<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นายเมี่ยงขอบอก &#187; wireless</title>
	<atom:link href="http://www.naimiang.com/tag/wireless/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.naimiang.com</link>
	<description>เท่าทันโลกทุนนิยม เพิ่มพูนภูมิปัญญาไทย</description>
	<lastBuildDate>Thu, 02 Feb 2012 13:12:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
	<div id='fb-root'></div>
					<script>
						window.fbAsyncInit = function()
						{
							FB.init({appId: null, status: true, cookie: true, xfbml: true});
						};
						(function()
						{
							var e = document.createElement('script'); e.async = true;
							e.src = document.location.protocol + '//connect.facebook.net/en_US/all.js';
							document.getElementById('fb-root').appendChild(e);
						}());
					</script>	
						<item>
		<title>เลือกซื้อ Wireless router/AP</title>
		<link>http://www.naimiang.com/chosing-wireless-router/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/chosing-wireless-router/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Jul 2009 17:48:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฉลาดซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[router]]></category>
		<category><![CDATA[wireless]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=549</guid>
		<description><![CDATA[ปัญหาที่คนมักจะเจอกับ wireless router ก็คือ สัญญาไม่แรง (weak signal) ต่อแล้วติด ๆ หลุด ๆ เล่นเวบได้บ้างไม่ได้บ้าง (packages drop) หรือ เครื่องค้างต้องถอดปลั๊กแล้วเสียบใหม่ ถ้าเลือกเครื่องดีตั้งแต่ต้นปัญหาพวกนี้ก็ไม่รุนแรง เครื่องดี ๆ นั้นเราติดตั้งหนเดียวแล้วก็ลืมไปเลยว่ามันทำงานยังไง รู้แต่ว่าเปิดเครื่องก็ใช้ได้
<a href="http://www.tkqlhce.com/click-3061531-10440557" target="_top">
<img src="http://www.lduhtrp.net/image-3061531-10440557" width="468" height="60" alt="Once You Know, You Newegg" border="0"/></a> <a href="http://www.naimiang.com/chosing-wireless-router/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">เผลอแป๊บเดียว เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็มี เนตความเร็วสูง (highspeed internet) แล้ว แล้วเราก็อยากจะใช้เนตโดยไม่ต้องต่อสายให้พะรุงพะรังซะด้วย การเชื่อมต่อแบบไร้สาย( wireless networking)ก็เลยตามมาด้วยโดยปริยาย หัวใจของการต่อคอมฯให้ใช้อินเตอร์เนตแบบไร้สายตามบ้านนั้นก็คือ wireless router ซึ่งทำงานเป็นทั้ง router และ wireless Access Point (AP) พร้อม ๆ กัน บางรุ่นก็เบิ้น ทำหน้าที่เป็น modem, เป็น printer server, หรือแม้กระทั่ง NAS (Network Attached Storage)/ File server ได้เสียอีกต่างหาก แต่วันนี้เรามาเน้น ๆ ตัวที่คนใช้กันมากที่สุดก็คือ wireless router ธรรมดา ที่มีรูให้จิ้ม สี่บวกหนึ่ง รวมเป็นห้ารู แล้วก็จะมีเสาอากาศ หรือไม่มีก็แล้วแต่ แต่ว่าต่อแบบไร้สายได้ด้วย</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ตัวที่นิยมที่สุดในตอนนี้  (กลางปี 2009) ก็คงหนีไม่พ้น Linksys WRT54GL เพราะว่าลงตัว เร็วพอควร กำลังแข็งแรง ขยับขยายไปใช้ open source firmware พวก DD-WRT หรือ tomato ได้ด้วย ก็ถ้าไม่อยากคิดอะไรมาก ก็ซื้อ Linksys ตัวนี้ Buffalo WHR-HP-G54 ,  ASUS WL-520gU หรือ ASUS WL-500g Premium (32/8) ตัวใดตัวหนึ่งแล้วมาเปลี่ยน firmware เป็น Tomato ละก็รับรองไม่ผิดหวัง แต่ถ้าไม่อยากยุ่งเรื่อง firmware ก็ใช้พวก Netgear นี่แหละดี เพราะใช้ง่ายติดตั้งสบาย ๆ</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ปัญหาที่คนมักจะเจอกับ wireless router ก็คือ สัญญาไม่แรง (weak signal) ต่อแล้วติด ๆ หลุด ๆ เล่นเวบได้บ้างไม่ได้บ้าง (packages drop) หรือ เครื่องค้างต้องถอดปลั๊กแล้วเสียบใหม่ ถ้าเลือกเครื่องดีตั้งแต่ต้นปัญหาพวกนี้ก็ไม่รุนแรง เครื่องดี ๆ นั้นเราติดตั้งหนเดียวแล้วก็ลืมไปเลยว่ามันทำงานยังไง รู้แต่ว่าเปิดเครื่องก็ใช้ได้</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ปัญหาเรื่อง ติด ๆ หลุด ๆ นั้นบางทีไม่รุ่นแรงมากแค่เปลี่ยน firmware ก็แก้ได้แล้ว แต่บางรุ่นก็ออกแบบมาไม่ดีแต่ต้นมี memory จำกัดมาก (แค่ 8 megabytes) พอต่อหลาย ๆ เครื่อง download เยอะ ๆ โดยเฉพาะพวด bittorrent เครื่องทำงานไม่ทัน ข้อมูลก็หล่น ๆ หาย ๆ ไปเป็นธรรมดา บางทีทำงานไม่ทันเครื่องก็ประท้วงหยุดงานเสียอีกต่างหาก ค้างไปเสียเฉย ๆ ต้องไปถอดปลั๊กให้มัน reboot เริ่มทำงานใหม่ เครื่องถูก ๆ นั้นก็ใช้อุปกรณ์ราคาถูก ๆ เป็นธรรมดา การต่อเชื่อมสัญญาบางรุ่นจึงอ่อน ใช้รับส่งไกล ๆ ไม่ได้ ทำเอาหลายคนหงุดหงิด</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">เอ แล้วเราควรจะเลือกเครื่อง ยังไงเพื่อจะไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ ก่อนอื่นเราต้องมากเข้าใจส่วนประกอบของ wireless router กันก่อน</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">Wireless router นั้นมีส่วนประกอบหลัก ๆ สองส่วน ส่วนหนึ่งคือ mainboard หรือ routerboard ที่ทำหน้าที่เป็น router ที่คิดส่งข้อมูลว่าควรจะไปทางไหนต่อ กับอีกส่วนหนึ่งคือ Wireless module ที่ทำหน้าที่รับส่งสัญญาณวิทยุและถอดรหัส (WEP, WPA)</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ตัว router นั้นเป็นตัวคิดว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้นต้องส่งต่อไปไหน เช่นไปเครื่องอีกเครื่องหนึ่งในบ้าน หรือส่งต่อไป internet. ถ้ารับข้อมูลมาจาก net ต้องส่งต่อไปเครื่องไหน เครื่อง router นั้นเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องหนี่ง จะทำงานได้เร็วก็ต้องมี CPU เร็ว ๆ และทำงานได้มากถ้ามี memory เยอะ ๆ เครื่องรุ่นที่ขายให้ใช้ตามบ้านนั้นมักจะมี memory 8-32 megabytes. และ CPU ความเร็วประมาณ 125-240 MHz เครื่องระดับกลาง ๆ ที่ผมแนะนำข้างต้นมี memory 16  Meg และมี CPU 200 MHz. ก็เร็วประมาณเครื่อง 80386, 80486 ในสมัยโน้นได้ ซึ่งเท่านั้นพอเพียงกับการใช้งานตามบ้านทั่วไป แต่ถ้าเป็นตาม office ต่อเชื่อมเครื่องมากกว่า 5 เครื่อง อาจจะต้องการสเปกที่สูงกว่านี้ ถ้าใช้เครื่องความเร็วต่ำหน่วยความจำน้อยมาต่อเชื่อมกับเครื่องหลาย ๆ เครื่องพร้อมกันมันก็ทำงานไม่ทันส่งข้อมูลตก ๆ หล่น ๆ หยุด ๆ ค้าง ๆ อย่างที่เป็นปัญหาข้างต้นนั่นแหละ (อีกประการหนึ่งคือโปรแกรม Firmware เขียนมาไม่ดีบริหารทรัพยกรไม่เต็มที่ก็มีปัญหาได้)</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ตัว wireless module หรือ Acess Point นั้นกำหนดความเร็วในการต่อเชื่อมแบบไร้สายจากเครื่องคอมฯ มาที่ router ตัวนี้จะกำหนดว่าเราเชื่อมต่อด้วยมาตรฐานแบบไหน เช่น  b, g หรือ N (802.11b, 802.11g, 802.11n) สามารถเข้ารหัสถอดรหัสจำพวกไหนได้บ้างอย่างเบสิค WEP 64 bit, 128 bit หรือแข็งหน่อย WPA-PSK หรือแข็งสุดอย่าง WPA2 (WPA-AES) การเข้ารหัสนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เพื่อนบ้านดี ๆ หรือกลุ่มผู้ร้ายเข้ามาร่วมการใช้งานเนตกับเรา</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">มาตรฐานการเชื่อมต่อนี้ ก็จะกำหนดความเร็วไว้ด้วยว่าเราต่อกับ router ได้เร็วแค่ไหน (เป็นความเร็วคนละตัวว่าต่อเข้าอินเตอร์เนตได้เร็วแค่ไหน) มาตรฐาน 802.11b นั้นเร็วสุดที่ 11 Mb/s, 802.11g นั้น 54 Mb/s ส่วนมาตรฐาน N ที่พึ่งมาใหม่นั้นให้ไปลองเปิดหาดูเป็นการบ้านว่าเร็วแค่ไหน บางรุ่นแม้จะเป็น g แต่ก็โฆษณาว่าเร็ว 108 Mb/s ได้ถ้าใช้อุปกรณ์ยี่ห้อของเขา รุ่นบางรุ่นบอกว่าใช้ MIMO technology ก็อย่าพึ่งเข้าใช้ผิดว่าเป็นปลาการ์ตูน Nemo.  MIMO นั้นหมายถึงว่าเขาใช้สัญญาณวิทยุสื่อสารสองช่อง รับช่อง ส่งช่อง เพื่อให้มันเร็วขึ้น แล้วก็รับส่งได้ไกลขึ้น บางรุ่น ก็บอกว่าเป็น pre N หรือ Draft N แล้วก็บอกว่าเร็วเท่านั้นเท่านี้ ก็เป็น technology ที่ยังไม่ลงตัว ผมไม่สนใจมันเท่าไหร่เพราะอีกแปีปเดียวก็เปลี่ยนอีก รอตอนมาตรฐานออกแท้ ๆ เลยจะดีกว่า โดยส่วนตัวผมใช้แค่ b กับ g เพราะแค่  b ก็เร็วเกินกว่า highspeed internet ที่ผมซื้อจาก ISP แล้ว</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">แต่ก็นั่นแหละถึง wireless เร็วแค่ไหนถ้า router ช้ามันก็ติดขัดอยู่ดี ก็ต้องเลือกที่มันสมดุลกัน ถ้ารู้ลักษณะการใช้งานของเราด้วยจะดีมากเช่นถ้าใช้อยู่คนเดียวเครื่องเดียว ต่อเนตความเร็วไม่สูงมาก (ช้ากว่า 1 Mb/s) รุ่นถูก ๆ ก็ทำงานทัน แต่ถ้าเป็นพวกเล่นเกมส์ออนลาย หรือ ดาวโลดกระจุย อาจต้องลงทุนซื้อเครื่องหรูหน่อย อาจต้องหารุ่นที่ CPU เร็วหน่อย มี memory มากหน่อยแต่ก็นั่นแหละ spec พวกนี้เขาไม่ค่อยจะบอกกัน</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">พูดถึง spec แล้วก็มาดูกันว่า spec แท้ ๆ ที่เราควรจะดูตอนเลือกซื้อนั้นมีอะไรบ้าง</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">Spec ของ router</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ก็เหมือนเลือกเครื่องคอมเลย ก็ดูว่าเป็น CPU หรือ chipset ของใคร ดูเหมือนว่าที่นิยมที่สุดตอนนี้คือ Broadcom กับ Atheros ความเร็วไม่หนีกันมากประมาณ 200 MHz</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">Memory &#8211; memory นั้นมาสองส่วน ส่วนที่เป็น Dynamic RAM หรือ SDRAM นั้นควรจะมี16 Mbytes ขึ้นไป ส่วน Flash memory ที่ใช้เก็บ firmware นั้นไม่เกี่ยวข้องกับความเร็วแค่กำหนดว่าบรรจุ firmware มี feature ได้แค่ไหน ถ้าเปรียบเทียบกับเครื่องคอมก็มองว่า Flash memory นั้นเหมือนเป็น Harddisk เก็บโปรแกรมก็แล้วกัน ใช้งานตามบ้านเรือนนั้น  4 M ก็พอ แต่ถ้าเป็นบริษัทมี VPN หรืออะไรอย่างอื่นซับซ้อน 8 M หรือมากกว่าจะปลอดภัยกว่า</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">Spec ของ wireless</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">โดยทั่วไปคนก็จะรู้ว่าเป็นมาตรฐานอะไร รับส่งได้เร็วแค่ไหน และเข้ารหัสแบบใดได้บ้าง แต่ spec ที่จะบอกว่ามันรับส่งสัญญาณได้ดีนั้นมักจะบอกแค่ว่ามีความแรงสัญญาณเท่าไหร่ เช่น 18 Db หรือใช้ไฟเท่าไหร่ เช่น 200mW เสปคที่มักจะถูกมองข้ามไปคือความไวในการรับสัญญาณ (RX sensitivity) ซึ่งสำคัญมากสำหรับ AP เพราะตัว AP นั้นมักจะส่งแรงเพียงพอแต่ laptop นั้นมักจะส่งไม่ค่อยแรง สเปกของ Sensitity จะเป็นค่าติดลบ ยิ่งมากยิ่งดี เช่น -93 db</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">เครื่อง Wireless router ที่จะใช้งานแบบการค้า เช่นตามโรงแรมหรือ หอพักนั้น Spec ต้องสูงกว่าที่ใช้ตามบ้าน ถ้าอยากเห็น Spec แบบ Commercial ให้ลองดู  Mikro Tik หรือ Ubiquiti แบบเล็กลงมาหน่อยก็ Netgear Prosafe, หรือ Cisco small business</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ข้อคิดเพิ่มเติม</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ยิ่ง Internet เร็วแค่ไหนยิ่งต้องการ CPU เร็ว ๆ ยิ่งโหลดบิดเยอะแค่ไหนยิ่งต้องการ memory เยอะ ๆ</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">สัญญาณการต่อเชื่อมแบบไร้สายจะดีต้องดูทั้งสองอย่าง คือพลังในการส่งแรง ความไวในการรับรับสัญญานอ่อน ๆ ได้</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">Firmware ของ router ก็เหมือน software ทั้งหลายถ้าเขียนดี ๆ การทำงานก็จะเสถียรใช้ทรัพยกรประหยัดคุ้มค่า</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">ถ้าอยากให้มันอยู่ทนมาก ๆ เลือกตัวถังที่เป็นโลหะน่าจะดีกว่าเพราะระบายความร้อนได้ดี</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">รุ่นที่ใช้งานจริงจังบางรุ่น สามารถรับไฟได้สองทาง จะเสียบผ่านหม้อแปลงเหมือนปรกติก็ได้ จะส่งกระแสไฟฟ้าผ่านสายสัญญาณ ethernet (CAT5, RJ45) ก็ได้ เขาเรียกว่า POE มีประโยชน์มากกับเครื่องที่ติดตั้งนอกอาคาร</div>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 120px; width: 1px; height: 1px; overflow-x: hidden; overflow-y: hidden;">จะติดตั้งให้ได้สัญญาณดีที่สุดให้ติดสูงกลางห้อง ติดเป็นแบบเครื่องตรวจจับควันไฟอย่างนั้นเลยก็เท่ดี</div>
<p>เผลอแป๊บเดียว เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็มี เนตความเร็วสูง (highspeed internet) แล้ว แล้วเราก็อยากจะใช้เนตโดยไม่ต้องต่อสายให้พะรุงพะรังซะด้วย การเชื่อมต่อแบบไร้สาย( wireless networking)ก็เลยตามมาด้วยโดยปริยาย</p>
<p>หัวใจของการต่อคอมฯให้ใช้อินเตอร์เนตแบบไร้สายตามบ้านนั้นก็คือ wireless router ซึ่งทำงานเป็นทั้ง router และ wireless Access Point (AP) พร้อม ๆ กัน บางรุ่นก็เบิ้น ทำหน้าที่เป็น modem, เป็น printer server, หรือแม้กระทั่ง NAS (Network Attached Storage)/ File server ได้เสียอีกต่างหาก แต่วันนี้เรามาเน้น ๆ ตัวที่คนใช้กันมากที่สุดก็คือ wireless router ธรรมดา ที่มีรูให้จิ้ม สี่บวกหนึ่ง รวมเป็นห้ารู แล้วก็จะมีเสาอากาศ หรือไม่มีก็แล้วแต่ แต่ว่าต่อแบบไร้สายได้ด้วย</p>
<p>ตัวที่นิยมที่สุดในตอนนี้  (กลางปี 2009) ก็คงหนีไม่พ้น Linksys WRT54GL เพราะว่าลงตัว เร็วพอควร กำลังแข็งแรง ขยับขยายไปใช้ open source firmware พวก DD-WRT หรือ tomato ได้ด้วย ก็ถ้าไม่อยากคิดอะไรมาก ก็ซื้อ Linksys ตัวนี้ Buffalo WHR-HP-G54 ,  ASUS WL-520gU หรือ ASUS WL-500g Premium (32/8) ตัวใดตัวหนึ่งแล้วมาเปลี่ยน firmware เป็น <a href="http://www.polarcloud.com/tomato">Tomato </a>ละก็รับรองไม่ผิดหวัง แต่ถ้าไม่อยากยุ่งเรื่อง firmware ก็ใช้พวก Netgear นี่แหละดี เพราะใช้ง่ายติดตั้งสบาย ๆ</p>
<p>ปัญหาที่คนมักจะเจอกับ wireless router ก็คือ สัญญาไม่แรง (weak signal) ต่อแล้วติด ๆ หลุด ๆ เล่นเวบได้บ้างไม่ได้บ้าง (packages drop) หรือ เครื่องค้างต้องถอดปลั๊กแล้วเสียบใหม่ ถ้าเลือกเครื่องดีตั้งแต่ต้นปัญหาพวกนี้ก็ไม่รุนแรง เครื่องดี ๆ นั้นเราติดตั้งหนเดียวแล้วก็ลืมไปเลยว่ามันทำงานยังไง รู้แต่ว่าเปิดเครื่องก็ใช้ได้</p>
<p>ปัญหาเรื่อง ติด ๆ หลุด ๆ นั้นบางทีไม่รุ่นแรงมากแค่เปลี่ยน firmware ก็แก้ได้แล้ว แต่บางรุ่นก็ออกแบบมาไม่ดีแต่ต้นมี memory จำกัดมาก (แค่ 8 megabytes) พอต่อหลาย ๆ เครื่อง download เยอะ ๆ โดยเฉพาะพวด bittorrent เครื่องทำงานไม่ทัน ข้อมูลก็หล่น ๆ หาย ๆ ไปเป็นธรรมดา บางทีทำงานไม่ทันเครื่องก็ประท้วงหยุดงานเสียอีกต่างหาก ค้างไปเสียเฉย ๆ ต้องไปถอดปลั๊กให้มัน reboot เริ่มทำงานใหม่ เครื่องถูก ๆ นั้นก็ใช้อุปกรณ์ราคาถูก ๆ เป็นธรรมดา การต่อเชื่อมสัญญาบางรุ่นจึงอ่อน ใช้รับส่งไกล ๆ ไม่ได้ ทำเอาหลายคนหงุดหงิด</p>
<p>เอ แล้วเราควรจะเลือกเครื่อง ยังไงเพื่อจะไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ ก่อนอื่นเราต้องมากเข้าใจส่วนประกอบของ wireless router กันก่อน</p>
<p>Wireless router นั้นมีส่วนประกอบหลัก ๆ สองส่วน ส่วนหนึ่งคือ mainboard หรือ routerboard ที่ทำหน้าที่เป็น router ที่คิดส่งข้อมูลว่าควรจะไปทางไหนต่อ กับอีกส่วนหนึ่งคือ Wireless module ที่ทำหน้าที่รับส่งสัญญาณวิทยุและถอดรหัส (WEP, WPA)</p>
<p>ตัว router นั้นเป็นตัวคิดว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้นต้องส่งต่อไปไหน เช่นไปเครื่องอีกเครื่องหนึ่งในบ้าน หรือส่งต่อไป internet. ถ้ารับข้อมูลมาจาก net ต้องส่งต่อไปเครื่องไหน เครื่อง router นั้นเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องหนี่ง จะทำงานได้เร็วก็ต้องมี CPU เร็ว ๆ และทำงานได้มากถ้ามี memory เยอะ ๆ เครื่องรุ่นที่ขายให้ใช้ตามบ้านนั้นมักจะมี memory 8-32 megabytes. และ CPU ความเร็วประมาณ 125-240 MHz เครื่องระดับกลาง ๆ ที่ผมแนะนำข้างต้นมี memory 16  Meg และมี CPU 200 MHz. ก็เร็วประมาณเครื่อง 80386, 80486 ในสมัยโน้นได้ ซึ่งเท่านั้นพอเพียงกับการใช้งานตามบ้านทั่วไป แต่ถ้าเป็นตาม office ต่อเชื่อมเครื่องมากกว่า 5 เครื่อง อาจจะต้องการสเปกที่สูงกว่านี้ ถ้าใช้เครื่องความเร็วต่ำหน่วยความจำน้อยมาต่อเชื่อมกับเครื่องหลาย ๆ เครื่องพร้อมกันมันก็ทำงานไม่ทันส่งข้อมูลตก ๆ หล่น ๆ หยุด ๆ ค้าง ๆ อย่างที่เป็นปัญหาข้างต้นนั่นแหละ (อีกประการหนึ่งคือโปรแกรม Firmware เขียนมาไม่ดีบริหารทรัพยกรไม่เต็มที่ก็มีปัญหาได้)</p>
<p>ตัว wireless module หรือ Acess Point นั้นกำหนดความเร็วในการต่อเชื่อมแบบไร้สายจากเครื่องคอมฯ มาที่ router ตัวนี้จะกำหนดว่าเราเชื่อมต่อด้วยมาตรฐานแบบไหน เช่น  b, g หรือ N (802.11b, 802.11g, 802.11n) สามารถเข้ารหัสถอดรหัสจำพวกไหนได้บ้างอย่างเบสิค WEP 64 bit, 128 bit หรือแข็งหน่อย WPA-PSK หรือแข็งสุดอย่าง WPA2 (WPA-AES) การเข้ารหัสนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เพื่อนบ้านดี ๆ หรือกลุ่มผู้ร้ายเข้ามาร่วมการใช้งานเนตกับเรา</p>
<p>มาตรฐานการเชื่อมต่อนี้ ก็จะกำหนดความเร็วไว้ด้วยว่าเราต่อกับ router ได้เร็วแค่ไหน (เป็นความเร็วคนละตัวว่าต่อเข้าอินเตอร์เนตได้เร็วแค่ไหน) มาตรฐาน 802.11b นั้นเร็วสุดที่ 11 Mb/s, 802.11g นั้น 54 Mb/s ส่วนมาตรฐาน N ที่พึ่งมาใหม่นั้นให้ไปลองเปิดหาดูเป็นการบ้านว่าเร็วแค่ไหน บางรุ่นแม้จะเป็น g แต่ก็โฆษณาว่าเร็ว 108 Mb/s ได้ถ้าใช้อุปกรณ์ยี่ห้อของเขา รุ่นบางรุ่นบอกว่าใช้ MIMO technology ก็อย่าพึ่งเข้าใช้ผิดว่าเป็นปลาการ์ตูน Nemo.  MIMO นั้นหมายถึงว่าเขาใช้สัญญาณวิทยุสื่อสารสองช่อง รับช่อง ส่งช่อง เพื่อให้มันเร็วขึ้น แล้วก็รับส่งได้ไกลขึ้น บางรุ่น ก็บอกว่าเป็น pre N หรือ Draft N แล้วก็บอกว่าเร็วเท่านั้นเท่านี้ ก็เป็น technology ที่ยังไม่ลงตัว ผมไม่สนใจมันเท่าไหร่เพราะอีกแปีปเดียวก็เปลี่ยนอีก รอตอนมาตรฐานออกแท้ ๆ เลยจะดีกว่า โดยส่วนตัวผมใช้แค่ b กับ g เพราะแค่  b ก็เร็วเกินกว่า highspeed internet ที่ผมซื้อจาก ISP แล้ว</p>
<p>แต่ก็นั่นแหละถึง wireless เร็วแค่ไหนถ้า router ช้ามันก็ติดขัดอยู่ดี ก็ต้องเลือกที่มันสมดุลกัน ถ้ารู้ลักษณะการใช้งานของเราด้วยจะดีมากเช่นถ้าใช้อยู่คนเดียวเครื่องเดียว ต่อเนตความเร็วไม่สูงมาก (ช้ากว่า 1 Mb/s) รุ่นถูก ๆ ก็ทำงานทัน แต่ถ้าเป็นพวกเล่นเกมส์ออนลาย หรือ ดาวโลดกระจุย อาจต้องลงทุนซื้อเครื่องหรูหน่อย อาจต้องหารุ่นที่ CPU เร็วหน่อย มี memory มากหน่อยแต่ก็นั่นแหละ spec พวกนี้เขาไม่ค่อยจะบอกกัน</p>
<p>พูดถึง spec แล้วก็มาดูกันว่า spec แท้ ๆ ที่เราควรจะดูตอนเลือกซื้อนั้นมีอะไรบ้าง</p>
<p>Spec ของ router</p>
<p>ก็เหมือนเลือกเครื่องคอมเลย ก็ดูว่าเป็น CPU หรือ chipset ของใคร ดูเหมือนว่าที่นิยมที่สุดตอนนี้คือ Broadcom กับ Atheros ความเร็วไม่หนีกันมากประมาณ 200 MHz</p>
<!-- AdSense Now! V1.98 -->
<!-- Post[count: 1] -->
<div class="adsense adsense-midtext" style="float:right;margin: 12px;"><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-2144844040954776";
/* 250x250, created 12/15/09 */
google_ad_slot = "7649212944";
google_ad_width = 250;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><p>Memory &#8211; memory นั้นมาสองส่วน ส่วนที่เป็น Dynamic RAM หรือ SDRAM นั้นควรจะมี16 Mbytes ขึ้นไป ส่วน Flash memory ที่ใช้เก็บ firmware นั้นไม่เกี่ยวข้องกับความเร็วแค่กำหนดว่าบรรจุ firmware มี feature ได้แค่ไหน ถ้าเปรียบเทียบกับเครื่องคอมก็มองว่า Flash memory นั้นเหมือนเป็น Harddisk เก็บโปรแกรมก็แล้วกัน ใช้งานตามบ้านเรือนนั้น  4 M ก็พอ แต่ถ้าเป็นบริษัทมี VPN หรืออะไรอย่างอื่นซับซ้อน 8 M หรือมากกว่าจะปลอดภัยกว่า</p>
<p>Spec ของ wireless</p>
<p>โดยทั่วไปคนก็จะรู้ว่าเป็นมาตรฐานอะไร รับส่งได้เร็วแค่ไหน และเข้ารหัสแบบใดได้บ้าง แต่ spec ที่จะบอกว่ามันรับส่งสัญญาณได้ดีนั้นมักจะบอกแค่ว่ามีความแรงสัญญาณเท่าไหร่ เช่น 18 Db หรือใช้ไฟเท่าไหร่ เช่น 200mW เสปคที่มักจะถูกมองข้ามไปคือความไวในการรับสัญญาณ (RX sensitivity) ซึ่งสำคัญมากสำหรับ AP เพราะตัว AP นั้นมักจะส่งแรงเพียงพอแต่ laptop นั้นมักจะส่งไม่ค่อยแรง สเปกของ Sensitity จะเป็นค่าติดลบ ยิ่งมากยิ่งดี เช่น -93 db</p>
<p>เครื่อง Wireless router ที่จะใช้งานแบบการค้า เช่นตามโรงแรมหรือ หอพักนั้น Spec ต้องสูงกว่าที่ใช้ตามบ้าน ถ้าอยากเห็น Spec แบบ Commercial ให้ลองดู  <a href="http://www.mikrotik.com/">Mikro Tik</a> <a href="http://www.ubnt.com/">Ubiquiti</a> หรือ <a href="http://www.engeniustech.com/Datacom/products/default.aspx">Engenius</a> (ตัว EOC1650 กำลังขายดี)</p>
<p>ข้อคิดเพิ่มเติม</p>
<p><a href="http://www.netgear.com/PopUps/RelatedDocument.aspx?DocumentDownloaded=WG102_DS_05Sept08%20pdf&amp;DocumentDownloadedSrc=/upload/product/wg102/wg102_ds_05sept08.pdf&amp;hasSfID=False&amp;itemID={CD75957F-C493-47FA-A673-00B1D7CDA55D}&amp;documentTitle=Data%20Sheet">Netgear Prosafe</a>, หรือ <a href="http://www.cisco.com/en/US/prod/collateral/routers/ps380/ps6195/product_data_sheet0900aecd8028a9a9.html">Cisco small business</a> นั้นดูดีเหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก แต่มันดีเฉพาะบางรุ่น แล้วก็ราคาค่อนข้างสูงแลกกับการบริการหลังการขายที่น่าจะดีกว่าปรกติ</p>
<p>ยิ่ง Internet เร็วแค่ไหนยิ่งต้องการ CPU เร็ว ๆ ยิ่งโหลดบิดเยอะแค่ไหนยิ่งต้องการ memory เยอะ ๆ</p>
<p>สัญญาณการต่อเชื่อมแบบไร้สายจะดีต้องดูทั้งสองอย่าง คือพลังในการส่งต้องแรง ความไวในการรับต้องรับสัญญานอ่อน ๆ ได้</p>
<p>Firmware ของ router ก็เหมือน software ทั้งหลายถ้าเขียนดี ๆ การทำงานก็จะเสถียรใช้ทรัพยกรประหยัดคุ้มค่า</p>
<p>ถ้าอยากให้มันอยู่ทนมาก ๆ เลือกตัวถังที่เป็นโลหะน่าจะดีกว่าเพราะระบายความร้อนได้ดี</p>
<p>รุ่นที่ใช้งานจริงจังบางรุ่น สามารถรับไฟได้สองทาง จะเสียบผ่านหม้อแปลงเหมือนปรกติก็ได้ จะส่งกระแสไฟฟ้าผ่านสายสัญญาณ ethernet (CAT5, RJ45) ก็ได้ เขาเรียกว่า POE มีประโยชน์มากกับเครื่องที่ติดตั้งนอกอาคาร</p>
<p>จะติดตั้งให้ได้สัญญาณดีที่สุดให้ติดสูงกลางห้อง ติดเป็นแบบเครื่องตรวจจับควันไฟอย่างนั้นเลยก็เท่ดี</p>
<p>Access Point สองตัวไม่ควรอยู่ใกล้กัน สัญญาณมันจะตีกันได้ ทำให้ตัวนึงใช้ได้ อีกตัวนึงใช้ไม่ได้</p>
<p><a href="http://www.tkqlhce.com/click-3061531-10440557" target="_top"> <img src="http://www.lduhtrp.net/image-3061531-10440557" border="0" alt="Once You Know, You Newegg" width="468" height="60" /></a></p>
<p>ในไทยลอง ดูที่ <a title="ซื้อ wireless router" href="http://thaiwireless.knivengroup.com/">Thaiwireless</a></p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/chosing-wireless-router/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/chosing-wireless-router/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุคเครื่องเก่าให้คุ้ม</title>
		<link>http://www.naimiang.com/get-the-most-out-of-old-laptops/</link>
		<comments>http://www.naimiang.com/get-the-most-out-of-old-laptops/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Feb 2009 04:16:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Miang</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฉลาดใช้]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัด]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[driver]]></category>
		<category><![CDATA[wireless]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[โน้ตบุค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.naimiang.com/?p=305</guid>
		<description><![CDATA[การรู้จักการปรับแต่ง เพื่อใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าให้เกิดประสิทธภาพสุงสุดจึงเป็นการใช้ ทรัพยากรที่ดี เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม และทรัพย์ในกระเป๋าของเราได้ดี <a href="http://www.naimiang.com/get-the-most-out-of-old-laptops/">อ่านบทความเต็ม</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>เลือกเครื่อง</h3>
<p>ช่วงนี้มีโอกาสต้องได้ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุคให้น้าสาว เธอไม่ต้องการเครื่องเล็ก ๆ แบบ เนตบุคเพราะว่าอยากจะใช้ให้สบายตา และเธอไม่ต้องการ Macbook  เพราะจะต้องเรียนรู้ระบบการใช้งานใหม่ เธอไม่ได้เล่นเกมส์หรือตัดต่อวิดีโอ จึงไม่ต้องการเครื่องความเร็วสูง หรือมีพื้นที่ความจุสูงแต่อย่างใด</p>
<p>ผมไม่อยากแนะนำให้เธอซื้อเครื่องใหม่ สเปคดี ราคาถูกมาใช้งาน ด้วยเห็นผลสองสามประการ คือเครื่องราคาถูกเหล่าน<strong>ี้ไม่ทน</strong> โน้ตบุคนั้นไม่เหมือนเครื่องตั้งโต๊ะ เพราะจะถูกเคลื่อนย้ายใส่เข้าใส่ออก วางและเก็บเป็นประจำ จึงมีโอกาศที่จะได้รับความกระทบกระเทือนและเสียได้ง่ายกว่ามาก อีกประการหนึ่ีงก็คือเครื่องเหล่านี้มี<strong>น้ำหนักมาก</strong> และมี<strong>รูปร่างเทอะทะ</strong> เครื่องราคาถูกเหล่านี้บางรุ่นจะมีปัญหาเรื่อง<strong>ความร้อนสูง</strong>ด้วย  คียบอร์ดก็อาจจะพิมพ์ได้ไม่สะดวกแต่นั่นเป็นเรื่องรอง ๆ ลงไป</p>
<p>ผมจึงแนะนำให้เธอซื้อเครื่องของบริษัท HP ที่มีขายอยู่ในร้านค้าปลีกทั่วไปในอเมริกา รุ่น <a href="http://www.notebookreview.com/default.asp?newsID=4555">DV5t</a> โดยเฉพาะที่ Costco ในราคาประมาณ $700-800 เหรียญ หรือถ้าเธอไม่รังเกียจเครื่องมือสอง ผมก็ยินดีจะหาซื้อเครื่องรุ่นใกล้เคียงกับที่ผมใช้งานอยู่ในราคา สองสามร้อยเหรียญให้ เนื่องจากโน้ตบุคเครื่องนี้จะเป็นเครื่องแรกที่เธอจะมี เธอจึงตกลงให้ผมหาให้ในราคาไม่แพงตามที่แนะนำ เมื่อเธอใช้งานเก่งแล้วจึงค่อยซื้อเครื่องใหม่ที่ดีกว่า</p>
<p>เครื่องรุ่นที่ผมใช้อยูเป็น (IBM) Lenovo Thinkpad T40 แต่ภายในเปลี่ยนเป็น T42. ผมพยายามประมูล T42 ที่อีเบย์อยู่สามสี่วัีนก็ไม่ได้ ตอนหลังจึงเลือกเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า และมีสภาพดูใหม่ ที่ราคาแพงขึ้นมานิดนึง ท้ายสุดจึงได้เครื่อง Thinkpad T43 มาเครื่องนึงที่ราคา $265+$20 shipping เบ็ดเสร็จจ่ายไป $285. ต้องยอมรับว่าไม่ได้ซื้อที่ราคาถูกที่สุดที่เป็นไปได้ แต่น้ารอเครื่องมาหลายวันแล้ว และเครื่องที่ได้ก็ดูเป็นเครื่องที่สภาพดี มีสเปคตามที่ผมต้องการทุกอย่างไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ใด ๆ มาเปลี่ยนซึ่งทำให้สะดวกกับผมมากขึ้นที่ไม่ต้องซื้อกับคนขายหลายเจ้าและไม่ต้องรอของหลายชิ้น นอกจากนี้ T43 ใช้ memory DDR2  ซึ่งมีราคาถูก ถ้าต้องการจะเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมในภาพหลังก็ทำได้ง่าย</p>
<p>เหตุผลที่ผมเลือกใช้ Thinkpad T series นั้นก็เพราะว่า IBM Thinkpad (หรือ Lenovo Thinkpad ในปัจจุบัน) เป็นเครื่องที่ขึ้นชื่อเรื่องความคงทน น้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับขนาด <strong>เป็นจุดสมดล ระหว่างขนาด กับความเบา</strong> สำหรับคนที่ไม่เดินทางบ่อย ๆ (สำหรับท่านที่ต้องพกพาเครื่องขึ้นรถเมล์หรือ รถไฟฟ้าทุกวัน ผมขอแนะนำ Thinkpad X series, หรือ Netbook เนื่องจากมีน้ำหนักเบากว่า) จากการสำรวจของ<a href="http://www.consumerreports.org">นิตยสาร Consumer Report</a> ในบรรดาเครื่องคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้วด้วยกัน  Thinkpad  โน้ตบุคจะเป็นรองก็แค่เครื่องจาก Apple เท่านั้น (จริงจริงแล้วมียี่ห้อไม่ดัง อีกหลายยี่ห้อที่อาจจะทำเครื่องได้ดี เช่น Sager, MPC แต่เครื่องเหล่านั้นไม่แผ่หลาย หาซื้ออะไหล่และความรู้เพิ่มได้ยาก) เรียกได้ว่าการใช้ Thinkpad มือสองนั้นก็เหมือนกับเลือกซื้อรถเบนซ์มือสอง แล้วนำมาซ่อม แทนที่จะซื้อรถมือหนึ่งนั่นเอง</p>
<h3>Memory แค่ไหนถึงพอ</h3>
<p>จากประสบการณ์ของผม <strong>1GB นั่นเพียงพอ สำหรับ window XP </strong>จาก 256MB มาเป็น 512MB นั่นต่างมาก จาก 512MB มาเป็น 1GB นั่นต้องสังเกตุจึงรู้สึกว่าต่าง ผู้ที่ใช้งานเครื่องอย่างหนักอาจมีความจำเป็นต้องใช้ 2GB</p>
<p>คุณสามารถดูได้ว่าคุณต้องการ memory มากแค่ไหนได้โดยดูจาก Task Managers เลือก Performance แล้วดูด้านล่างที่เขียนว่า Commit Charge (K) แล้วอ่านค่า Total ช่วงนี้มีหน่วยเป็น KiloByte  ดังนั้นสามแสนกว่า  จะเท่ากับประมาณสามร้อยว่า MB ให้ลองอ่านค่านี้ตอนที่คุณใช้งานเครื่องหนักที่สุด คนทั่วไปจะได้ค่าที่ช่องนี้ประมาณสามแสนถึงห้าแสนบน window XP ดังนั้น 1GB (1024MB) จึงเพียงพอ สำหรับการใช้งานปรกติ</p>
<p>สำหรับ Window Vista เขาแนะนำว่า 2GB จึงจะพอเพียง ผมไม่มีประสบการณ์ตรงแต่ก็เห็นด้วยตามนั้น</p>
<h3>อัพเดด Bios และ Driver</h3>
<p>เครื่องคอมเวลาใช้งาน Hardware ดีแล้ว Software ต้องดีด้วยจึงจะได้ผลเต็มประสิทธิภาพ เวลาที่ hardware ออกมาใหม่ ๆ software นั้นเขียนไม่ทัน ตัวแรก ๆ ที่ออกมาจะแค่พอใช้งานได้เท่านั้น ตัวหลัง ๆ จึงเขียนอย่างกระชับ รีดเอาความสามารถของอุุปกรณ์ ออกมาได้หมด</p>
<p>ฺฺDrivers นั้นก็คือ software ที่เขียนเพื่อใช้งาน hardware นั่นเอง ตัวที่แถมมากับเครื่องนั้นออกมานานแล้ว เมื่อผ่านไปปีสองปีควรจะใส่ตัวใหม่ที่เต็มประสิทธิภาพลงไป กับเครื่อง T43 นี้ driver ไม่ได้อัพเดดมาสองปีแล้วผมจึงเอาตัวล่าสุดใส่เข้าไป ไม่น่าเชื่อว่าเครื่องเก่าสองปีแบบนี้ driver ตัวล่าสุดบางตัวพึ่งออกมาไม่กี่วัน แปลว่าเขายังพัฒนากันอยู่ อาจจะยังไม่ใช่จุดสูงสุดก็ได้</p>
<p>Driver ที่ใส่แล้วเห็นผลชัดเจนที่สุดบนเครื่อง T43 ตัวนี้ driver ของ การ์ดจอ ดูเหมือนว่า Intel จะไม่ค่อยถนัดการเขียน graphic driver ซักเท่าไหร่ ตัวที่ใส่เข้าไปใหม่ดีกว่าตัวเดิมอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p>Bios และ driver ตัวอื่น ๆ นั้นดูเหมือนจะไม่มีความจำเป็นต้อง update เท่าไหร่ แต่ผมก็ทำไปทีเดียวเลย เพราะถ้ามีความจำเป็นขึ้นมาก ผมไม่อยากให้น้าเขาลำบากกับเครื่องซับซ้อนพวกนี้</p>
<p>เพิ่มเติม เดือนสิงหาคม 2009, ปรากฎว่า driver ของ wireless card ผ่านไปสี่ห้าเดือนเริ่มมีปัญหากับ window XP. จากประสบการณ์กับเครื่องอื่น ๆ ในช่วงนี้ผมเชื่อว่า Microsoft ออก update บางตัว (โดยเฉพาะ SP3) ที่มารวนการใช้งาน wirelss แบบเดิม ๆ ทำให้ผมขาดความเชื่อถือ update ของ Microsoft และแนะนำให้ ทุกท่านปิด automatic update จาก microsoft ถ้าเครื่องของท่านใช้งานได้ดีไ่ม่มีปัญหาอะไรในขณะนี้ เพราะ update ตัวใหม่ ๆ อาจจะทำให้เครื่องมีปัญหาก็ได้ (สงสัย Microsoft แกล้งทำให้มีปัญหาคนจะได้ไปซื้อ Windows 7 หรือเปล่าเนี่ย)</p>
<p><strong>คำแนะนำทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ ถ้าไม่มีัปัญหาอะไร ไม่ต้องไปยุ่งกับ Bios </strong>สำหรับ Driver นั้นถ้าอยากจะอัพเดด ก็ลองดู ไม่จำเป็นว่าอันที่ใหม่ที่สุดจะคืออันที่ดีที่สุด นอกจากว่าห่างกันปีครึ่งสองปี อันใหม่ว่าจะดีกว่าถ้าห่างกันขนาดนั้น</p>
<h3>การปรับแต่ง CPU</h3>
<p>ที่ผมกล้าแนะนำเครื่องมือสองที่ยังใช้ CPU รุ่นเก่าอย่าง Pentium M มาใช้งานก็เพราะผมรู้จักการปรับแต่งพอสมควร ผมยอมรับว่า Core2Duo เป็น chip ที่น่าทึ่งมาก (DualCore รุ่นแรก ๆ นั้นร้อนเกินไป แต่รุ่นใหม่ ๆ ในตระกูล T3xxx นั่นคุ้มค่ามาก)  Pentium M โดยเฉพาะรุ่น Dothan ที่ยังใช้ Front side bus ที่ 400MHz และ L2 Cache 2M นั้นเป็นความจุดสูงสุดในการสร้างของประสิทธิภาพจาก CPU จุดหนึ่ง เนื่องจาก chip รุ่นนี้มีความเร็วพอสมควร มีcache ที่ใหญ่ แต่่กินไฟน้อย โดยเฉพาะเมื่อนำมาปรับแต่งให้กินไฟน้อยลงกว่าปรกติ (undervolt) เครื่องที่ผมใช้เขียนอยู่นี้กินไฟทั้งเครื่องรวมกันแค่  15  Watts เท่านั้นเอง CPU รุ่นนี้จึงแทบไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนเลย ใช้งานบนแบตเตอรรี่ได้นาน มีความสามารถสูงกว่า CPU รุ่น Atom ในเนตบุคทั้งหลาย แต่กินไฟเยอะกว่าหน่อย ในขณะที่มีราคาพอ ๆ กันเนื่องจากตกรุ่นมาแล้ว</p>
<p>การปรับแต่งอันดับแรกที่ผมทำ ก็คือติดตั้งโปรแกรมที่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้ากับ CPU ให้น้อยที่สุดเท่าที่ CPU แต่ละตัวจะทนได้ โดยการใช้โปรแกรม  <a href="http://www.pbus-167.com/">NHC Notebook Hardware Control</a> เครื่่อง T43 ที่ผมซื้อให้น้าเครื่องนี้ผมทดลองปรับหลายครั้งจนมาเสถียรที่ 0.732 volt @ 800 MHz และ 1.132 volt @ 1.8 MHz ก็ลดการใช้ไฟลงจากเดิมประมาณ .2 volt เหมือนจะไม่มากอะไรแต่ก็ช่วยยืดเวลาบนแบตเตอรี่ และลดความร้อนลงไปพอสมควร</p>
<h3><strong>เลือกและปรับแต่งระบบปฎิบัติการ</strong></h3>
<p>อันดับถัดไปก็คือ การปรับแต่งระบบปฎิบัติการ Window XP  จริง ๆ แล้วโดยส่วนตัวผมไม่ชอบ XP เลย ผมรู้สึกว่ามันเทอะทะ อืด ๆ อย่างไรไม่รู้ เมื่อเทียบกับ Windows 2000 แต่ win 2000 ก็เก่าเกินไปเสียแล้วโปรแกรมใหม่ ๆ อย่าง Internet Exploer 7 นั้นไม่ยอมวิ่งบน 2000. ช่วงปีที่ผ่านมานี้ผมมาติดใจกับ Windows 2003 ซึ่งผมคิดว่าเป็นระบบปฎิบัติการที่ดีที่สุดจากไมโครซอฟ ณ ขณะนี้ แต่ Window 2003 นั้นรากฐานเป็นระบบปฎิบัตการแบบ server และคนทั่วไปไม่รู้จักผมคิดว่าคนอื่นที่อาจจะต้องช่วยน้าแก้ไขเครื่ีองจะทำอะไรไม่ถูก ท้ายสุดแล้ว Window XP จึงเป็นการประณีประณอมที่ดีสุด น้าผมเขาได้ยินว่าคนอื่นนั้นใช้ Window Vista กันหมดแล้วจึงอยากได้บ้าง ผมศึกษาแล้วพบว่า Vista นั้นใหญ่ สวยงาม แต่ใช้ทรัพยากรมาก  ซ้ำยังพึ่งออกมาใหม่ ยังมีปัญหาจุกจิกยังแก้ไขไม่หมด ไม่เหมาะสมที่จะใช้งานในขณะนี้ และบนเครื่องรุ่นนี้</p>
<p>แรก ๆ ผมก็แก้ไขและลบโปรแกรมที่ไม่จำเป็นออกเองทีละส่วน แต่พบว่าต้องใช้เวลามาก และเครื่องก็ยังไม่เร็วอย่างที่ควรจะเป็น ตอนหลังจึงไปพบ Register file ที่มือเก่ง ๆ เขาใช้ปรับแต่งแก้ไขกัน แม้ว่าจะไม่ตรงใจเราทั้งหมด แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขารู้ลึกและปรับแต่งลงไปได้ถึงแก่นกว่าเรา จึงไล่อ่านดูทีละส่วน และลบทิ้งส่วนที่ไม่เหมาะสมออกไปบ้าง เพราะเขาปรับแต่งสำหรับคนใช้คอมเล่นเกมส์  สไตล์ออกมาวัยรุ่นมาก  ผมแก้เท่าที่รู้ ตรงไหนสงสัยก็ไม่เอาบ้างท้ายสุด ก็ได้ <a title="ปรับแต่ง วินโดว์" href="http://www.naimiang.com/wp-content/uploads/etc/foreee.reg"> file ปรับแต่งนี้</a> ไม่ได้ดังใจเต็มร้อยแต่ก็ทำให้เครื่องวิ่งปรื๋อขึ้นมาเชียว  ผมคิดว่าน้าของผมคงรับกับความสวยงามที่น้อยลง แลกกับประสิทธิภาพ  ความปลอดภัย และเสถียรภาพได้ เพราะนั่นก็หมายถึงการปวดหัวสำหรับผมน้อยลงไปด้วย</p>
<p>ดูผลงานตัวเองแล้วก็ ชื่นชม ยังรู้สึกว่าทำไมเขาไม่ทำเครื่องออกมาขายตั้งแต่แรกแบบนี้เลย จะลดปัญหาเครื่องช้าเครื่องถูกบุกด้วยโปรแกรมพาลไปได้เยอะ</p>
<h3>ปรับค่า Internet Explorer (IE)</h3>
<!-- AdSense Now! V1.98 -->
<!-- Post[count: 2] -->
<div class="adsense adsense-midtext" style="float:right;margin: 12px;"><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-2144844040954776";
/* 250x250, created 12/15/09 */
google_ad_slot = "7649212944";
google_ad_width = 250;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><p>IE7 นั้นตั้งแค่เริ่มแรกเป็น โซน Medium ซึ่งผมมองว่าละหลวมเกินไป ผมเปลี่ยนเป็น Medium-High แต่ก็พบว่าเวบบางเวบมีปัญหาในการแสดง ผมจึงเข้าไปแก้ไข โซนนี้ให้ยอมให้ Java Script รันได้ ก็รัดกุมกว่าแบบดั้งเดิมนิด แต่ใช้งานได้เป็นปรกติ</p>
<h3><strong>โปรแกรมรักษาความปลอดภัย</strong></h3>
<p>นอกจากเราจะปิดช่องโหว่โดยการหยุด Services ที่ไม่จำเป็นจากการใช้ Register file ปรับแต่งแล้ว โปรแกรมป้องกัน ไวรัส และ กำจัดสปายแวร์ ก็ยังเป็นสิ่งสำเป็นสำหรับผู้ใช้ทั่วไปอยู่ดี ผมติดตั้งโปรแกรมสองสามตัวเพื่อการนี้</p>
<p>ตัวแรกคือ <a href="http://free.avg.com/">AVG Free</a> เป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสที่เราใช้งานได้ฟรี สามารถอัดเดดตัวเองได้  และอยู่ในระบบเพื่อตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมตลอดเวลา  ผมประทับใจกับโปรแกรมนี้มากกว่า พวก Norton หรือ Mcafee ซึ่งมักจะลงมาให้สำเร็จตอนซื้อเครื่องแล้วเรียกเก็บเงินเราแบบรายปี</p>
<p><a href="http://www.lavasoft.com/products/ad_aware_free.php">Adaware </a>โปรแกรมตัวนี้จำเป็นในการกำจัดพวกสปายแวร์ที่เข้ามาอยู่ในระบบแล้ว แต่สำหรับเครื่องของน้าอันนี้ผมติดตั้งไว้เผื่อต้องใช้งานเท่านั้น เพราะผมไม่คิดว่าเครื่องจะมีปัญหาอะไรง่าย ๆ</p>
<p><a href="http://www.safer-networking.org/">Spybot Search and Destroy</a> ตัวนี้กับ Adaware เป็นโปรแกรมกำจัด สปายแวร์ที่น่าไว้ใจที่สุด มีมานานแล้ว รู้จักหนอนและขยะต่าง ๆ ดี</p>
<p>มีโปรแกรมอีกมากที่มักอ้างตัวว่าเป็นโปรแกรมจัดการกับสปายแวร์และไวรัส แต่แท้ที่จริงตัวเองเป็นขยะ โดยเฉพาะพวกที่ Pop-up ขึ้นมาเสนอตัว ถ้าไม่รู้จักมันกรุณาอย่าติดตั้งบนเครื่องของท่านเลยนะครับ ใช้แต่อันที่คนใช้มาก ๆ หรือไปหามาเองจะปลอดภัยกว่า</p>
<h3>โปรแกรมเสริมเพื่อประสิทธิภาพและความสะดวกสบาย</h3>
<p><a href="http://www.ccleaner.com/">CClean </a>เป็นโปรแกรมทำความสะอาดเครื่องแบบภายใน โดยจะช่วยลบ file and register entries ต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้งานออกไป อธิบายอีกอย่างก็คือจะทำความสะอาดขยะที่สร้่างจากโปรแกรมที่เราใช้งานอยู่บ้าง โปรแกรมที่เราลบไปแล้วแต่ยังเหลือซากอยู่บ้าง ส่วนเกินที่โปรแกรมติดตั้งด้วยความหวังดีเกินไปบ้าง</p>
<p>เรื่องอึดอัดในการใช้คอมพิวเตอร์ หลัก ๆ สำหรับผมคือตอนเปิดเครื่องครั้งแรกแล้วต้องใช้เวลานานมากกว่าจะใช้งานได้ เราสามารถลดเวลาเิริ่มต้นนี้ลงบางส่วนด้วยการปิด Services ที่ไม่จำเป็น และลดชุดของโปรแกรมที่วิ่งเองทุกครั้งที่เริ่มต้น (Startup) ให้ลดลงเหลือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น พวกโปรแกรมหวังดีที่คอยเช็คโปรแกรมใหม่ ๆ ให้นั้นไม่ต้องก็ได้ แค่ update จากไมโครซอฟ เองก็พอแล้ว</p>
<p>อีกเทคนิคนึงที่ทำให้เปิดเครื่องขึ้นมาได้เร็วขึ้นก็คือแทนที่จะปิดเครื่องตามปรกติ ก็ให้เครื่องจำศึล (hybernated) แทน วิธีนี้ทำให้เครื่องขึ้นมาได้เร็วมาก แต่ไม่ควรทำตลอดเวลา เพราะเครื่องจำเป็นต้อง shutdown อย่างสมบูรณ์เรื่อย ๆ ด้วย</p>
<p><a href="http://www.foxitsoftware.com/">Foxit Reader</a> ผมใช้โปรแกรมตัวนี้อ่าน pdf file แทน Adobe Acrobat reader เพราะว่า Foxit นั้นตัวเล็กและเรียกขึ้นไวกว่า</p>
<p><a href="http://www.faststone.org/FSViewerDetail.htm">FSViewer</a> แต่ก่อนผมก็เป็นแฟน Acdsee แต่ผมพบแล้วว่าตัีวนี้เร็วและใช้งานได้ง่ายกว่า ตัวนี้เอาไว้ใช้ดูรูปที่อยู่ในเครื่ีอง อีกตัวที่ผมว่าเยี่ยมมาก ๆ ก็คือ <a href="http://picasa.google.com/">Picasa</a> มันสวยแล้วก็ใช้งานได้ง่าย แต่กินทรัพยากรค่อนข้่างมาก</p>
<p><a href="http://www.mozilla.com/en-US/firefox">FireFox Browser</a> แม้ว่า IE รุ่นใหม่ ๆ มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีขึ้นแล้วก็ตาม การมี Broswer อีกตัวสองตัวไว้เป็นตัวเลือก ก็ยังเป็นความคิดที่ดี</p>
<p><a href="http://www.gomlab.com/eng/">GOM Player</a> ตัวนี้เอาไว้ใช้ดูหนัง เจ้าตัว Media Player นั้นไม่รู้จักการเข้ารหัสของ DVD และหา Codec ไม่เจออีกต่างหาก GOM ใช้งานง่ายกว่า</p>
<p><a href="http://www.kessels.com/Jkdefrag/">JKDefrag</a> สาเหตุที่ทำให้เครื่องใช้ไปนาน ๆ แล้วช้าลงเรื่อย ๆ อีกอย่างนึงก็คือการจัดเรียงตัวกันของไฟล์บนฮาร์ดดิส นั้นกระจัดกระจาย เราจึงควรให้โอกาสเครื่องจัดเรียงไฟล์บ้างทุกสองสามเดือน โปรแกรมนี้ฟรี มีเสถียรภาพสูง และมีกลยุทธที่น่าสนใจ ถ้าอยากจะใช้ที่ดีกว่านี้ให้หา PerfectDisk  มาใช้งาน</p>
<h3><strong>เรื่องอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาในการเลือกโน้ตบุค</strong></h3>
<p>เรื่องกวนใจอีกอย่างที่ีผมพบกับ T43 ตัวนี้คือเรื่องพัดลมเสียงดัง ตอนเปิดเครื่องครั้งแรกพัดลมจะวิ่งที่ความแรงสูงสุดเพื่อตรวจสอบตัวเองว่ายังวิ่งได้ดีอยู่ โชคดีที่เสียงกวนใจนั้นแทบจะไม่มีเวลาที่เครื่องทำงานตามปรกติ</p>
<p>เรื่องอีกเรื่องหนึ่งที่หลาย ๆ ท่านควรพิจารณาในการเลือกโน้ตบุค ก็คือหน่วยประมวลพลเพื่อการแสดงภาพ GPU หรือการ์ดจอ ที่เราเรียกกัน เจ้าตัวนี้ใช้พล้งงานและความร้อนสูงไม่แพ้ CPU โดยเฉพาะตัวที่แยกออกมาต่างหาก และมีความเร็วสูง สำหรัีบคนทั่วไปที่แค่ต้องการใช้ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเวบ การด์จอแบบรวมมา (Intergrated) นั้นเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเพราะใช้ไฟน้อยกว่า ไม่ร้อน และก็เร็วพอเพียง  T43 ตัวนี้เป็นรุ่นประหลาดที่ใช้การ์ดจอของ Intel แทนที่จะใช้ของ ATI ซึ่งมีปัญหามากใน Thinkpad T4X series นี้ เรียกได้ว่าเป็นความสมดุลที่ลงตัว</p>
<p>ขนาดและความละเอียดของจอเป็นอีกเรื่องที่ผมพิจารณา ผมพบว่าเครื่องที่มีความละเอียดสูง ๆ เกิน 1024&#215;768 นั้นจะทำให้ตัวหนังสือเล็กลงไปด้วย ผมเลือกเป็นพิเศษว่าจอที่ได้นั้นไม่ความละเอียดจนเกินไป จริง ๆ แล้วจอของโน้ตบุคยี่ห้ออื่นสีจะสวยกว่านี้ แต่ก็เป็นข้อจำกัดที่ผมยินยอม</p>
<h3><strong> สรุป</strong></h3>
<p>ถึงวันนึงเครื่องคอมเครื่องไหน ก็ต้องเก่าตกรุ่นเป็นธรรมดา แม้ว่าจะยังใช้งานได้ดีเป็นปรกติทุกอย่าง แต่ผู้ขายก็ต้องทำให้เรารู้สึกว่ามันล้าหลัง เพื่อว่าเขาจะได้ขายของใหม่ได้ แต่เราไม่จำเป็นต้องใช้ของรุ่นใหม่ที่สุดเพื่อทำงานง่าย ๆ ที่คน 90 เปอร์เซ็นต์ใช้งานกันก็ตาม</p>
<p>การรู้จักปรับแต่ง เพื่อใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าให้เกิดประสิทธภาพสุงสุดจึงเป็นการใช้ทรัพยากรที่ดี เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม และทรัพย์ในกระเป๋าของเราได้ดี</p>
<p>วันนึง Window Vista ก็จะเติบโตเต็มที่น่าใช้งานเหมือนกัน Window XP  ถึงตอนนั้นเครื่องรุ่น Core2Duo ก็จะมีราคาถูกลงมา เพราะก็คงจะมีเครื่องรุ่นใหม่กว่านี้อีก ปลายปีนี้ Window ตัวใหม่ที่ชื่อว่า Window 7 ก็จะออกแล้วครับได้ยินมาว่าดีกว่า Window Vista ซะด้วย ถ้ามันดีจริง ข้าม วินต้าไปเล่นวินโดว์ เซเว่นเลยก็ยังได้ครับ ถึงตอนนั้นถ้าเรามีเงินจะซื้อเครื่องรุ่นใหม่ก็จะได้ดีกว่าเครืื่องตอนนี้เสียอีก  แต่ถ้าเจ้าเครื่องตัวเดิมมันยังใช้งานได้ดี ก็ใช้มันไปเรื่อย ๆ ก็ได้ครับ</p>
<div class='wpfblike' ><fb:like href='http://www.naimiang.com/get-the-most-out-of-old-laptops/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.naimiang.com/get-the-most-out-of-old-laptops/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

