<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นายเมี่ยงขอบอก &#187; อาหาร</title>
	<atom:link href="http://www.naimiang.com/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.naimiang.com</link>
	<description>เท่าทันโลกทุนนิยม เพิ่มพูนภูมิปัญญาไทย</description>
	<lastBuildDate>Sun, 05 Feb 2012 15:31:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
	<div id='fb-root'></div>
					<script>
						window.fbAsyncInit = function()
						{
							FB.init({appId: null, status: true, cookie: true, xfbml: true});
						};
						(function()
						{
							var e = document.createElement('script'); e.async = true;
							e.src = document.location.protocol + '//connect.facebook.net/en_US/all.js';
							document.getElementById('fb-root').appendChild(e);
						}());
					</script>	
						<item>
		<title>กินอาหารเย็นง่าย ๆ</title>
		<link>http://www.naimiang.com/eat-simple-dinner/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/eat-simple-dinner/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Oct 2009 05:05:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การย่อย]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวเย็น]]></category>
		<category><![CDATA[ความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[นอน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=706</guid>
		<description><![CDATA[อาหารย่อยเสร็จทัน ร่างกายขับส่วนเกินออกหมด นอนหลับเป็นสุขขึ้น สุขภาพจิตก็จะดี พร้อมจะรับอะไรดี ๆ ไปตลอดวัน ทำกิจการงานเสร็จมากขึ้น มีความสุขจากความสำเร็จ แต่เราฉลองความสำเร็จด้วยอาหารเย็นง่าย ๆ เพื่อให้ความสำเร็จนั้นอยู่ต่อไป <a href="http://www.naimiang.com/eat-simple-dinner/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้ผมกลับมากินอาหารเย็น หลังจากไม่ได้กินพักใหญ่ อย่างหนึ่งที่สังเกตุได้ชัดก็คือนอนหลับไม่สบายเหมือนเก่า โดยเฉพาะถ้ากินอะไรหนัก ๆ เค็ม ๆ หรือกินดึก อาหารยังย่อยไม่เสร็จดี ก็ได้เวลานอนเสียแล้ว นอนไปย่อยไป ร่างกายก็ต้องตื่นมาขับของเสีย เพราะยังขับไปไม่หมดก่อนนอน โอกาสที่จะหลับรวดเดียวถึงเช้าเลยน้อยมาก ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมก็ว่ามันเป็นธรรมดา แต่พอช่วงนึงไปถือศีล ๘ แล้ว ก็รู้ว่าที่ตื่นมาเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ นี่ต่างหากที่ไม่ธรรมดา</p>
<!-- AdSense Now! V1.98 -->
<!-- Post[count: 1] -->
<div class="adsense adsense-midtext" style="float:right;margin: 12px;"><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-2144844040954776";
/* 250x250, created 12/15/09 */
google_ad_slot = "7649212944";
google_ad_width = 250;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><p>อาหารเย็นที่ย่อยยาก ๆ ทำให้นอนไม่เป็นสุข เพราะมันย่อยไม่เสร็จก่อนนอน ต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ<br />
ถ้าเลือกได้ให้กินอาหารเย็นง่าย ๆ กินกับข้าวน้อยอย่าง กินตั้งแต่เย็น ไม่กินตอนค่ำหรือดึก กินอาหารรสไม่จัด กินอาหารย่อยง่าย กินพอหายหิว พอเหมาะกับกิจกรรมวันนั้น <strong>อาหารย่อยเสร็จทัน</strong> ร่างกายขับส่วนเกินออกหมด <strong>นอนหลับเป็นสุขขึ้น สุขภาพจิตก็จะดี พร้อมจะรับอะไรดี ๆ ไปตลอดวัน ทำกิจการงานเสร็จมากขึ้น มีความสุขจากความสำเร็จ แต่เราฉลองความสำเร็จด้วยอาหารเย็นง่าย ๆ เพื่อให้ความสำเร็จนั้นอยู่ต่อไป</strong></p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/eat-simple-dinner/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/eat-simple-dinner/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมล็ดทานตะวัน อาหารเสริมสำหรับคนใช้คอมพิวเตอร์</title>
		<link>http://www.naimiang.com/sunflower-seed-for-computer-user/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/sunflower-seed-for-computer-user/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Sep 2009 18:16:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติบำบัด]]></category>
		<category><![CDATA[สายตา]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=665</guid>
		<description><![CDATA[เมล็ดทานตะวันมีน้ำมันมาก และมีวิตามินเอ ช่วยดวงตา คนที่ใช้สายตาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานหลายชั่วโมงต่อวันมักจะรู้สึกแสบตา ตาแห้ง ให้ทานเมล็ดทานตะวันดิบ โดยล้างน้ำสะอาดก่อนรับประทาน หรือจะแช่น้ำไว้สักพักให้นิ่มทานง่ายขึ้นก็ได้ น้ำมัน วิตามิน และโปรตีนจากเมล็ดทานตะวันจะช่วยให้สายตาของคุณดีขึ้น ควรทานอย่างน้อยวันละหนึ่งกำมือ แล้วนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในตอนกลางคืน ระหว่างวันถ้ามีโอกาสให้พักสายตา แล้วลืมตาหรือแช่หน้าในน้ำดื่มเพื่อให้ดวงตาให้ผ่อนคลายบ้าง 
เมล็ดทานตะวันได้พลังจากแสงอาทิตย์ เราสามารถรับพลังจากแสงอาทิตย์สู่ดวงตาได้โดยตรงเช่นกัน โดยการมองดวงอาทิตย์ในยามเช้าตรู่พระอาทิตย์พึ่งขึ้น และตอนเย็นเวลาพระอาทิตย์ใกล้ตก มองสักวันละครึ่งชั่วโมงเช้าเย็นก็จะช่วยสายตาได้มากจ้า <a href="http://www.naimiang.com/sunflower-seed-for-computer-user/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- AdSense Now! V1.98 -->
<!-- Post[count: 3] -->
<div class="adsense adsense-midtext" style="float:right;margin: 12px;"><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-2144844040954776";
/* 250x250, created 12/15/09 */
google_ad_slot = "7649212944";
google_ad_width = 250;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><p>เมล็ดทานตะวันมีน้ำมันมาก และมีวิตามินเอ ช่วยดวงตา คนที่ใช้สายตาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานหลายชั่วโมงต่อวันมักจะรู้สึกแสบตา ตาแห้ง ให้ทานเมล็ดทานตะวันดิบ โดยล้างน้ำสะอาดก่อนรับประทาน หรือจะแช่น้ำไว้สักพักให้นิ่มทานง่ายขึ้นก็ได้ น้ำมัน วิตามิน และโปรตีนจากเมล็ดทานตะวันจะช่วยให้สายตาของคุณดีขึ้น ควรทานอย่างน้อยวันละหนึ่งกำมือ แล้วนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในตอนกลางคืน ระหว่างวันถ้ามีโอกาสให้พักสายตา แล้วลืมตาหรือแช่หน้าในน้ำดื่มเพื่อให้ดวงตาให้ผ่อนคลายบ้าง<br />
เมล็ดทานตะวันได้พลังจากแสงอาทิตย์ เราสามารถรับพลังจากแสงอาทิตย์สู่ดวงตาได้โดยตรงเช่นกัน โดยการมองดวงอาทิตย์ในยามเช้าตรู่พระอาทิตย์พึ่งขึ้น และตอนเย็นเวลาพระอาทิตย์ใกล้ตก มองสักวันละครึ่งชั่วโมงเช้าเย็นก็จะช่วยสายตาได้มากจ้า</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/sunflower-seed-for-computer-user/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/sunflower-seed-for-computer-user/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนอ้วนเพราะขาดสารอาหาร</title>
		<link>http://www.naimiang.com/overweighted-because-lack-of-nutritions/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/overweighted-because-lack-of-nutritions/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 Aug 2009 04:03:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฉลาดซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[กิน]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติบำบัด]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมดา]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[ผลผลิตทางการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้]]></category>
		<category><![CDATA[สารอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สุนทรียภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อ้วน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=607</guid>
		<description><![CDATA[กินอาหารที่เป็นธรรมดาที่สุดแล้วจะไม่อ้วน เพราะมันไม่รู้สึกโหย รู้สึกอยาก รู้สึกขาด รู้สึกพิเศษ จนต้องกินเยอะ ๆ แต่เพราะรุ้สึกว่ามันธรรมดา ก็เลยกินแค่พออิ่ม แค่พอดี ให้หายหิวเท่านั้น เทห์ไหม แหมแต่การกินเราก็สามารถบอกได้ว่า สูงสุดคืนสู่สามัญ เหมือนกับหนังกำลังภายในเลย <a href="http://www.naimiang.com/overweighted-because-lack-of-nutritions/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">คนอ้วน อ้วนเพราะกินสารอาหารไม่พอ</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">เมื่อร่างกายขาดสารอาหารก็เลยรู้สึกหิว จึงกินเพิ่มเรื่อย ๆ จนได้พลังงานจากอาหารจนล้นเกิน สะสมเป็นไขมัน</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ต้องแยกให้ออกว่าสารอาหาร และ พลังงานจากอาหาร นั้นไม่เหมือนกัน สารอาหารคือส่วนที่มีคุณค่าสำคัญของอาหารที่จะต่ออายุเรา เช่น เอมไซน์ วิตามินและเกลือแร่ พลังงานจากอาหารนั้นได้มาจากแป้ง โปรตีน และไขมัน</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">แป้งและน้ำตาลทรายขาวนั้นแทบจะไม่มีสารอาหาร ยิ่งกินเข้าไปก็ยิ่งอยากกินอีก เพราะร่างกายไม่รู้สึกพอ แต่ยิ่งกินก็ยิ่งขาด เพราะสารอาหารนั้นไม่เหลือและขาดสมดุลอย่างแรง เพียงเพื่อความสวยงามที่จะได้กินแป้งสีขาว และน้ำตาลสีขาวเท่านั้น อาหารที่เริ่มต้นจากธรรมชาติถูกบิดเบือนไปจนผิดเพี้ยนจากธรรมชาติ</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">อาหารที่ดีเมื่อกินแล้วเราจะรู้สึกเต็ม อิ่ม พอ ไม่รู้สึกโหย หรือขาด ๆ หรืออะไรไม่ครบ ควรจะรู้สึกเต็มแบบนั้นไม่ต่ำ ๓-๔ ชั่วโมง อาหารที่ดีมาก ๆ จะทำให้คนกินรู้สึกมีความสุข และเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกนั้นสักพักหนึ่ง อาจจะมีความรู้สึกถึงดินและสภาพแวดล้อมที่เติบโตของอาหาร ที่ภาษาฝรั่งเศลเรียกว่า Terroir ด้วยตอนที่กิน</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">อาหารชั้นดีแบบนี้ยังมีอยู่ โดยเฉพาะจากเกษตรกรสมัครเล่น ที่ปลูกกินเองในสวน แต่มีมากจนกินไม่หมดแล้วนำมาขาย ผลผลิตเหล่านี้มักจะไม่ใช้สารเคมีหรือยาฆ่าแมลงเพราะว่าปลูกกินเอง ไม่ได้มีไร่สวนขนาดใหญ่ที่จำเป็นต้องรักษาผลผลิต ถ้าเป็นผลไม้ก็อาจจะมาจากต้นเก่าแก่ที่แข็งแรงจนไม่ต้องพึ่งสารเคมีใด ๆ ผักผลไม้เหล่านี้อาจจะไม่มีตราเกษตรอินทรีย์รับรอง แต่ก็คุณภาพทัดเทียมกัน ไม่แพง และเผลอเราอาจจะได้ซื้อโดยตรงจากคนปลูกด้วย เราสามารถสอบถามที่มาที่ไปของผลผลิตว่าเติบโตในสิ่งแวดล้อมอย่างไรได้โดยตรง</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ดีที่สุดก็คงไม่พ้นปลูกกินเอง อันนี้เรารู้แน่ ๆ ว่าโตมายังไง โดนแมลงอะไรบ้าง ดินเป็นแบบไหน แดดหรือฝนมากน้อยแค่ไหน ต้นสมบรูณ์เพียงใด ได้รับความเอาใจใส่แค่ไหน มันเหมือนลูกหลานของเราเลย รู้ตื้นลึกหนาบางกันหมด มีความผูกผันทางจิตวิญญาณด้วยซ้ำไป กินแล้วจะมีความอิ่มในใจ ร่วมกับอิ่มท้อง รู้สึกเต็ม แต่เฉย ๆ ธรรมดา ๆ นั่นและเป็นธรรมชาติที่สุด</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">กินอาหารที่เป็นธรรมดาที่สุดแบบนี้แล้วจะไม่อ้วน เพราะมันไม่รู้สึกโหย รู้สึกอยาก รู้สึกขาด รู้สึกพิเศษ จนต้องกินเยอะ ๆ แต่เพราะรุ้สึกว่ามันธรรมดา ก็เลยกินแค่พออิ่ม แค่พอดี ให้หายหิวเท่านั้น เทห์ไหม แหมแต่การกินเราก็สามารถบอกได้ว่า สูงสุดคืนสู่สามัญ เหมือนกับหนังกำลังภายในเลย</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ลองดูนะครับสูตรง่าย ๆ กินแต่ของธรรมดา ไม่กินของที่ชอบเป็นพิเศษที่ยั่วยวนสวยงามเลิศหรู กินกับข้าวบ้าน กินอาหารที่ปลูกในบ้าน หรือจากคนรู้จัก แค่นี้เองก็ไม่อ้วนแล้ว</div>
<p>คนอ้วน อ้วนเพราะกินสารอาหารไม่พอ</p>
<p>เมื่อร่างกายขาดสารอาหารก็เลยรู้สึกหิว จึงกินเพิ่มเรื่อย ๆ จนได้พลังงานจากอาหารจนล้นเกิน สะสมเป็นไขมัน</p>
<p>ต้องแยกให้ออกว่าสารอาหาร และ พลังงานจากอาหาร นั้นไม่เหมือนกัน สารอาหารคือส่วนที่มีคุณค่าสำคัญของอาหารที่จะต่ออายุเรา เช่น เอมไซน์ วิตามินและเกลือแร่ พลังงานจากอาหารนั้นได้มาจากแป้ง โปรตีน และไขมัน</p>
<p>แป้งและน้ำตาลทรายขาวนั้นแทบจะไม่มีสารอาหาร ยิ่งกินเข้าไปก็ยิ่งอยากกินอีก เพราะร่างกายไม่รู้สึกพอ แต่ยิ่งกินก็ยิ่งขาด เพราะสารอาหารนั้นไม่เหลือและขาดสมดุลอย่างแรง เพียงเพื่อความสวยงามที่จะได้กินแป้งสีขาว และน้ำตาลสีขาวเท่านั้น อาหารที่เริ่มต้นจากธรรมชาติถูกบิดเบือนไปจนผิดเพี้ยนจากธรรมชาติ</p>
<p>อาหารที่ดีเมื่อกินแล้วเราจะรู้สึกเต็ม อิ่ม พอ ไม่รู้สึกโหย หรือขาด ๆ หรืออะไรไม่ครบ ควรจะรู้สึกเต็มแบบนั้นไม่ต่ำ ๓-๔ ชั่วโมง อาหารที่ดีมาก ๆ จะทำให้คนกินรู้สึกมีความสุข และเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกนั้นสักพักหนึ่ง อาจจะมีความรู้สึกถึงดินและสภาพแวดล้อมที่เติบโตของอาหาร ที่ภาษาฝรั่งเศลเรียกว่า Terroir ด้วยตอนที่กิน</p>
<p>อาหารชั้นดีแบบนี้ยังมีอยู่ โดยเฉพาะจากเกษตรกรสมัครเล่น ที่ปลูกกินเองในสวน แต่มีมากจนกินไม่หมดแล้วนำมาขาย ผลผลิตเหล่านี้มักจะไม่ใช้สารเคมีหรือยาฆ่าแมลงเพราะว่าปลูกกินเอง ไม่ได้มีไร่สวนขนาดใหญ่ที่จำเป็นต้องรักษาผลผลิต ถ้าเป็นผลไม้ก็อาจจะมาจากต้นเก่าแก่ที่แข็งแรงจนไม่ต้องพึ่งสารเคมีใด ๆ ผักผลไม้เหล่านี้อาจจะไม่มีตราเกษตรอินทรีย์รับรอง แต่ก็คุณภาพทัดเทียมกัน ไม่แพง และเผลอ ๆ เราอาจจะได้ซื้อโดยตรงจากคนปลูกด้วย เราสามารถสอบถามที่มาที่ไปของผลผลิตว่าเติบโตในสิ่งแวดล้อมอย่างไรได้โดยตรง</p>
<p>ดีที่สุดก็คงไม่พ้นปลูกกินเอง อันนี้เรารู้แน่ ๆ ว่าโตมายังไง โดนแมลงอะไรบ้าง ดินเป็นแบบไหน แดดหรือฝนมากน้อยแค่ไหน ต้นสมบรูณ์เพียงใด ได้รับความเอาใจใส่แค่ไหน มันเหมือนลูกหลานของเราเลย รู้ตื้นลึกหนาบางกันหมด มีความผูกผันทางจิตวิญญาณด้วยซ้ำไป กินแล้วจะมีความอิ่มในใจ ร่วมกับอิ่มท้อง รู้สึกเต็ม แต่เฉย ๆ ธรรมดา ๆ นั่นและเป็นธรรมชาติที่สุด</p>
<p>กินอาหารที่เป็นธรรมดาที่สุดแบบนี้แล้วจะไม่อ้วน เพราะมันไม่รู้สึกโหย รู้สึกอยาก รู้สึกขาด รู้สึกพิเศษ จนต้องกินเยอะ ๆ แต่เพราะรุ้สึกว่ามันธรรมดา ก็เลยกินแค่พออิ่ม แค่พอดี ให้หายหิวเท่านั้น เทห์ไหม แหมแต่การกินเราก็สามารถบอกได้ว่า สูงสุดคืนสู่สามัญ เหมือนกับหนังกำลังภายในเลย</p>
<p>ลองดูนะครับสูตรง่าย ๆ กินแต่ของธรรมดา ไม่กินของที่ชอบเป็นพิเศษที่ยั่วยวนสวยงามเลิศหรู กินกับข้าวบ้าน กินอาหารที่ปลูกในบ้าน หรือจากคนรู้จัก แค่นี้เองก็ไม่อ้วนแล้ว</p>
<p>Why are you fat?</p>
<p>You fat because you eating a lot. Why you eat a lot? Because you are hungry. Why are you hungry? Because you body told you so. Why your body tell you are hungry even when you already eat a lot? because even when you eat a lot you did not eat the right thing. What is the right thing to eat? The nutrition riches food is the key! I&#8217;m talking about nutrition, not calories and it is not vitamin. It is life force energy.</p>
<p>Nutrition rich food come from a sincere soil. Soils that has not been adulterated by chemical. Soil that tender by mother nature or the love of human being. The produce is plain in the nature stage, reflecting what ever god has intend the food to be. touch by sunshine, shower with rain springing in the fresh air, stand up with weather, tender by human.</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/overweighted-because-lack-of-nutritions/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/overweighted-because-lack-of-nutritions/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พูดถึงเนยแข็งเท่าที่เคยกิน</title>
		<link>http://www.naimiang.com/cheese-that-i-know/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/cheese-that-i-know/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 22 Aug 2009 19:30:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ชีวิตในอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปานะ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=583</guid>
		<description><![CDATA[เขียนเกี่ยวกับเนยแข็งเท่าที่เคยกินและจำได้ เพื่อจะเป็นประโยชน์กับคนไทยรุ่นหลังที่ต้องมาอยู่ต่างแดน

เนยแข็งนั้นเป็นอาหารที่ย่อยมาแล้ว มีแคลเซี่ยมและโปรตีนของนมโดยที่ไม่ต้องย่อยนม <a href="http://www.naimiang.com/cheese-that-i-know/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เนยแข็งแท้ ๆ เป็นอาหารที่มีประโยชน์ที่คนคิดค้นขึ้นมา ทำจากนมแต่ใช้แบคทีเรียช่วยย่อยสลายเปลี่ยน<strong>เป็นโปรตีนที่ร่างกายดูดซึมได้ง่ายขึ้น </strong>แถมยังแปรรูปจากของเหลวลงมาเหลือเป็นของแข็งอีกต่างหาก <strong>กินเนยแข็งนิดเดียวได้โปรตีนและแคลเซียมเท่ากับนมจำนวนมาก</strong> พวกฝรั่งจึงตัวโตสูงใหญ่เพราะได้รับแคลเซียมเหลือเฟือ</p>
<p>เนยแข็งดีเริ่มต้นจากนมที่ดี เนยแข็งส่วนมากในอเมริกานั้นไม่ได้ทำจากนมที่ดี ก้อนเหลือง ๆ ที่แปะป้ายว่าเนยแข็งในซุปเปอร์มาร์เกตนั้นไม่ควรเรียกว่าเนยแข็งด้วยซ้ำไป เพราะใช้นมแย่ ๆ ทำ จากวัวป่วย ใส่สี ผสมไขมัน ผสมอะไรลงไปมากเหลือเกิน ถ้าจะให้แน่ใจว่าได้ของดีจริงให้เลือกทานเนยแข็งที่ต้องได้รับรองจากสมาพันธ์ในยุโรปจะดีกว่า (เช่น Protected Designation of Origin (PDO) หรือ Appellation d’origine contrôlée (AOC) ) เพราะชีสพวกนี้ได้ทำตามหลักเกณท์ที่เคร่งครัดจริง ๆ จึงจะเรียกชื่อเหล่านั้นได้</p>
<p>ชีสสุดนิยม คงหนีไม่พ้น Cheddar (เชสด้า) เป็นนายแข็งทั่วไปที่เราพบบนแฮมเบอร์เก้อ (แต่ส่วนมากจะไม่ใช่ของแท้)  เลยมีความเคยชินกับชีสประเภทนี้เป็นพิเศษ Cheddar ที่ดีที่สุดผลิตในแถบหมู่เกาะอังกฤษ (สหราชอาจักร หรือ Ireland) ผมชอบเป็นพิเศษที่ผลิตจากโคกินหญ้าแถวชายทะเล</p>
<p>เนยแข็งที่ถูกปากคนไทยมากที่สุดน่าจะเป็น Monterey Jack โดยเฉพาะ Monterey Jack Pepper หรือ Pepper Jack เพราะมีพริกใส่อยู่ด้วย ผลิตเป็นหลักอยู่ทางแถบ California รสชาติใกล้เคียงกับ Cheddar แต่เพี้ยนกับนิดหน่อยบอกไม่ถูกว่าต่างกันยังไง แต่ที่แน่ ๆ มักจะไม่ใส่สีให้เหลืองเหมือน Cheddar.  Monterry Jack นั้นจะเป็นสีขาว ส่วน Pepper Jack นั้นมีสีขาวปนสีแดงสีเขียวเพราะมีพริกผสมอยู่</p>
<p>มีอยู่ช่วงนึงที่ผมชอบชีสเหลวทานกับขนมปังมาก (Spreadable cheese wedge) ขายเป็นกล่องกระดาษข้างในแยกเป็นสามเหลี่ยมเล็ก ทานกับขนมปังร้อน ๆ อร่อย เพราะมีรสเปรี้ยวรสเค็มกำลังดี แต่ชีสแบบนี้เหนียวติดผนังลำไส้มากจึงไม่ควรทานเกินหนึ่งหรือสองก้อนต่อวัน และไม่ควรทานติดกันทุกวัน</p>
<p>มีอยู่ช่วงนึงที่อยากลงทานเนยแข็งแปลก ๆ บ้างก็เลยได้ความรู้เพิ่มขึ้นว่าเป็นอย่างไร</p>
<p>Comte&#8217; ชีสแบบนี้เหม็น นิ่ม ๆ และมีกลิ่นแบบที่ทำให้คนไทยไม่ชอบเนยแข็ง</p>
<p>Gruye&#8217;re เป็นชีสชั้นดีจากสวิสเซอร์แลน รสชาติฝาดกว่าเนยแข็งทั่วไป มีแคลเซียมสูง</p>
<p>Pecorino Romano อันนี้มาจากอิตาลี่ แข็ง ขาว ทำจากนมแกะ เค็มมากว่าชีสทั่วไป จึงทำให้กินเปล่า ๆ ไม่ค่อยได้ เห็นแขาว่าหลัก ๆ เอาไว้ในในพาสต้า หรือสลัด</p>
<p>Parmigiano-Reggiano หลายคนนับว่าเป็นสุดยอดของชีส ผมเห็นด้วย เป็นชีสที่แข็ง แต่ไม่เค็ม มีรสชาติเข้มข้น กินนิดเดียวก็รู้สึกอื่ม เปี่ยมไปด้วยคุณค่าอาหารจริง ๆ ผลิตด้วยวิธีโบราณและปราณีต เป็นมรดกทางอาหารของโลกอย่างหนึ่งทีเดียว</p>
<p>ผมชอบชีสที่ได้รับบ่มเป็นอย่างน้อย ุ6-9 เดือน ดีที่สุดที่ผมเคยกินคือสองปี ผมไม่คิดว่าชีสที่บ่มนานกว่านี้แต่ให้ความแตกต่างทางคุณค่าอาหาร ชีสที่ได้รับการบ่มเปิดโอกาสให้นมในชีสได้รับการย่อยสลายอย่างทั่วถึง เหลืออยู่แต่ชีสที่ย่อยง่าย จริง ๆ นอกจากนั้นยังเพิ่มความแข็งและรสชาติให้เข้มข้นขึ้นด้วย</p>
<p>ชีสนั้นถึงจะให้คุณค่าอาหารสูงโดยเฉพาะแคลเซียมและโปรตีน แต่ก็เป็นโปรตีนเข้มข้นไม่ควรกินเกินวันละ 10-20 gram เพราะจะทำให้ร่างกายเป็นกรดมากเกินไป</p>
<p>เนยแข็งไม่ใช่อาหารที่เหมาะสมสำหรับเมืองในอากาศร้อนอย่างประเทศไทย แต่ผมรวบรวมความรู้นี้ไว้เผื่อแผ่คนไทยที่อาจจะอยู่ต่างแดนในประเทศที่อุณหภูิมิเฉลี่ยเย็นกว่า 25 องศาเซลเซียสลงไป</p>
<p>นาน ๆ จะทานทีก็คงไม่เป็นไร หรือจะทานเป็นปานะเมื่อถือศีลแปดก็ได้</p>
<p>ไม่ควรทานเนยแข็งกับกับถั่วเปลือกเข็ง และเมล็ดต่าง ๆ เช่นแมคคาเดเนีย เมล็ดทานตะวันดิบ เพราะว่าย่อยกันแล้วจะเกิดก๊าซ</p>
<p>ในอเมริกา ผมมักจะซื้อจากร้าน Trader Joe เพราะมีให้เลือกเยอะ ถ้าจะซื้อชีสที่ค่อนข้างดีใน Walmart ลองยี่ห้อ Tilamook ดู ไม่ดีเท่า Cheese จากยุโรปแต่ก็ดีกว่า Kraft แน่นอน</p>
<p>ชีสดี ๆ นั้นน่ากิน ชีสทั่ว ๆ ไปนั้นไม่น่ากิน</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/cheese-that-i-know/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/cheese-that-i-know/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เริ่มต้นวันด้วยความหวานชื่น</title>
		<link>http://www.naimiang.com/starting-with-sweets/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/starting-with-sweets/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 May 2009 17:58:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การย่อย]]></category>
		<category><![CDATA[กิน]]></category>
		<category><![CDATA[ของหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเช้า]]></category>
		<category><![CDATA[เริ่มต้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=515</guid>
		<description><![CDATA[น้ำตาลเป็นอาหารที่ย่อยง่ายที่สุด กินเป็นอย่างแรกเลยนะดี จะได้ไม่ต้องไปแซงคิวอาหารอย่างอื่นที่ย่อยช้ากว่าทีหลัง <a href="http://www.naimiang.com/starting-with-sweets/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;Life is short, eat desert first.&#8221; ชีวิตนั้นสั้นนัก กินของหวานก่อนดีกว่า</p>
<p>วันนี้ผมกินของหวานตั้งแต่เช้า มีคนทักว่าข้าวไม่กิน กินขนมเลยหรือ ผมไ่ม่รู้จะตอบยังไง แต่คิดในใจว่าเคยได้ยินว่าคนจีนเขาเชื่อกันว่าในวันปีใหม่นั้นให้กินของหวานเป็นอย่างแรกของปี เพื่อจะได้มีปีที่ดีมีความหวานไปตลอดทั้งปี คิดในแง่สุขภาพแล้วก็ถูก เพื่อนที่เป็นอาจารย์สอนโยคะก็บอกว่าเราควรจะ<strong>กินของหวานเป็นอย่างแรกของมื้อจะทำให้ย่อยได้ง่ายกว่า </strong> เพราะน้ำตาลนั้นนั้นย่อยเร็วที่สุดโดนแค่น้ำย่อยในปาก (น้ำลาย) ก็เปลี่ยนเป็นน้ำตาลโมเลกุึลเดี่ยว ดูดซึมเข้าร่างกายได้ทันที ดังนั้นถ้าจะเรียงให้ถูกก็ควรกินของหวาน ผลไม้ ข้าว ถั่วและงา แล้วผักเป็นอย่างสุดท้าย โดยถ้าได้ผักดิบที่มีกลิ่นหอมช่วยดับกลิ่นก็จะดีมาก</p>
<p>อยากจะแซวกลับกับคนที่ทักที่ชอบดื่มกาแฟ ตอนเช้าว่า ถ้าอยากมีชีวิตที่หอมหวานแล้วเริ่มต้นวันด้วยความขมขื่นทำไม คิดไม่ทันจริง ๆ เขียนลงมาแล้วถ้าท่านใดจะยืมไปใช้ก็ตามสบาย</p>
<p>ขอให้มีวันที่หวานชื่นกันทุก ๆ คน</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/starting-with-sweets/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/starting-with-sweets/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งดอาหารสามชนิด สุขภาพดีขึ้นในสามวัน</title>
		<link>http://www.naimiang.com/avoid-three-kind-of-food-for-optimum-healt/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/avoid-three-kind-of-food-for-optimum-healt/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Apr 2009 20:39:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[มังสาวิรัติ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ไขมัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=464</guid>
		<description><![CDATA[อาหารสามชนิดในโลกยุคนี้ที่มักปนมากับสารเคมี
    * เนื้อสัตวนั้นมีโฮโมน สารกันบูด ยาปฎิชีวนะและยาฆ่าแมลงที่สัตว์ตัวนั้นกินสะสมมาในการเลี้ยงแบบอุตสาหกรรม
    * น้ำมันปรุงอาหาร ที่ขายและคนทั่วไปใช้นั้นมักจะเป็นแบบสะกัดด้วยสารเคมี และทำให้กึ่งอิ่มตัวไม่เหม็นหืน แต่จะค้างเป็นคราบในลำใส้เพราะย่อยไม่ไ้ด้
    * น้ำตาลขัดขาว นั้นฟอกด้วยสารเคมี ไม่มีสารอาหารเหลือ การจะย่อยน้ำตาลเหล่านี้จึงดูดวิตามินและเกลือแร่จากร่างกาย ทำให้อ่อนเพรียง่วงหงาวหาวนอน

หลีกเลี่ยงสามตัวนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อยากให้ลองทำดู <a href="http://www.naimiang.com/avoid-three-kind-of-food-for-optimum-healt/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อตอนที่ปฎิบัติธรรมที่วัดป่า ผมมีโอกาสได้กินอาหารที่คนมาถวายต่อจากพระ เผอิญตรงกันวันสำคัญทางศาสนาอาหารที่มาถวายจึงมีมาก วันแรก นั้นผมตักมากจนกินไม่หมด วันที่สองจึงบอกกับตัวเองว่าในเมื่อเรามีอาหารให้เลือกกินได้มากขนาดนี้เราน่าจะกินแต่อาหารที่ดีสุด ที่เหมาะกับการภาวนา จึงจะคุ้มกับอาหารที่คนมาถวายให้เราได้มีโอกาสปฎิบัติธรรม ผมบอกกับตัวเองว่าจะ<strong>งดอาหารสามชนิด</strong></p>
<ul>
<li><strong>เนื้อสัตว์ทุกชนิด</strong></li>
<li><strong>อาหารที่ใช้น้ำมันปรุงผ่านความร้อน</strong></li>
<li><strong>ของหวานที่ใช้น้ำตาลขัดขาว</strong></li>
</ul>
<p>โอ้โห แค่จำกัดสามอย่างนี่ผมผ่านกับข้าวไปประมาณหกสิบเปอร์เซนต์ทีเดียว จำได้ว่ากินหนักมาทาง ผักลวก เต้าหู้ ผักต้มในแกง น้ำพริก ผักดิบ ผลไม้ ยำ ส้มตำ ถั่ว ข้าว และน้ำสมุนไพร ต้องขอขอบคุณ ทุกท่านที่นำอาหารมาถวายวัดที่ทำให้ผมมีโอกาสเลือกกินได้อย่างสบาย</p>
<p>แต่ละวันนั้นสุขภาพดีขึ้นโดยลำดับ วันแรกนั้นยังปวดเมื่อยตัวเหมือนเดิม พอวันถัดมาก็ปวดเป็นจุด ๆ กลับบ้านมาแล้วก็ทำิต่ออีกหลายสิบวัน ร่างกายช่วงนั้นสะอาด เบาสบายดีมาก เจริญภาวนาได้มาก เนื่องจากเป็นช่วงปฎิบัติธรรมผมจึงกินอาหารไม่เกินเที่ยง และนั่งสมาธิวันเป็นชั่วโมงด้วย ซึ่งพิจารณาดูแล้วก็ช่วยได้อีกสองแรง แต่ถ้าสำหรับคนปรกติลองแค่นี้ดู ก็น่าจะรู้สึกถ่ายสบาย หายปวดเมื่อยได้ในสามวัน ลองดูนะครับ</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/avoid-three-kind-of-food-for-optimum-healt/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/avoid-three-kind-of-food-for-optimum-healt/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อธิบายอาหาร แม๊กซิกัน</title>
		<link>http://www.naimiang.com/mexican-food-explained/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/mexican-food-explained/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 Oct 2008 15:20:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ชีวิตในอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=263</guid>
		<description><![CDATA[คนไทยเราไม่ค่อยคุ้นเคยกับอาหารเม๊กซิกันเท่าไหร่ แต่ถ้าต้องมาอยู่ Southwest ในอเมริกาแล้วก็ต้องเจอแน่แน่ พอดีมีโอกาสได้ไปทบทวน วิชาอ่านเมนูอาหารแม๊กซิกัน ที่รัฐ New Mexico เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็เลยอยากจะบันทึกไว้ เผื่อว่ามีใครต้องเตรียมตัวไปกินอาหารเม็กซิกัน จะได้สั่งถูกว่าอะไรเป็นอะไรฺ 
 
<div id="attachment_267" class="wp-caption alignleft" style="width: 94px"><a href="http://www.naimiang.com/wp-content/uploads/2008/10/burito.jpg"><img class="size-full wp-image-267" title="burito" src="http://www.naimiang.com/wp-content/uploads/2008/10/burito.jpg" alt="burito" width="84" height="126" /></a><p class="wp-caption-text">burito</p></div> 
 
Taco ทาโก หรือ ตะโก๊ะ อันนี้รู้จัุกก่อนอย่างอื่น เป็นแผ่นแป้งข้าวโพดขนาดเล็ก ทำให้กรอบ แล้วใส่ใส้ตรงกลาง โค้งขึ้นมาพอดีมือแล้วกินได้เลย ไส้ีีที่ใส่ส่วนมากจะเป็น เนื้อบด ถ้าเป็นแบบอเมริกัน ตาม Taco Bell จะมีเนยแข็ง โรยหน้าด้วย 
 
Barito บาริโต้ หรือ บ่าริโตะ อันนี้รูปร่างเป็นดุ้น ๆ เป็นแป้งแผ่นใหญ่นุ่ม ห่อแล้วพับคล้ายโรตี แต่ใหญ่กว่าสักสองสามเท่า ตรงกลางใส่ไส้พวก ข้าว ถั่ว ถั่วบด เนื้อสับ ตามต้องการ 
 
Salsa เซาซ่า/เส้าซ่า เป็นน้ำจิ้ม หลักของอาหารเม็กซิกัน ทำจากมะเขือเทศ หัวหอม พริก เป็นพื้น <a href="http://www.naimiang.com/mexican-food-explained/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คนไทยเราไม่ค่อยคุ้นเคยกับอาหารเม๊กซิกันเท่าไหร่ แต่ถ้าต้องมาอยู่ Southwest ในอเมริกาแล้วก็ต้องเจอแน่แน่ พอดีมีโอกาสได้ไปทบทวน วิชาอ่านเมนูอาหารแม๊กซิกัน ที่รัฐ New Mexico เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็เลยอยากจะบันทึกไว้ เผื่อว่ามีใครต้องเตรียมตัวไปกินอาหารเม็กซิกัน จะได้สั่งถูกว่าอะไรเป็นอะไรฺ</p>
<div id="attachment_267" class="wp-caption alignleft" style="width: 94px"><a href="http://www.naimiang.com/wp-content/uploads/2008/10/burito.jpg"><img class="size-full wp-image-267" title="burito" src="http://www.naimiang.com/wp-content/uploads/2008/10/burito.jpg" alt="burito" width="84" height="126" /></a><p class="wp-caption-text">burito</p></div>
<p><strong>Taco </strong>ทาโก หรือ ตะโก๊ะ อันนี้รู้จัุกก่อนอย่างอื่น เป็นแผ่นแป้งข้าวโพดขนาดเล็ก ทำให้กรอบ แล้วใส่ใส้ตรงกลาง โค้งขึ้นมาพอดีมือแล้วกินได้เลย ไส้ีีที่ใส่ส่วนมากจะเป็น เนื้อบด ถ้าเป็นแบบอเมริกัน ตาม Taco Bell จะมีเนยแข็ง โรยหน้าด้วย</p>
<p><strong>Barito </strong>บาริโต้ หรือ บ่าริโตะ อันนี้รูปร่างเป็นดุ้น ๆ เป็นแป้งแผ่นใหญ่นุ่ม ห่อแล้วพับคล้ายโรตี แต่ใหญ่กว่าสักสองสามเท่า ตรงกลางใส่ไส้พวก ข้าว ถั่ว ถั่วบด เนื้อสับ ตามต้องการ</p>
<p><strong>Salsa </strong>เซาซ่า/เส้าซ่า เป็นน้ำจิ้ม หลักของอาหารเม็กซิกัน ทำจากมะเขือเทศ หัวหอม พริก เป็นพื้น รสชาติเปรี้ยว เผ็ด หวาน อาจจะโรยหน้าด้วยผักชี  กินตัดกับความเลี่ยนของถั่ว  เนื้อ และแป้ง</p>
<div id="attachment_270" class="wp-caption alignright" style="width: 220px"><a href="http://www.naimiang.com/wp-content/uploads/2008/10/salsa1.jpg"><img class="size-medium wp-image-270" title="salsa1" src="http://www.naimiang.com/wp-content/uploads/2008/10/salsa1-300x274.jpg" alt="salsa" width="210" height="192" /></a><p class="wp-caption-text">salsa</p></div>
<p><strong>Tortilas</strong> ตอติล่า คืือชื่อของแผ่นแป้ง ที่กินกับทุกอย่าง รูปร่างและรสชาติคล้ายแผ่นโรตี แต่ใหญ่กว่า</p>
<p><strong>Quesadilla</strong> คาซิเดีย คือแผ่นตอติล่า สองแผ่นทับกัน ตรงกลางใส่เนยแข็ง แล้วทำให้ร้อนจนเนยเหนียว อาจจะใส่เครื่องอย่างอื่นก็ได้ นึกเล่น ๆ ว่าเป็นเม็กซิกัน พิซซ่าก็ได้</p>
<p><strong>Fajita</strong> ฝ่าหิตะ  คือเนื้อย่าง  เป็นบาบีคิวแบบเม๊กซิกัีน  มักจะกินกับแผ่น ตอติล่า และ salsa และอื่น ๆ วิธีกินคล้ายแหนมเนือง คือมีแผ่นแป้ง ใส่เนื้อ เครื่องต่าง ๆ น้ำจิ้ม แล้วห่อกิน</p>
<p><strong>Guacamole</strong> ก๊วกกะโมลี่ เป็นน้ำจิ้ม ข้น สีเขียว ทำจาก อะโวคาโด เป็นหลัก ส่วนประกอบอื่น ๆ ก็มี กระเทียม มะเขือเทศ หัวหอม เกลือ</p>
<p><strong>Nacho </strong>นาโช คือการกินแป้งข้าวโพดกรอบ (chip) กัย เนยแข็งที่อุ่นร้อนจนเหลว</p>
<p><strong>Tamale</strong> ทามอลลี่  เป็นแป้งข้าวโพดก้อนนึ่ง ทำโดยนำแป้งข้าวโพดปั้นเป็นก้อนปรุงรส  แล้วห่อด้วยเปลือกข้าวโพด นำไปนึ่ง  มักมีสีเหลีองอ่อน</p>
<div id="attachment_269" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://www.naimiang.com/wp-content/uploads/2008/10/enchilada.jpg"><img class="size-medium wp-image-269" title="enchilada" src="http://www.naimiang.com/wp-content/uploads/2008/10/enchilada-300x225.jpg" alt="enchilada" width="300" height="225" /></a><p class="wp-caption-text">enchilada</p></div>
<p><strong>Enchilada</strong> เอนชิลาด้า คือแผ่นตอติล่า ห่อไส้ตรงกลาง แล้วลาดด้วยซอสพริก โรยเนยแข็ง มักกินกับถั่วเหลว (Fried bean) และข้าว ขอบอกว่าจานนี้จะออกมารูปร่างคล้ายอ้วกมาก กินแล้วเลี่ยนแต่เผ็ด</p>
<p><strong>Fried beans</strong> ถั่วเหลว คือถั่วพินโต้ ที่นำไปต้มจนนิ่มแล้วเอามาผัดกับน้ำมันหมูแต่งรสเค็ม  สีน้ำตาลอ่อน</p>
<p><strong>Posole</strong> โพโซ้เล่ ข้าวโพดพอง ข้าวโพดคั่วแล้วนำไปต้มจนพอง ออกมาเป็นเม็ด ขนาดประมาณเท่าเม็ดไข่มุก</p>
<p><strong>Chiles rellenos</strong> ซิลี่ เรลลีนอส พริกเขียวยัดไส้่ทอดกรอบ  รสชาติหวานเผ็ด คล้ายน้ำพริกหนุ่ม</p>
<p><strong>Sopaipillas</strong> โซไพพิลลาส นี้คือ แป้งทอด คล้ายอิ่วจาก้วย หรือปาท่องโก๋หวานบ้านเรา แต่เป็นสี่เหลี่ยม กินกับเนย และน้ำหวาน</p>
<p><strong>Flan</strong> แฟรน ขนมคาสตาสหวานสีเหลือง คล้าย แคนบูเล ของยุโรป</p>
<p><strong>Horchata </strong>ฮอชะตะ เครื่องดื่มหวานทำจาก ข้าว หรือ Almond ดื่มร้อน ๆ เป็นอาหารเช้า สีน้ำตาลอ่อนขุ่น</p>
<div id="attachment_268" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://www.naimiang.com/wp-content/uploads/2008/10/quesedillas.jpg"><img class="size-medium wp-image-268" title="quesedillas" src="http://www.naimiang.com/wp-content/uploads/2008/10/quesedillas-300x195.jpg" alt="quesedillas" width="300" height="195" /></a><p class="wp-caption-text">quesedillas</p></div>
<p><strong>Carne</strong> แปลว่าเนื้อวัว เช่น Carne Asada Barito ก็คือบาริโต้ ไส้เนื้อย่าง</p>
<p><strong>Carnitas</strong> หมูหวานฉีกฝอย ไม่แห้ง มักมีสีแดง</p>
<p><strong>Jalapeño</strong> ฮาลาพีิโน่ คือพริกสีเขียวที่ค่อนข้างเผ็ด เทียบได้กับพริกชี้ฟ้าของไทย</p>
<p><strong>Chipotle</strong> ชิโพเล่ คือพริกแดงคั่ว มีกลิ่นหอมของพริกคั่ว</p>
<p><strong>Jícama</strong> ฮิคามะ ก็คือมันแกวนั่นเอง</p>
<p><strong>Tequila</strong> ทาคีล่า เป็นเหล้า ที่ทำจากน้ำตาลต้น Agave อากาเว้ เวลาผสมกับน้ำหวานปั่น เรียกว่า <strong>margaritas </strong>มาการิต้า</p>
<p>ไหน ๆ ก็พูดเรื่องอาหารเม็กซิกัน แล้วก็ขอแถมภาษาแม็กซิกันหรือ Spanish ไปด้วย ซักสองสามคำ<br />
Casa คาซา แปลว่า บ้าน<br />
Casita คาซิตะ แปลว่า บ้านหลังเล็ก ซึ่งแยกออกจากตัวบ้านหลัก สำหรับแขกมากพัก<br />
Amigo อามิโกะ แปลว่า เพื่อน<br />
Garcia กราเซีย ขอบคุณ (ภาษานี้เขากระดกลิ้นแบบคนไทยด้วย)<br />
Adios อาดิโอส ลาก่อน<br />
nada นาดา ไม่มี</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/mexican-food-explained/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/mexican-food-explained/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาหารจากทะเล และภูเขา แกงจืดสาหร่ายเห็ดหอม</title>
		<link>http://www.naimiang.com/food-from-the-ocean-and-mountain/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/food-from-the-ocean-and-mountain/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Sep 2008 21:48:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=206</guid>
		<description><![CDATA[อยู่มาวันหนึ่ง (ก็หลายปีแล้ว) ผมก็พบว่าเส้นผมสีขาวเริ่มขึ้นประปราย หลัง ๆ เลยมาคิดเล่น ๆ ว่าที่ผมเราขึ้นเป็นสีขาวคงจะเพราะว่าเรากินอาหารสีดำไม่พอ หาไปหามาอาหารสีดำนี่ไม่ค่อยจะมีจริง ๆ ก็เลยเริ่มค้นหา เริ่มจากถั่วดำ ก็กินแป๊ปเดียวก็เบื่อ ข้าวดำก็ไม่รู้จะกินกับอะไร ไป ๆ มา ๆ ก็เจอสาหร่ายกับเห็ดหอมนี่แหละที่กินได้ไม่เบื่อ 
 
สาเหตุหลัีกอีกอย่างที่พยายามกินสาหร่ายก็เพราะเป็นอาหารที่ให้แร่ธาุตุที่มาจากทะเล โดยจะเฉพาะไอโอดีน ซึ่งอาจจะไม่มีมากในพืชบนดิน กินกับเห็ดหอมป่า ทำเป็นแกงจืดเข้าักันจริง แต่ท้ายสุดแล้วก็อดกินกับวุ้นเส้นสีขาวไม่ได้ 
 
ดินในป่าและทะเลที่ไม่ได้ปลูกพืชเชิงพาณิชย์นั้นมีสารอาหารหลากหลาย ที่ให้รสชาติซับซ้อนแบบดั้งเดิมที่มนุษย์กินกันมานาน เป็นความอร่อยที่อาหารจากโรงงานไม่มี ถ้ามีโอกาสก็ลองหาชิมดู <a href="http://www.naimiang.com/food-from-the-ocean-and-mountain/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อยู่มาวันหนึ่ง (ก็หลายปีแล้ว) ผมก็พบว่าเส้นผมสีขาวเริ่มขึ้นประปราย หลัง ๆ เลยมาคิดเล่น ๆ ว่าที่ผมเราขึ้นเป็นสีขาวคงจะเพราะว่าเรากินอาหารสีดำไม่พอ หาไปหามาอาหารสีดำนี่ไม่ค่อยจะมีจริง ๆ ก็เลยเริ่มค้นหา เริ่มจากถั่วดำ ก็กินแป๊ปเดียวก็เบื่อ ข้าวดำก็ไม่รู้จะกินกับอะไร ไป ๆ มา ๆ ก็เจอสาหร่ายกับเห็ดหอมนี่แหละที่กินได้ไม่เบื่อ</p>
<p>สาเหตุหลัีกอีกอย่างที่พยายามกินสาหร่ายก็เพราะเป็นอาหารที่ให้แร่ธาุตุที่มาจากทะเล โดยจะเฉพาะไอโอดีน ซึ่งอาจจะไม่มีมากในพืชบนดิน กินกับเห็ดหอมป่า ทำเป็นแกงจืดเข้าักันจริง แต่ท้ายสุดแล้วก็อดกินกับวุ้นเส้นสีขาวไม่ได้</p>
<p>ดินในป่าและทะเลที่ไม่ได้ปลูกพืชเชิงพาณิชย์นั้นมีสารอาหารหลากหลาย ที่ให้รสชาติซับซ้อนแบบดั้งเดิมที่มนุษย์กินกันมานาน เป็นความอร่อยที่อาหารจากโรงงานไม่มี ถ้ามีโอกาสก็ลองหาชิมดู</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/food-from-the-ocean-and-mountain/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/food-from-the-ocean-and-mountain/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โปรดหลีกเลี่ยงพลาสติกและโฟมในการบรรจุอาหารร้อน</title>
		<link>http://www.naimiang.com/avoid-foam-and-plastic-container/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/avoid-foam-and-plastic-container/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 31 Aug 2008 15:21:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=169</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากเจอกรณี<a href="http://www.naimiang.com/bitternesss-in-mounth-when-wake-up/#comment-9">น้ำเต้าหู้ทำให้ปากขม</a>แล้ว ผมก็คิดได้ว่าความสะดวกสบายสมัยใหม่นำมาซึ่งความเสื่อมโทรมทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พร้อมๆ กัน ย้อนนึกไปตอนโน้นก็เคยปากขมติดกันหลายวันเพราะกินอาหารจีนจานด่วนบรรจุโฟม เหมือน ๆ กับธรรมชาติเขาลงโทษผู้ที่ทำลายธรรมชาติ เราใช้กล่องโฟมเพียงครั้งเดียวก็ทิ้ง ย่อยสลายไม่ได้เป็นร้อยปี ธรรมชาติก็ลงโทษเราโดยทำให้เราได้รับสารปนเปื้อนจากโฟมจะได้เสียสุขภาพ แล้วก็อายุสั้นลงไม่อยู่ทำลายธรรมชาตินาน 
 
ถ้าไม่ใช้พลาสติกหรือโฟมบรรจุอาหารแล้วเราจะมีทางเลือกอย่างไรบ้าง ลองวิธีเหล่านี้ดูเท่าที่ทำได้ 
 
๑) นำภาชนะบรรจุที่เป็นกระเบื้อง แก้ว สแตนเลส หรือกระดาษ จากบ้านไปใส่อาหาร เช่นนำถ้วยจากบ้านไปซื้อน้ำเต้าหู้ เอาปิ่นโตจากบ้านไปใส่กับข้าวที่ซื้อในตลาด 
 
๒) เลือกซื้อบรรจุภัณท์ในขวดแก้วแทนขวดพาสติก เมื่อใช้หมดแล้วก็นำขวดแก้วมาใช้ใหม่ นำไปคืนที่ร้าน รีไซเคิลหรือยกให้พวกรับซื้อของชั่งกิโล โอกาสที่เขาจะนำไปใช้ใหม่มีสูง 
 
๓) กินอาหารสำเร็จรูปให้น้อยลง ทำอาหารเองมากขึ้น 
 
๔) กินอาหารที่ร้านแล้วไม่ต้องซื้อกลับบ้าน อาหารหลายอย่างถ้ากินที่ร้านเขาก็จะตักใส่ให้ในจานหรือชามกระเบื้อง กินเสร็จตรงนั้นเลย ไม่ต้องใส่ถุงพลาสติกกลับบ้าน ไม่ต้องซื้อไปเผื่อใคร 
 
นอกจากนี้ถ้าเราสามารถนำถุงผ้าติดตัวไปเวลาซื้อของ ก็จะไม่สิ้นเปลืองถุงพลาสติก ก็จะช่วยให้การบรรเทาปัญหาโลกร้อนได้อีกวิธีหนึ่ง ถุงพลาสติกสภาพดีไม่ต้องทิ้ง สะสมที่บ้านเมื่อได้เยอะแล้ว ก็เอายกไปให้พวกพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย เขามีโอกาสมากกว่าเราที่นำถุงพาสติกเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่ อย่างน้อยก็ให้มันได้ใช้คุ้มที่สุดก่อนจะถูกทิ้งไป <a href="http://www.naimiang.com/avoid-foam-and-plastic-container/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากเจอกรณี<a href="http://www.naimiang.com/bitternesss-in-mounth-when-wake-up/#comment-9">น้ำเต้าหู้ทำให้ปากขม</a>แล้ว ผมก็คิดได้ว่าความสะดวกสบายสมัยใหม่นำมาซึ่งความเสื่อมโทรมทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พร้อมๆ กัน ย้อนนึกไปตอนโน้นก็เคยปากขมติดกันหลายวันเพราะกินอาหารจีนจานด่วนบรรจุโฟม เหมือน ๆ กับธรรมชาติเขาลงโทษผู้ที่ทำลายธรรมชาติ เราใช้กล่องโฟมเพียงครั้งเดียวก็ทิ้ง ย่อยสลายไม่ได้เป็นร้อยปี ธรรมชาติก็ลงโทษเราโดยทำให้เราได้รับสารปนเปื้อนจากโฟมจะได้เสียสุขภาพ แล้วก็อายุสั้นลงไม่อยู่ทำลายธรรมชาตินาน</p>
<p>ถ้าไม่ใช้พลาสติกหรือโฟมบรรจุอาหารแล้วเราจะมีทางเลือกอย่างไรบ้าง ลองวิธีเหล่านี้ดูเท่าที่ทำได้</p>
<p>๑) นำภาชนะบรรจุที่เป็นกระเบื้อง แก้ว สแตนเลส หรือกระดาษ จากบ้านไปใส่อาหาร เช่นนำถ้วยจากบ้านไปซื้อน้ำเต้าหู้ เอาปิ่นโตจากบ้านไปใส่กับข้าวที่ซื้อในตลาด</p>
<p>๒) เลือกซื้อบรรจุภัณท์ในขวดแก้วแทนขวดพาสติก เมื่อใช้หมดแล้วก็นำขวดแก้วมาใช้ใหม่ นำไปคืนที่ร้าน รีไซเคิลหรือยกให้พวกรับซื้อของชั่งกิโล โอกาสที่เขาจะนำไปใช้ใหม่มีสูง</p>
<p>๓) กินอาหารสำเร็จรูปให้น้อยลง ทำอาหารเองมากขึ้น</p>
<p>๔) กินอาหารที่ร้านแล้วไม่ต้องซื้อกลับบ้าน อาหารหลายอย่างถ้ากินที่ร้านเขาก็จะตักใส่ให้ในจานหรือชามกระเบื้อง กินเสร็จตรงนั้นเลย ไม่ต้องใส่ถุงพลาสติกกลับบ้าน ไม่ต้องซื้อไปเผื่อใคร</p>
<p>นอกจากนี้ถ้าเราสามารถนำถุงผ้าติดตัวไปเวลาซื้อของ ก็จะไม่สิ้นเปลืองถุงพลาสติก ก็จะช่วยให้การบรรเทาปัญหาโลกร้อนได้อีกวิธีหนึ่ง ถุงพลาสติกสภาพดีไม่ต้องทิ้ง สะสมที่บ้านเมื่อได้เยอะแล้ว ก็เอายกไปให้พวกพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย เขามีโอกาสมากกว่าเราที่นำถุงพาสติกเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่ อย่างน้อยก็ให้มันได้ใช้คุ้มที่สุดก่อนจะถูกทิ้งไป</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/avoid-foam-and-plastic-container/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/avoid-foam-and-plastic-container/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำไมวัวกินแต่หญ้าแต่ตัวใหญ่ มีนมให้กินได้</title>
		<link>http://www.naimiang.com/cow-only-eat-green/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/cow-only-eat-green/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Jul 2008 17:42:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=87</guid>
		<description><![CDATA[ก็เพราะหญ้าและผักทั้งหลายนั้นมีโปรตีนและไขมันเป็นสารอาหารหลัก แม้จะมีเป็นสัดส่วนไม่มาก กินมาก ๆ เข้า ก็ได้เต็มความต้องการ 
 
ดูตัวอย่าง<a href="http://www.nutritiondata.com/facts/vegetables-and-vegetable-products/2371/2">กะหล่ำปลีดิบ </a> เป็นโปรตีนสิบสองเปอร์เซนต์ ไขมันสามเปอร์เซนต์ ที่เหลือเป็นคาโบไฮเดรดอีกแปดสิบห้าเปอร์เซนต์ กินไปเกือบร้อยกรัมได้้โปรตีนไปเพียงหนึ่งกรัม แต่ได้วิตามินซี ไปห้าสิบสี่เปอร์เซนต์ที่ควรได้ต่อวันแล้ว 
 
วัวนั้นมีน้ำย่อยที่ไม่เหมือนคนสามารถย่อยหญ้าได้ จึงได้โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรดจากหญ้าได้ วันนึงต้องกินเยอะ และดูดซึมเต็มที่ โดยการออกกำลังกายและตากแดด วัวจึงตัวใหญ่ และมีนมได้แม้ว่าจะกินแต่หญ้า 
 
เด็ก ๆ และผู้ใหญ่จึงควรกินผัก เพราะนอกจากจะได้โปรตีนและไขมันแล้ว ยังได้วิตามินด้วย <a href="http://www.naimiang.com/cow-only-eat-green/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ก็เพราะหญ้าและผักทั้งหลายนั้นมีโปรตีนและไขมันเป็นสารอาหารหลัก แม้จะมีเป็นสัดส่วนไม่มาก กินมาก ๆ เข้า ก็ได้เต็มความต้องการ</p>
<p>ดูตัวอย่าง<a href="http://www.nutritiondata.com/facts/vegetables-and-vegetable-products/2371/2">กะหล่ำปลีดิบ </a> เป็นโปรตีนสิบสองเปอร์เซนต์ ไขมันสามเปอร์เซนต์ ที่เหลือเป็นคาโบไฮเดรดอีกแปดสิบห้าเปอร์เซนต์ กินไปเกือบร้อยกรัมได้้โปรตีนไปเพียงหนึ่งกรัม แต่ได้วิตามินซี ไปห้าสิบสี่เปอร์เซนต์ที่ควรได้ต่อวันแล้ว</p>
<p>วัวนั้นมีน้ำย่อยที่ไม่เหมือนคนสามารถย่อยหญ้าได้ จึงได้โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรดจากหญ้าได้ วันนึงต้องกินเยอะ และดูดซึมเต็มที่ โดยการออกกำลังกายและตากแดด วัวจึงตัวใหญ่ และมีนมได้แม้ว่าจะกินแต่หญ้า</p>
<p>เด็ก ๆ และผู้ใหญ่จึงควรกินผัก เพราะนอกจากจะได้โปรตีนและไขมันแล้ว ยังได้วิตามินด้วย</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/cow-only-eat-green/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/cow-only-eat-green/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

