสิ่งได้ถึงพร้อมแต่อย่างใด มีเพียงพงหญ้าปรากฎขึ้นที่หลังบ้านเท่านั้น]</p>
<p>เพิ่ม 8 กันยายน 09 &#8211; ฟังพระอาจารย์ปราโมชย์ท่าบอกว่าธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา สั่งไม่ได้ แต่ฝีึกได้ ให้เกิดความเคยชิน ให้เกิดเป็นนิสัย</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/focus-on-the-factors/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/focus-on-the-factors/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

