เรื่องนี้เกี่ยวกับว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยอะไรบ้าง, เลือกเครื่องคอมยังไงจึงจะได้เครื่องคอมเร็ว ๆ เพื่อให้ท่านใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อเครื่อง แต่เราเริ่มต้นจากพื้นฐานก่อนจะได้เข้าใจได้ตรงกัน
เริ่มกันที่ แผงวงจรหลัก Mainboard หรือ Motherboard ทุกอย่างบนเครื่องคอมพิวเตอร์จะต่อกับแผ่นนี้ mainboard ทำหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ทุกชิ้นที่มาประกอบเป็นคอมพิวเตอร์ให้ทำงานร่วมกันได้ มีส่วนประกอบย่อย ๆ หลายส่วนด้วยกัน เริ่มจากส่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่รับกระแสไฟจากชุดจ่ายไฟ ปลั๊กต่อกับสวิตส์ ต่อเมาส์ คีย์บอร์ด และอุปกรณ์ I/O อื่น ๆ เช่น printer, USB port ไปจนถึงส่วนหลัก ๆ ที่ควมคุมจังหวะการทำงานของ memory กับ CPU ดังนั้นอย่างแรกเลยที่กำหนดว่าเครื่องของเราเร็วได้แค่ไหนก็คือ mainboard นี่เอง อย่างอื่นเรายังพอจะเปลี่ยนได้ เช่นเปลี่ยน CPU ให้เร็วขึ้น เพิ่ม RAM แต่โดยปรกติแล้ว ถ้าเปลี่ยน mainboard ก็เหมือนเปลี่ยนเครื่องคอมทั้งเครื่อง เพราะชุดของเทคโนโลยีที่ใช้ก็จะเปลี่ยนทั้งชุด อาจจะทำให้อุปกรณ์อันเก่านำมาใช้บน motherboard อันใหม่ไม่ได้ การเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ดีจึงเริ่มต้นที่นี่ เพราะ mainboard กำหนดอัตราความเร็วในการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์ทั้งหมด
CPU (Center Processor Unit) หน่วยประมวลผลกลาง เมื่อก่อนเวลาที่เราซื้อเครื่องอย่างแรกที่เรามักจะได้ยินก็คือว่าเครื่องทำงานที่ความเร็วเท่าไหร่มีหน่วยเป็น Hertz เช่น Giga Hertz (GHz) หรือ Mega hertz (MHz) หลัง ๆ หน่วยนี้อย่างเดียวมักจะไม่ได้กำหนดความเร็วของ CPU แล้วเพราะ CPU ใหม่ ๆ มีหลายรุ่น นักออกแบบมีหลายวิธีที่ทำให้ processor ทำงานได้ผลงานมากในเวลาน้อยลง โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็วเวลาของนาฬิกาที่สูงกว่าเสมอไป เช่นใช้หัว (Core) หลาย ๆ หัว จำอะไรได้มากขึ้่น (มี cache ที่ใหญ่ขึ้น) เป็นต้น ปัจจุบันเราจึงได้ยินชื่อของรุ่น CPU เช่น Core2Duo Centrio หรือชื่อรุ่นเช่น T7350 Q6600 แล้วจึงค่อยเปรียบเทียบความเร็วของชิบในตระกูลเดียวกัน ทำให้การเลือกและเปรียบเทียบ ซีพียูต่าง ๆ ยุ่งยากขึ้นทุกที CPU ที่เร็วนั้นจะวิ่งที่ความถี่สูง ต่อสู่โลกภายนอกได้เร็ว(front side bus) มีหลายหัว(multi core) มีความจำส่วนตัวเยอะ (L cache) แล้วแถมยังรู้จักมองชุดทำงานล่วงหน้าเพื่อเลือกและแบ่งให้เข้าช่องช้าช่องเร็วได้อีก (pipeline & hypertread) สมองเทียมนั้นฉลาดขึ้นทุกที้ ทุกที
Memory หรือ RAM แต่่ก่อนนั้น memory เป็นสิ่งราคาแพงเวลาเราซื้อเครื่องผู้ผลิตก็จะให้มาน้อย ไม่ค่อยพอกับการใช้งานบนระบบปฎิบัติการที่ตัวใหญ่และซับซ้อนขึ้นทุกที ต้องเพิ่มกันทีหลังโดยเฉพาะตอนที่เครื่องเริ่มจะตกรุ่นและเมมรุ่นนั้นถูกลงมา มาเมื่อปีสองปีนี้ memory chip ล้นตลาด ราคาถูกลงมามาก แถววินโดว์วิสต้า ก็ต้องการ memory เยอะเหลือเกิน เครื่องรุ่นใหม่ ๆ จึงให้ RAM กระหน่ำแบบว่า 3-4 GB นี่เป็นธรรมดา เลยทำให้ระบบปฎิบัติการที่อุ้ยอ้ายวิ่งไปได้สบาย ๆ เครื่องคอมพิวเตอร์นั้นจะช้าถ้า RAM ไม่พอ เพราะระบบปฎิบัติการจะสร้างความจำเสมือน (virtual memory) ขึ้นมาโดยการโอนถ่ายข้อมูลบน RAM ไปลงฮาร์ดดิส ฮาร์ดดิสนั้นช้ากว่า RAM มากจึงทำใ้ห้เครื่องอืดไปหมด เพราะต้องวิ่งโอนถ่ายกันไปมาไม่จบสิ้น ทีนี้กลับกัน ถ้าเรามี memory มากเกินกว่าที่ระบบใช้งานอยู่ในขณะนั้นละ จะทำให้เครื่องของเราเร็วขึ้นได้อย่างไร memory ส่วนที่ล้นเกินนั้นก็จะนำไปใช้จำข้อมูลใหม่ ๆ ที่พึ่งใช้เก็บเอาไว้ เรียกว่า cache ถ้าเรากลับไปเรียกใช้อะไรที่พึ่งปิดไปมันก็จะกลับมาได้อย่างรวดเร็วเพราะเครื่องยังจำเอาไว้ใน memory ไม่ต้องไม่เรียกใหม่จาก harddrive อีก การมีเมมมากจึงการใช้งานเร็วขึ้น โดยที่เครื่องไม่ได้เพิ่มความเร็วแต่อย่างได
วันนี้หมดแรงแล้วครับ วันหลังเราจะมาพูดถึงส่วนอื่นคือ harddisk, GPU, turbo memory, OS, driver และ program ต่อ